โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

จัดไปจารย์! สำรวจความหมายของคำว่า ‘เซนเซ’ ในหลายประเทศของเอเชีย | つづく

CONT.

อัพเดต 12 พ.ย. 2565 เวลา 16.11 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2565 เวลา 09.43 น. • CONT.

ปัจจุบัน เราๆ ท่านๆ คงคุ้นเคยกับภาษาญี่ปุ่นคำว่า ‘เซนเซ’ (先生) กันโดยไม่ได้รู้สึกแปลกแยกอะไร เพราะเท่าที่เคยชมซีรีส์ ภาพยนตร์ หรือการ์ตูนญี่ปุ่น ก็คงจะได้ยินคำนี้กันบ่อยๆ แต่วันนี้ผมจะมาพูดถึงที่มาและความหมายโดยรวมของคำคำนี้กัน

อักษร ‘เซน’ (先) หมายถึง ก่อน, มาก่อน, เกิดก่อน 

อักษร ‘เซ’ (生) หมายถึง ชีวิต, การเกิด

อักษร ‘เซนเซ’ (先生) ถ้าแปลตรงตัวจึงแปลว่า ‘ผู้เกิดก่อน’ ซึ่งอันที่จริง เป็นคำที่ชาวจีนโบราณเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้น แต่เนื่องจากอิทธิพลของอารยธรรมจีนโบราณแพร่ไปในหลายประเทศของทวีปเอเชีย จึงมีหลายชาติหลายภาษายืมเอาคำนี้ไปใช้ เพียงแต่จะออกเสียงและใช้ในความหมายที่ต่างกันไปในแต่ละภาษา

Assassination Classroom

จีน

ในภาษาจีนกลางหรือจีนแมนดารินมาตรฐานในปัจจุบัน ออกเสียงอักษร 先生 ว่า ‘เซียนเชิง’ (xiānshēng) ซึ่งมีความหมายตามปกติว่า Mister จะนิยมใช้เรียกสุภาพบุรุษอย่างให้เกียรติ หมายถึง ‘คุณ…’ เพียงแต่นิยมใช้กับเพศชายเท่านั้น อาจจะเหมือนเป็นการให้เกียรติว่าอีกฝ่ายเป็นผู้เกิดก่อนย่อมมีสถานภาพทางสังคมที่สูงกว่ากระมัง

แม้ภาษาจีนโบราณจะมีการใช้คำนี้ในความหมายว่าครู อาจารย์ หมอ แพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญในบางวิชาชีพ แต่ภาษาจีนในปัจจุบันเหลือความหมายหลักคือ Mister เท่านั้น

เกาหลี

ในภาษาเกาหลีปัจจุบัน อ่านอักษรเดียวกันนี้ (先生) ว่า ‘ซอนแซง’ (선생: seonsaeng) เพียงแต่ในภาษาเกาหลีจะนิยมเติมคำปัจจัย (Suffix) เพื่อใช้ในการยกย่องคือ ‘…นิม’ (님: nim) จึงนิยมเรียกเป็นเซตว่า ‘ซอนแซงนิม’ (선생님: seonsaengnim) ที่แปลว่า ‘ท่านอาจารย์’ ซึ่งเราจะได้ยินคำนี้บ่อยๆ จากซีรีส์เกาหลี

โดยในภาษาเกาหลีปัจจุบันยังมีความหมายคล้ายกับจีนโบราณคือใช้เรียกครู อาจารย์ หมอ แพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญในบางวิชาชีพ ไม่ได้มีความหมายว่า Mister เหมือนในภาษาจีนแต่อย่างใด

