โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิว] Proud of Me: หนัง ไทบ้าน ฉบับจีนแผ่นดินใหญ่

BT Beartai

อัพเดต 22 มิ.ย. 2562 เวลา 15.51 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2562 เวลา 15.51 น.
[รีวิว] Proud of Me: หนัง ไทบ้าน ฉบับจีนแผ่นดินใหญ่

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ

ความกดดันของคนเป็นลูก ความคาดหวังของคนเป็นพ่อ ตามติดชีวิตของชายหนุ่มที่มีชื่อว่า “369” ในช่วงเวลาตลอด 8 ปี เขาเป็นเด็กที่ไม่เอาการเรียน ไม่เอาการงาน โดนเพื่อนบ้านดูถูกอยู่เสมอ เขาจึงตัดสินใจออกเดินทางไปเซินเจิ้นเพื่อหาทางหลุดพ้นจากสายตาที่มองดูถูกเขา ภายในดินแดนแห่งนั้นที่ไม่เคยมีใครรู้จัก 369 เขาได้กลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงบนโลกอินเทอร์เน็ต แต่ทว่าชื่อเสียงของเขากลับต้องแลกมาด้วยความผิดหวังของคนเป็นพ่อ เขาจึงต้องเลือกระหว่างโลกที่ยอมรับเขา กับ คน ๆ หนึ่งที่ไม่เคยปล่อยมือเขาในยามที่ต่ำที่สุดในชีวิต

หนังนำเสนอตัวเองนอกโรงได้แบบอิหยังวะ พอสมควร ทั้งโปสเตอร์ที่สวยนะเหมือนหนังสไตล์ญี่ปุ่นหนังไต้หวันสวย ๆ หวนอดีตนิด ๆ แต่พอดูตัวอย่างหนังมันอิรุงตุงนังไม่รู้ว่าพี่แกเล่าอะไรกันแน่ ตัวละครเส้นเรื่องยุ่บยั่บไปหมด แถมฉากที่คัดมาโชว์ในตัวอย่างก็โคตรธรรมดา บ้านมากกกก ความอิหยังวะ เลยเปลี่ยนเป็นความรู้สึก สงสัย ว่าหนังเรื่องนี้มันมีอะไรดี และหน้าที่หาเพชรในตมก็เป็นหน้าที่เสี่ยงตายหนึ่งของนักรีวิวสายลองของอยู่แล้ว เราจึงไปพิสูจน์มาให้ ว่าหนังเรื่องนี้มันยังไงของมันแน่

นี่เป็นหนังอินดี้ม้ามืดสุดแสนจะฮิตเว่อ ๆ ในประเทศจีน กำกับโดย หลานหงชวน ที่ก็เพิ่งกำกับและเขียนบทเรื่องแรก โดยมีนักแสดงธรรมดาบ้าน ๆ ไม่ได้มีชื่อเสียงเลยสักคน แม้แต่ดารานำชาย  เจิ้งรุ่งชี ในบท 369 (ชื่อมันยังอินดี้เหมือนหนังเลย) ที่มาเขียนบทร่วมด้วย ก็ยังไม่เคยเล่นเรื่องไหนมาก่อนอีก แถมตัวเนื้อหาก็เล่นความเป็นท้องถิ่นอย่างแถบกวางตุ้งโดยเฉพาะ ภาษาทั้งเรื่องก็เป็นแต้จิ๋ว ซึ่งกลายเป็นหนังจีนพูดแต้จิ๋วเรื่องแรกด้วย หนังลงทุนไปแบบอินดี้ 5 ล้านหยวน แต่กลับทำเงินเป็นกอบเป็นกำจากผู้ชมในแถบกวางตุ้งจนกลายเป็นกระแสไปทั่วจีน และทำเงินไปได้ถึง 47 ล้านหยวน เป็นโคตรปรากฏการณ์ปี 2018 ในอุตสาหกรรมหนังจีนขนาดเล็กเลยทีเดียว เทียบแล้วนี่มันก็หนังตระกูล ไทบ้าน ของบ้านเราดี ๆ นี่ล่ะนะ

