โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสน่หา ต้องห้าม - Memoriesวันวาน

LINE TODAY SHOWCASE

เผยแพร่ 20 ก.ค. 2565 เวลา 15.23 น. • Memoriesวันวาน

ฉันไปดูหนังเรื่อง “Disobedience เสน่หา ต้องห้าม”

แหม!! ชื่อไทยดูเย้ายวนเสียเหลือเกิน …

ฉันไม่คุ้นกับคำศัพท์นี้ มาก่อนเลย “Disobedience” แต่ก็คุ้นเคยกับ Rachel McAdams + Rachel Weisz ชื่อเหมือนกันด้วย ราเชลแรก คุ้นเคยจากหนังเรื่อง the Notebook มาก่อน เพราะเป็นหนังรักโรแมนติกเรื่องโปรดเรื่องนึงของฉัน…ส่วนราเชล 2 ก็จาก The Mummy และอีกหลายๆเรื่อง….

เชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยได้ยินชื่อ หนังเรื่องนี้ ขนาดไปซื้อตั๋ว

พนักงานขายถามว่า : “ห๊ะ ? เรื่องอะไรนะพี่ มีด้วยเหรอ ?แป๊บนะพี่…” เข้าไปในเมนูเลือกซื้อ ถึงรู้ว่ามีจริงๆด้วย แต่มีคนจอง ไปแล้วแค่ 3 คน ชัดเลยปะ

เป็นหนังที่มีนางเอก 2 คน และ นางเอกสองคนนี้รักกัน ใช่ค่ะเป็นหนังผู้หญิงที่รักผู้หญิง หรือเรียกอีกอย่างว่า “หนังเลสเบี้ยน” ด้วยความที่มันเป็นหนังเฉพาะกลุ่ม….

คุณคิดว่าใครจะดูหนังแบบนี้บ้าง? สิ่งที่ฉันคิดคือ

*ต้องเป็นพวกที่เป็นแบบเดียวกับในหนัง

*อาจจะเป็นพวกคู่สามี-ภรรยาที่ชอบอะไรตื่นเต้น แบบว่าชอบดูหนังเพื่อปลุกอารมณ์

*อาจเป็นพวกนักวิจารณ์หนัง

*หรืออาจเป็นพวกชอบดูหนังอินดี้ หนังเกย์ หนัง LGBT ดูเพื่อบันเทิงเฉยๆ

มันเป็นหนังรอบดึก…คนก็จะน้อยๆหน่อย

ฉันไปดูกับแฟน แน่ละ ฉันเป็นผู้หญิงและฉันมีแฟนเป็นผู้หญิง……ฉันก็เป็นกลุ่มแรกซื้อตั๋วไปดู

Disobedience เป็นเรื่องราวความรักของผู้หญิง 2 คน ที่อยู่ในสังคมที่เคร่งศาสนา และที่สำคัญ พ่อ เป็นนักบวชที่เป็นผู้นำของนักบวชอีกที คงไม่ต้องบอกนะว่าพ่อจะเคร่งศาสนาขนาดไหน…

เรื่องราวเริ่มต้นที่ “โรนิท” นางเอกคนแรก เธอทำงานเป็นช่างภาพอยู่ที่นิวยอร์ก ได้รับแจ้งข่าวว่าพ่อเสีย ซึ่งเธอก็เดินทางกลับมาบ้านเกิด ที่ลอนดอน

พ่อของเธอ เป็น คนยิว และเป็น แรบไบ นิกายออโธดอกซ์ (แรบไบ Rabbi คือนักบวช หรือผู้สอนของศาสนายูดาห์ คล้ายๆกับบาทหลวงของศาสนาคริสต์ ถ้าจะพูดถึงศาสนาก็คงอีกยาว…. ) พ่อเป็นผู้นำศาสนา ท่านเก่งและคนในชุมชนเคารพรักมาก….แต่ความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อดูเหมือนจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่…

โรนิทได้มาพักกับ "โดวิท" ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนรักสมัยเด็กและลูกพี่ลูกน้องของเธอ เขาเป็นแรบไบ ผู้ที่จะ สืบทอดเจตนารมณ์ของพ่อ และเธอก็ได้รับรู้ว่า โดวิท แต่งงานกับ “เอสตี้” หญิงสาวที่ทำให้เธอต้องหนีจากบ้านเกิดไปทำงานที่นิวยอร์ก

ใช่แล้วค่ะ "เอสตี้" คือ นางเอกอีกคน….เธอเป็นครูสอนชั้นมัธยม ในโรงเรียนละแวกบ้าน…และเคร่งศาสนาเช่นเดียวกับคนที่อยู่ในชุมชนนี้มาตั้งแต่เกิด โรนิทและเอสตี้ ทั้งสองคนเคยคบกันและพ่อรับรู้ถึงความรักของเธอ โรนิทจึงหนีไปนิวยอร์ก ซึ่งมีชีวิตที่อิสระรวมถึงงานของเธอก็บอกความเป็นอินดี้ และแสดงถึงความนอกกรอบได้ดีทีเดียว

