โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

"มนุษย์ป้าใจร้อน" สั่งช่างทุบห้องน้ำเพื่อนบ้านสร้างกำแพง ปลัดอบต.ต้องไกล่เกลี่ยสุดท้ายให้ป้าชดใช้ค่าเสียหาย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ม.ค. 2562 เวลา 12.05 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2562 เวลา 12.05 น.

เมื่อเวลา 09.00น. ของวันที่ 9 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 29/6 หมู่ที่ 2 ตำบลท่าเสา อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นบ้านของนางจิรนันท์ ธูปหอม อายุ 46 ปี หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ ฐานิตา กรีมานนท์ ได้โพสต์เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 7 มกราคม 2562 โดยระบุว่า ช่วยด้วยค่ะ ! ขอความเป็นธรรมหน่อยค่ะ โดยระบุว่า “ขอเล่าก่อนค่ะ คือคนข้างหลังบ้านที่ติดอยู่กับหลังบ้านต้องการลงเสา สร้างรั้วกำแพงของเค้าที่ติดกับบ้านเราแล้วอ้างกฎหมายใหม่ บ้านต้องห่างจากรั้ว50 เซนติเมตรบ้านเราปลูกตั้งแต่ประมาณปี 2543 ตอนนี้อยู่ระหว่างการตกลง ย้ำนะคะบ้านเราปลูกในที่ของเราแน่นอนค่ะ แต่ข้างบ้านจะสร้างรั้ว เลยจะมาเอาพื้นที่ในบ้านของเรา50 เซนติเมตร แล้ววันนี้ 7/1/2562 ได้นำช่างมารื้อหลังคาหลังบ้าน ทุบกำแพงข้างบ้าน ทุบห้องน้ำ คือไม่มีหมายศาลอะไรเลย ปีนกำแพงเข้าบ้านมาทุบ ทุบท่อน้ำแตกทุบห้องน้ำ เลยไปแจ้งความดำเนินคดีแต่ตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาทั้งที่บุกลุกเข้ามาโดยไม่รับอนุญาต ป้าข้างบ้านเลยให้ไปฟ้องศาลเอา แล้วกี่วันกี่เดือนเรื่องถึงจะเสร็จสิ้น ไม่มีห้องน้ำอาบ เดือดร้อน แล้วเราติดแอร์ในบ้านของเราตรงที่จะเค้าจะทุบมาว่าให้เราหาช่างมาย้ายไปและจะทุบทางเดินหลังบ้านให้หมด จนพี่ชายต้องเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายให้หยุด ถึงยอมหยุดและไปแจ้งความ บ้านก่อนและหลังโดนทุบค่ะ (มีวีดีโอค่ะ)…..

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ไปดูสภาพบ้านของนางจิรนันท์ ก็พบกับร่องรอยความเสียหายบริเวณผนังปูนของห้องน้ำที่ถูกทุบเป็นช่องโหว่ และกำแพงข้างบ้าน มีเศษซากอิฐบล๊อคตกเกลื่อน ส่วนหลังคาด้านหลังบ้านที่ปกคลุมทางเดินก็ถูกรื้อทิ้ง โดยนางจิรนันท์ ผู้เสียหายบอกว่า บ้านหลังนี้ตนเองสร้างอยู่บนที่ดินส่วนบุคคลที่เป็นทรัพย์สินของตนอย่างถูกต้องและมีโฉนดตามกฏหมายตั้งแต่ปี 2543 โดยก่อนหน้าที่จะถูกทุบผนังห้องน้ำนั้น ปัญหาเริ่มจากที่ป้าคู่กรณีที่อยู่หลังบ้านบอกว่าจะสร้างรั้วกำแพง แต่ต้องมีการตอกเสาเข็ม ซึ่งด้านหลังบ้านของตนที่ปลูกสร้างยื่นออกมาไว้สำหรับเป็นทางเดินเข้าห้องน้ำนั้นแม้จะอยู่ในที่ของตนเอง แต่ก็ไปกีดขวางการทำงานของช่าง จึงจะขอให้ช่างทุบทิ้ง และก็จะต้องเปลี่ยนประตูทางเข้าห้องน้ำไปอยู่ด้านข้างด้วย โดยทางบ้านของป้าจะทำประตูห้องน้ำให้ใหม่ ซึ่งตอนแรกตนเองก็ได้มีการพูดคุยกับป้าแล้ว และก็เห็นใจป้าเพราะเป็นเพื่อนบ้านกันมานาน แต่ก็บอกไปว่าขอปรึกษาหารือกับทางครอบครัวก่อน ซึ่งทางลุงที่เป็นสามีของป้ายังบอกว่าถ้าจะมีการทุบหรือทำอะไรกับบ้านของตน จะต้องได้รับความยินยอมจากตนและต้องมีการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรไม่เช่นนั้นทำไม่ได้ จากนั้นตนก็ได้ไปพูดคุยหารือกับทาง อบต.ท่าเสา และทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกกระทุ่มแบน เพื่อขอความรู้ในเรื่องดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ต้องทำเป็นหนังสือลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจน แต่ในวันที่ตนไปปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่นั้น พอกลับมาก็พบว่า ช่างก่อสร้างที่ป้าจ้างมานั้น ได้ปีนข้ามรั้วด้านหลังเข้ามาทุบผนังห้องน้ำของบ้านตนแล้ว ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ตกลงกันให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรมด้วยการทำหนังสือยินยอม ซึ่งตนก็ได้ไปเรียกเพื่อนบ้านให้มาช่วยยับยั้งช่างที่กำลังทุบผนังห้องน้ำ จากนั้นก็มีปากเสียงกับป้า โดยทางป้าบอกว่าให้ตนอยู่เฉยๆ จะได้สร้างกำแพงให้เสร็จโดยเร็ว ซึ่งตนก็ไม่ยอมจนกลายเป็นเรื่องราวดังกล่าว โดยตนเองเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่ถูกต้อง เพราะบ้านนี้เป็นบ้านของตน สร้างอยู่บนที่ดินของตนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นหากใครจะมาทำอะไรบนเนื้อที่ของตน ก็จะต้องได้รับความยินยอมจากตนก่อน อีกทั้งยังจะต้องให้มีหลักฐานที่ตกลงกันให้ชัดเจนด้วย แต่พอมาทำแบบนี้ตนเองและครอบครัวเดือดร้อนมาก ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ได้ไปแจ้งความที่ สภ.กระทุ่มแบนไว้แล้ว

