โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สทท.เร่งมาตรฐาน "ปลอดภัย" ทำแผนคุมทุกเซ็กเตอร์/ชูเซฟตี้บัสนำร่อง

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 06 ม.ค. 2562 เวลา 06.35 น.

สทท.ยกเครื่องมาตรฐานความปลอดภัยนักท่องเที่ยวทั้งทางบก-น้ำ-อากาศ ตั้ง “ดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร” นั่งแท่นประธานคณะทำงาน ตั้งเป้าร่างแผนความปลอดภัยครอบคลุมทุกคลัสเตอร์ด้านท่องเที่ยว ทั้ง “อาหาร-โรงแรม-ขนส่ง” เสร็จภายใน 1 ปี พร้อมชูโครงการ Safety Bus Thailand นำร่องเฟสแรกไปก่อน ด้านกลุ่มผู้ประกอบการรถขนส่งขานรับ

แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ประชุม สทท.

เมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีมติแต่งตั้งคณะทำงานดูแลด้านความปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย โดยมี ดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร ซึ่งเป็นรองประธานสภาสาขาขนส่งท่องเที่ยวทางบก เป็นประธานคณะทำงาน ทั้งนี้ เพื่อดูแลและกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการขนส่งนักท่องเที่ยวทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศอีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกด้วย

ร่างแผนครอบคลุมทุกเซ็กเตอร์

ดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร รองประธานสภาสาขาขนส่งท่องเที่ยวทางบก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพใหญ่ของมาตรฐานด้านความปลอดภัยของ สทท.นั้น ได้กำหนดให้ครอบคลุมทุกเซ็กเตอร์ที่เกี่ยวเนื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อาทิ ความปลอดภัยด้านการขนส่งนักท่องเที่ยว ความปลอดภัยด้านอาหาร ความปลอดภัยของโรงแรม ที่พัก ฯลฯ

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้กำหนดแผนการดำเนินงานไว้ 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะ 3 เดือน 6 เดือนและ 1 ปี โดยในช่วง 3 เดือนแรกนี้จะกำหนดคอนเซ็ปต์ทั้งหมดให้ครอบคลุมทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งจะทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ ร่วมกับกรมเจ้าท่าในการทำมาตรฐานความปลอดภัยทางเรือ ร่วมกับมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคในการทำมาตรฐานความปลอดภัยทางบก เป็นต้น ซึ่งจะวางกรอบให้ครอบคลุมทุกเซ็กเตอร์ภายใน6 เดือน จากนั้นร่างแผนใหญ่เรื่องการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยต้องออกมาอย่างชัดเจนและเสร็จสมบูรณ์ภายใน 1 ปี หรือภายในสิ้นปี 2562 นี้

ส่ง “เซฟตี้ บัส” นำร่อง

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ภาพการดำเนินงานด้านมาตรฐานความปลอดภัยมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ทาง สทท.ได้ทำงานร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทยเดินหน้าโครงการมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับรถขนส่งนักท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อว่า “เซฟตี้ บัส ไทยแลนด์” หรือ Safety Bus Thailand นำร่องไปก่อนหน้านี้แล้ว

“โครงการนี้เราดำเนินการไปแล้วและมีผู้ประกอบการที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวแล้วกว่า 100 ราย และมีพนักงานขับรถที่ได้ใบอนุญาตแล้วประมาณ 1,000 คน และคาดว่าภายในปีนี้น่าจะมีรถที่ผ่านโครงการดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 300 คัน ซึ่งในอนาคตเรามีแผนผลักดันให้มีการกำหนดดาวลักษณะเดียวกับโรงแรม เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานได้ตามลักษณะการใช้งานมากขึ้น” ดร.วสุเชษฐ์กล่าว

ผู้ประกอบการรถนำเที่ยวขานรับ

นายจิระเดช ห้วยหงษ์ทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท หงษ์ทองเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด กล่าวว่า ตามปกติรถโดยสารนำเที่ยวทุกคันจะต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากกรมการขนส่งทางบก

อยู่แล้วทุก ๆ 6 เดือน หากจะกำหนดมาตรฐานการตรวจรถโดยสารนำเที่ยวขึ้นมาใหม่ ก็จะต้องมาดูในรายละเอียดของมาตรฐานที่จะออกมาใหม่ว่าต่างจากมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบกที่ได้คุณภาพอยู่แล้วอย่างไร ใครเป็นผู้กำหนด

สำหรับเรื่องการกำหนดอายุรถโดยสาร ตนเห็นว่าไม่ควรนำมาพิจารณาร่วมด้วย ส่วนสำคัญที่ควรพิจารณาคือคุณภาพของรถมากกว่าสอดคล้องกับนายวรพจน์ ชะรินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท สวีทรานส์ จำกัด ที่กล่าวว่า ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหา

ด้านมาตรฐานความปลอดภัยของรถโดยสารนำเที่ยว เป็นไปในลักษณะของการออกกฎเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ทำให้กฎระเบียบที่มีอยู่ยังไม่ครบถ้วนเท่าที่ควร ยังสามารถยกระดับและเพิ่มเติมให้ครบถ้วนได้อีก ซึ่งต้องอาศัยทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และผู้ประกอบการรถโดยสารนำเที่ยวในการแก้ไขปัญหา

โดยช่วงแรกทุกฝ่ายอาจจะต้องยอมแบกรับผลกระทบบางส่วน เพื่อให้ในท้ายที่สุดผู้ประกอบการรถโดยสารนำเที่ยวทั้งหมดจะสามารถแข่งขันกันได้บนมาตรฐานเดียวกันอย่างแท้จริง

“การกำหนดอายุรถและคุณภาพมาตรฐานของรถต้องถูกทำควบคู่กันไป โดยรถเก่าที่ยังอยู่ในระบบตอนนี้ก็ต้องมีกำหนดระยะเวลาที่จะต้องออกจากระบบ เพื่อที่เราจะจบปัญหาด้านมาตรฐานรถอย่างแท้จริง ซึ่งก็จะต้องทำไปพร้อมกับการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานด้านความปลอดภัยให้กับรถใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ระบบอย่างจริงจังมากขึ้น” นายวรพจน์กล่าว

ชี้การดำเนินงานต้องใช้เวลา

ด้านธนัช เงินประเสริฐศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนัชวิชญ์ แทรเวล กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เชื่อว่าผู้ประกอบการรถโดยสารนำเที่ยวส่วนมากเห็นด้วยกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรถโดยสารนำเที่ยว เพียงแต่การแก้ไขปัญหาอาจจะต้องใช้เวลายาวนาน และอาจจะต้องอาศัยมาตรการช่วยเหลือด้านทุนจากภาครัฐในช่วงแรก ในลักษณะของกองทุนหรือเงินสนับสนุน

ทั้งนี้ เนื่องจากหลังการกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยใหม่ ผู้ประกอบการบางส่วนอาจจะต้องลงทุนซื้อรถใหม่ หรือแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงเพื่อยกระดับความปลอดภัยสูงมากจนอาจจะกระทบกับโครงสร้างราคาโดยรวมของตลาด จนอาจจะส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อตลาดการท่องเที่ยวไทยได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...