โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GFC เร่งเครื่องสาขา “พระราม 9” ปักหมุดลูกค้าต่างชาติ ดันธุรกิจมีบุตรยากโต

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 04.08 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 04.08 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ภก.นที ตั้งจิตรสดใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC เปิดเผยในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ว่า ในปี 2569 บริษัทจะมุ่งสร้างรายได้จากสาขาพระราม 9 เป็นหลัก พร้อมเปิดกว้างในการหาพันธมิตรเพื่อส่งเสริมธุรกิจและเพิ่มการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้เต็มศักยภาพ โดยแผนขับเคลื่อนธุรกิจในปีนี้วางไว้ 3 กลยุทธ์หลัก

ได้แก่ การปรับโครงสร้างการตลาดเชิงรุกในตลาดต่างประเทศภายใต้แนวคิด Medical Tourism ผ่านความร่วมมือกับเอเย่นต์เพื่อขยายตลาดในตะวันออกกลาง ยุโรป จีน และกลุ่มประเทศ CLMV การร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลและคลินิกพันธมิตรไม่น้อยกว่า 10 แห่ง รวมถึงการวางแผนจับมือกับโรงพยาบาลของรัฐเพื่อให้คำปรึกษาผู้มีบุตรยาก และการมองหาโอกาสลงทุนธุรกิจใหม่ ต่อยอดนวัตกรรม และนำเทคโนโลยี AI มาใช้ เพื่อสร้าง New S-Curve ให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ GFC ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างประเทศเติบโต 15-25% จากฐานเดิม โดยปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าต่างประเทศเข้ามาใช้บริการอยู่แล้วราว 15% ของพอร์ตลูกค้ารวม แม้ที่ผ่านมาเป็นการเติบโตแบบออร์แกนิกโดยยังไม่ได้ทำการตลาดเชิงรุกอย่างจริงจัง สะท้อนศักยภาพของตลาดต่างประเทศที่ยังสามารถต่อยอดได้อีกมาก

ภก.นที ระบุว่า ธุรกิจให้คำปรึกษาและวางแผนการมีบุตรยังมีแนวโน้มเติบโตสูง จากจำนวนผู้มีบุตรยากที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นแนวโน้มระดับโลก ขณะที่ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญที่ชาวต่างชาติให้ความเชื่อมั่นในการเข้ามารับบริการ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง จึงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างจำกัด ขณะเดียวกัน ลูกค้ายังมีความเชื่อมั่นต่อคุณภาพการให้บริการของบริษัท โดยอัตราความสำเร็จของการตั้งครรภ์อยู่ที่ 74% ของผู้เข้ารับบริการ

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเดินสายโรดโชว์เพื่อขยายฐานลูกค้า ควบคู่กับการจัดโปรโมชั่นบริการฝากไข่ โดยจะเน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการตระหนักถึงความสำคัญของการฝากไข่มากขึ้น เพื่อรองรับการวางแผนมีบุตรในอนาคตเมื่อมีความพร้อม

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการ 352.99 ล้านบาท ลดลง 18.77 ล้านบาท หรือ 5.05% จากปี 2567 ที่มีรายได้จากการให้บริการ 371.76 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากจำนวนผู้มีบุตรยากที่เข้ามารับการรักษาลดลง สอดคล้องกับจำนวนรอบการเก็บไข่ในปี 2568 ที่ลดลง 91 รอบ หรือ 9.84% จากปีก่อน อย่างไรก็ดี รายได้ที่ลดลงในระดับจำกัดเมื่อเทียบกับปริมาณรอบที่ลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับราคาเข้ามาชดเชย

ด้านกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในปี 2568 อยู่ที่ 22.40 ล้านบาท ลดลง 69.52% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 73.51 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายคงที่และค่าเสื่อมราคาจากการขยายสาขาใหม่ ได้แก่ พระราม 9 อินเตอร์เนชั่นแนล และอุบลราชธานี รวมกว่า 29.36 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ายังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ D/E Ratio อยู่เพียง 0.14 เท่า

ส่วนของผลตอบแทนผู้ถือหุ้น GFC ยังคงมีเป้าหมายจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้ง โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติเห็นชอบให้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 เมษายน 2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.13 บาท คิดเป็นเงินรวม 28.60 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท รวม 6.60 ล้านบาท ส่งผลให้คงเหลือเงินปันผลที่จะเสนอจ่ายอีกหุ้นละ 0.10 บาท รวม 22 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 5% ต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...