หนังเล่าถึงความเคร่งของศาสนาที่ผู้ชายจะต้องสวมหมวกคิปป้า หมวกใบเล็กๆแปะอยู่บนศรีษะ และ ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วก็ต้องสวมผ้าคลุมหรือใส่วิกผมไว้ตลอดเวลา เวลาออกนอกบ้าน มีพิธีกรรม บทสวดต่างๆ ที่คนในชุมชนต้องทำร่วมกันและการจัดงานศพครั้งยิ่งใหญ่ให้แก่ท่านสาธุคุณของพ่อโรนิท

และเป็นวันที่จะต้องประกาศ ผู้ซึ่งจะต้องมารับหน้าที่เป็นผู้นำศรัทธาทางศาสนาของคนในชุมชนต่อจากพ่อของโรนิท และนั่นจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก โดวิท สามีของเฮสตี้

หนังไม่ได้เล่าภาพจำเก่าระหว่าง โรนิทและเฮสตี้ แต่ให้คนดูจินตนาการเอง จากสายตาที่ทั้งคู่สื่อถึงกัน…แววตาแห่งเสน่หา ความต้องการซึ่งกันและกัน จนแทบจะหักห้ามใจไว้ไม่อยู่ แต่สถานการณ์ ณ ขณะนั้นจะทำอะไรได้….เมื่อทุกคนในชุมชนที่เธออยู่รับรู้และต่างจับจ้องความสัมพันธ์ของเธอทั้งสอง..

แต่แล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดทัดทาน เสน่ห์หา ต้องห้าม นี้ได้ เธอทั้งสองต่างก็ต้องการซึ่งกันและกัน จึงได้แอบหนีไปมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน เพราะเธอยังคงรักกัน ฉากเลิฟซีนเป็นอะไรที่เร่าร้อน ดูดดื่ม นักแสดงถ่ายทอดอารมณ์ได้ถึงใจมาก ตอนดูฉากนี้ นิ่ง เงียบ จนได้ยินเสียงกลืนน้ำลายตัวเอง แต่จะว่าไปก็แอบดูเหมือนจะรุนแรงเหมือนหนัง AV มากไปนิด

และความลับไม่มีในโลกอีกเช่นเคย เอสตี้ท้อง…แต่เธอไม่สามารถทนอยู่สภาพแบบนี้อีกต่อไป สังคม ศาสนาและชุมชนที่เธออยู่ทำให้เธออึดอัด ขาดอิสรภาพและไม่มีความสุข เธอไม่อยากให้ลูกของเธอต้องมีชีวิตแบบที่เธอเป็น เธอจึงตัดสินใจบอก โดวิท ถึงความต้องการที่แท้จริง…

หนังจบสวย…

ความรัก ไม่ได้จบที่การต้องอยู่ด้วยกันเสมอไป

ในงานศพของสาธุคุณพ่อโรนิท โดวิท ประกาศไม่ขอรับตำแหน่ง ผู้สืบทอด เพราะคิดว่าเค้าไม่พร้อม และเค้าได้ประกาศว่า ขอมอบอิสรภาพให้แก่ เฮสตี้ ……หัวใจของโดวิทยิ่งใหญ่มาก

แล้วทั้ง 3 คนก็โผกอดกันด้วยความอบอุ่นในหัวใจ…

หนังไม่ได้บอกว่าใครอยู่กับใคร รู้แต่ว่าต่างคนต่างไป ต่างใช้ชีวิต ให้คิดต่อเอาเอง

แต่หนังได้ชี้ให้เห็นว่า

ในหลายๆประเด็นที่มีอิทธิพลต่อการดำรงอยู่ในสังคมของคนกลุ่มนี้

ประเด็นครอบครัว สำคัญมาก โรนิท รักพ่อ แต่น่าเสียดายที่เธอไม่เคยภาพถ่ายพ่อเลยแม้แต่ภาพเดียว ทั้งๆที่เธอเป็นช่างภาพมืออาชีพ….เพราะเหตุว่าเธอ เป็นเลสเบี้ยน

ประเด็นทางกฎหมาย และการยอมรับของสังคม ที่เป็นเครื่องกีดกันทางสังคม ให้ขาดเสรีภาพในการใช้ชีวิต ของกลุ่มคนเฉพาะกลุ่มนี้

ประเด็นทางด้านความศรัทธา หรือความเชื่อทางศาสนา ก็เป็น เรื่องใหญ่อยู่ไม่น้อย การรักเพศเดียวกัน เป็นบาป หรือไม่ เป็นการขัดต่อความเชื่อ ถือเป็นการไม่เชื่อฟัง เป็นการปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎหมายบางมาตรา ด้วยเหตุผลที่ว่ากฎหมายนั้นๆ ไม่ชอบธรรม ตามความหมายของ

Disobedience

แล้วมันผิดด้วยหรือ? ที่ “คน” อยากมีอิสระในการใช้ชีวิต อย่างมีความสุข โดยไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน

By : memoriesวันวาน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...