ต่อมานายศุภโชค โชคสาคร พร้อมด้วย นายศิริวัฒน์ เตชะภิญญาวัฒน์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอกระทุ่มแบน ได้เดินทางมาดูความเสียหายพร้อมทั้งให้สัมภาษณ์ว่า ในวันเกิดเหตุนางจิรนันท์ เดินทางไปปรึกษาจริงๆ และยังแนะนำไปว่าถ้าจะมีการดำเนินการทุบแก้ไขโครงสร้างจะต้องมีการทำสัญญาให้เป็นลายลักษณ์อักษรก่อน แต่จากการที่ได้สอบถามคุณป้าข้างบ้านคู่กรณีบอกว่า บ้านของนางจิรนันท์ได้ปลูกสร้างชิดแนวเขตของตน ซึ่งตามข้อกฎหมายการก่อสร้างก็ยังมีรายละเอียดข้อกฎหมายย่อยลงไปอีก ดังนั้นจึงต้องดูข้อกฎหมายให้ชัดเจนว่าการกระทำใดที่เป็นข้อห้ามในเรื่องของการปลูกสร้าง

จากนั้นนายศุภโชค โชคสาคร และ นายศิริวัฒน์ เตชะภิญญาวัฒน์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอกระทุ่มแบน ก็ได้เข้าไปที่บ้านของคุณป้าคู่กรณี ซึ่งตัวแทนของคุณป้าได้เดินออกมาเปิดประตูพร้อมกับบอกว่า ทางคุณป้าไม่พร้อมจะพูดคุยกับสื่อมวลชน แต่จะพูดคุยกับปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงเท่านั้น โดยได้มีการพูดคุยกันนานกว่า 40 นาที ส่วนทางผู้สื่อข่าวก็ปักหลักเฝ้ารอคำชี้แจงจากคุณป้าอยู่นอกรั้ว ซึ่งในที่สุดก็ได้รับการเปิดเผยข้อสรุปในเบื้องต้นจากนางสาวชิดชนก กวางเส็ง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเสาว่า ทางคุณป้าคู่กรณียอมรับว่าที่ทำลงไปเพราะมีอารมณ์ร้อน และความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน โดยคิดว่าเพื่อนบ้านตกลงยินยอมให้เข้าไปในบ้าน เพื่อทุบผนังห้องน้ำแล้วทำการเปลี่ยนทางเข้าออกของประตูไปอีกด้านหนึ่ง ซึ่งทางคุณป้าคู่กรณีก็ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ โดยจะให้ทั้งคู่ไปตกลงกันต่อหน้านายอำเภอกระทุ่มแบน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าต่อมาในเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันเดียวกันนี้ ทางคู่กรณีทั้งสองฝ่ายก็ได้ไปพบกับนายบรรพต จันทรวงษ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน เพื่อไกล่เกลี่ยและหาข้อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้เวลาคุยกันเป็นการส่วนตัวในห้องของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอนานเกือบ 1 ชั่วโมง แล้วก็ได้ข้อยุติสรุปที่ว่า ทางด้านของคุณป้าคู่กรณียอมจ่ายเงิน 35,000 บาท ให้กับนางจิรนันท์ ผู้เสียหาย เพื่อนำไปเป็นค่าซ่อมแซมผนังห้องน้ำที่ถูกทุบและหลังคาที่ถูกรื้อถอนไป พร้อมกันนี้ก็ยังยอมจ่ายค่าเยียวยาดูแลจิตใจแก่ผู้เสียหายอีก 10,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 45,000 บาท ส่วนเรื่องของการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างด้านหลังบ้านของนางจิรนันท์ฯ นั้น ต้องให้ทางฝ่ายกฎหมายของ อบต.ท่าเสา เป็นผู้ชี้ขาดว่าจะต้องทำการรื้อถอนตามที่คุณป้าคู่กรณีได้ชี้แจงไว้หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...