Created with GIMP

Hospital Playlist

เวียดนาม

สมัยโบราณ เวียดนามก็ได้รับอิทธิพลจากภาษาและอารยธรรมจีน ภาษาเวียดนามโบราณจึงใช้อักษรจีนและมีการใช้คำศัพท์ร่วมกับภาษาจีนอยู่มาก เพียงแต่ในปัจจุบันเปลี่ยนไปใช้อักษรโรมันตามแบบฉบับฝรั่งเศสในการเขียนภาษาเวียดนามเท่านั้น แต่สมัยโบราณเวียดนามก็ใช้อักษร 先生 เช่นกัน โดยเวียดนามออกเสียงว่า ‘เตียน ซิง’ (tiên sinh) โดยมีความหมายคล้ายกับที่ภาษาจีนปัจจุบันใช้คือหมายถึง Mister แต่ในปัจจุบันภาษาเวียดนามไม่ได้ใช้คำนี้กันแพร่หลายแล้ว เหมือนเป็นภาษาในวรรณกรรมจีนโบราณที่อ่านกันในเวียดนามเสียมากกว่า

ไทย

แม้ว่าไทยจะไม่ได้รับอักษรจีนเข้ามาผสมในระบบภาษาไทยโดยตรง แต่เนื่องจากอารยธรรมจีนโพ้นทะเลในไทยนั้นหยั่งรากลึกพอสมควร โดยอักษร 先生 ในไทยเรียกว่า ‘ซินแส’

ผมเชื่อว่าทุกคนคงจะทราบทันทีว่าหมายถึงอะไรกัน ซึ่งเรานิยมใช้ในความหมายเดียวกับจีนโบราณและความหมายเดียวกับที่เกาหลีใช้ คือใช้เรียกครู อาจารย์ หมอ แพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญในบางวิชาชีพ

ญี่ปุ่น

คำนี้เราจะได้ยินบ่อยสุดจากภาษาญี่ปุ่น ซึ่งก็ได้จั่วหัวบทความด้วยเสียงญี่ปุ่นเลยว่า ‘เซนเซ’ (先生: Sensei) เลยจะขอเขียนขยายความของฝั่งญี่ปุ่นมากเป็นพิเศษ

ญี่ปุ่นจะใช้อักษร 先生 ในความหมายคล้ายกับที่เกาหลีใช้คือ ใช้เรียกครู อาจารย์ หมอ แพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญในบางวิชาชีพ เพียงแต่ ‘ผู้เชี่ยวชาญในบางวิชาชีพ’ ของญี่ปุ่นจะต่างกับเกาหลีอยู่บ้างในรายละเอียด โดยญี่ปุ่นนั้นนอกจากจะใช้เรียกครู อาจารย์ หมอ แพทย์แล้วยังใช้เรียกนักการเมืองอีกด้วย

อีกทั้งยังมีเกณฑ์การเรียกที่ชัดเจนว่าจะใช้เรียกผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพใดๆ ก็ตามที่ลงท้ายด้วยคำปัจจัย (Suffix) ในภาษาญี่ปุ่นว่า นัก… (士 ออกเสียงว่า ‘ชิ’) เรียกรวมว่า ‘วิชาชีพที่ลงท้ายด้วยคำว่านัก’ (士業) เช่น นักกฎหมาย (弁護士: เบงโกะชิ) ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (公認会計士: โคนิงไคเคชิ) ผู้ตรวจสอบธุรกิจเอสเอ็มอี (中小企業診断士: ชูโชคิเงียวชินดันชิ) เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้อ่านชาวไทยหลายท่านที่คุ้นเคยกับการ์ตูนญี่ปุ่นมานานนับทศวรรษอาจจะได้ยินชาวญี่ปุ่นจำนวนมากเรียกนักเขียนการ์ตูนว่าเซนเซเช่นกัน ซึ่งการเรียกนักเขียนการ์ตูนว่าเซนเซนั้นก็มีชาวญี่ปุ่นแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

เนื่องจากอักษรจีนในภาษาญี่ปุ่นนั้นมีหลายพันตัว (ปัจจุบันมีการบัญญัติอักษรคันจิหรืออักษรจีนในภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั้งสิ้น 2,136 ตัว แต่ชีวิตจริงใช้มากกว่านั้นอีก) ทำให้แต่ไหนแต่ไรมาก่อนจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น นักเขียนของญี่ปุ่นต้องเป็นผู้มีการศึกษาและเคี่ยวกรำตัวเองให้รู้คำศัพท์และอักษรจีนจำนวนมาก สังคมญี่ปุ่นแต่โบราณจึงมีแนวโน้มจะยกย่องนักเขียนว่าเป็นวิชาชีพเซนเซประเภทหนึ่ง ภายหลังพอธุรกิจการ์ตูนเริ่มวางรากฐานจนกลายเป็นธุรกิจสร้างรายได้ จึงมีการแข่งขันสูงมาก และมีระบบลูกมือหรือลูกศิษย์ก้นกุฏิ ทำให้ลูกมือหรือลูกศิษย์ก้นกุฏิเหล่านั้นยกย่องนักเขียน (ซึ่งเปรียบเสมือนหัวหน้า) ของตัวเองว่าเป็นเซนเซ คือจัดเป็นนักเขียนประเภทหนึ่งเช่นกัน

ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการเรียกนักเขียนการ์ตูนว่าเซนเซจึงมีธรรมเนียมเรียกนักเขียนการ์ตูนว่าเซนเซมานานนับทศวรรษแล้ว คือยกย่องอาชีพนักเขียนการ์ตูนว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพเฉพาะทางประเภทหนึ่ง จึงควรให้เกียรติเรียกว่าเซนเซ แต่ในความเป็นจริงก็ยังมีชาวญี่ปุ่นอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับการเรียกนักเขียนการ์ตูนว่าเซนเซ เพราะเห็นว่ายังเป็นเพียงวิชาชีพที่ให้ความบันเทิง ไม่ควรได้รับเกียรติมากเท่าวิชาชีพครู อาจารย์ หมอ แพทย์ นักการเมือง และวิชาชีพที่ขึ้นด้วยคำว่า ‘นัก…’ (士) อื่น ๆ ดังกล่าวไปแล้ว

ในปัจจุบันยังไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าเมื่อไรที่จะเริ่มเรียกนักเขียนการ์ตูนคนนั้น ๆ ว่าเซนเซ แต่เกณฑ์ที่พอจะเดาได้คือ ‘ความโด่งดัง’ ของนักเขียนการ์ตูนคนนั้น ถ้าเขียนรายสัปดาห์แล้วโดนตัดจบเลย ก็มักจะจบชีวิตในวงการลงโดยไม่ค่อยมีใครเรียกว่าเซนเซเท่าไร แต่ถ้าผลงานติดตลาดได้รวมเล่ม จนถึงขั้นกลายเป็นอนิเมะทางโทรทัศน์ ก็หมายความว่าโด่งดังพอตัว ถึงจุดนี้จะเริ่มมีลูกศิษย์ลูกหามาสมัครงานและเรียนรู้ฝีมือ ก็จะเริ่มมีลูกศิษย์เรียกว่าเซนเซมากขึ้น ทางสำนักพิมพ์ก็จะให้เกียรติเรียกเซนเซกันมากขึ้นๆ เรียกว่าเป็นไปตามกลไกความดังและกลไกตลาดนั่นเอง

นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากว่าบางประเทศในเอเชียก็ไม่ถูกกัน หรือเคยรบกันและทะเลาะกันมามากมาย แต่สุดท้ายก็มีอะไรที่เชื่อมโยงกันมาแต่โบราณ จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังสามารถค้นหาความเชื่อมโยงนั้นได้อยู่ อย่างเช่นอักษรคำว่า 先生 ซึ่งจัดว่าเป็นอารยธรรมข้ามชาติและข้ามศตวรรษที่ยังมีอิทธิพลสูงมากในเอเชียก็ว่าได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...