ด้วยบรรยากาศแบบหนังหวนไห้อดีตบาง ๆ สวย ๆ เหมือนพวกหนัง You Are the Apple of My Eye (2011) ของไต้หวัน หรืออย่าง Always Sunset on Third Street (2005) ของญี่ปุ่น หรือแบบ แฟนฉัน กับ ตุ๊กแกรักแป้งมาก ที่เป็นหนังไทย หนังเลยสวย ๆ ยิ้ม ๆ ถูกใจคนทั่วไป และเล่าเรื่องผ่านสายตาของ 369 (เจิ้งรุ่งชี) เด็กม.5 สุดเกเรใน เฉาหยาง เมืองชนบทอีกเมืองของจีน ด้วยความไม่สนใจเรียนเอาแต่เล่นเกมและสนใจโลกออนไลน์กับการแต่งเพลง ทำให้ในที่สุดเขาก็โดนไล่ออก ลุงเหล็ง (เจิ้งเผิงเชง) พ่อของ 369 ผู้ทำอาหารพื้นเมืองขายแบบพอมีพอกินไม่ได้ร่ำรวย ก็ได้แต่อับอายอยู่เสมอที่มีลูกไม่เอาไหน ด้วยความรักและเป็นห่วงเขาพยายามหางานที่พอรู้จักให้ลูกได้ลองตามหาตัวเองต่อ โดยไม่ได้สนใจนักว่า 369 จะมีความฝันอย่างไร เพราะตัว 369 เองก็เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อไม่เคยเอาจริงเอาจัง ได้แต่ขอเงินพ่ออยู่เสมอ เวลาผ่านไป 8 ปี เสี่ยวมิน (จางหยงเซียน) เพื่อนสาวคนที่เขาหลงรักได้เรียนจบและทำงานในเมืองใหญ่อย่างเซิ่นเจิ้น ดินแดนแห่งโอกาสของคนชนบท ซึ่งในขณะนี้ 369 เองก็ยังไม่มีงานเป็นชิ้นเป็นอัน เขาจึงขโมยเงินพ่อและออกไปเผชิญโลกอย่างไร้เดียงสา โดยมีเซิ่นเจิ้นกับสาวคนรักเป็นเป้าหมาย แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายสำหรับชายบ้านนอกการศึกษาน้อย แถมยังต้องสู้เพียงลำพังกลางเมืองใหญ่นักหรอก ที่เหลือก็ไปดูในหนังเอา – ว่ามาแค่นี้พล็อตสไตล์หนังที่เราคุ้นเคยเลย คนต่างจังหวัดมาแสวงหาโอกาสในเมืองใหญ่และได้เรียนรู้ว่ากลับบ้านเกิดไปหาพ่อหาแม่มันก็ดีเหมือนกัน สำนึกรักบ้านเกิดกันไปประมาณนั้น

แต่ในความบ้าน ๆ ชิน ๆ มันก็มีของที่ทำเราแปลกใจหลายอย่างนะ ทั้งเรื่องการล้อเลียนวัฒนธรรมองค์กรของพรรคคอมมิวนิสต์ที่สั่งสอนให้ประชาชน รักสามัคคี โดย 369 แต่งเพลงสรรเสริญครูใหญ่ประจำโรงเรียนว่าเป็นคนดีของพรรค แต่บรรยากาศแบบหนังเพลงทำให้เรารู้สึกว่านี่เป็นขบถเล็ก ๆ ของคนทำหนังเลยนะ เทียบกันก็เหมือนมีใครเอาค่านิยม 12 ประการที่ลุงตู่ซีเรียส มาทำเพลงเต้นแบบผิวเผินด้วยท่าทีสนุกสนานไม่จริงจังแบบนั้นล่ะ นอกจากนั้นภาพแบบชนบทจีนในยุคที่โลกมองว่าจีนเจริญโคตร ๆ ก็เป็นอะไรที่แปลกตามาก ยิ่งกว่าสภาพบ้านเรือนความเป็นอยู่ ที่แปลกตาสุด ๆ คือวิธีคิดการดำรงชีวิตแบบเรียล ๆ ของคนต่างจังหวัดจีนนี่ล่ะ เปิดโลกเรามากว่าจริง ๆ จีนเขาก็ยังมีมุมนี้อยู่นะ

ความเจ๋งต่อมาที่น่าจะโดนใจคนจีนยุคเปลี่ยนผ่านพอสมควร ก็คือความขัดแย้งระหว่างวัย คนรุ่นพ่อแม่ยังมองการทำงานแบบเก่า ต้องทุ่มเทเรียนรู้อาชีพมีจำกัดแค่ไม่กี่อย่าง ไอ้อาชีพสมัยใหม่อย่างเน็ตไอดอลนี่คือยิ่งกว่าอาชีพเต้นกินทำกิน หลักลอยและน่าอายมาก นอกจากนั้นตัวพ่อก็ยังสะท้อนความกระด้างแบบผู้ชายที่พูดน้อย และทุ่มเทเพื่อครอบครัวอย่างไม่ปริปากบ่น และปากแข็งในการแสดงความรักหรือเป็นห่วงลูกชายด้วยเช่นกัน ขณะที่ฝั่งเด็กรุ่นใหม่อย่าง 369 ชีวิตมันมีแต่โอกาส ความกล้าเสี่ยง โลกของความโด่งดังที่พลิกชีวิตได้เพียงข้ามคืน แม้แต่บ้านนอกอย่างเฉาหยางก็ยังได้มองเห็นความเจริญและอยากได้อยากมีตามคนเมืองกรุงผ่านสื่อต่าง ๆ เช่นกัน ไม่แปลกที่ 369 จะมองว่าพ่อปิดกั้นโอกาสและความฝันของเขา โดยไม่ได้มองว่าพ่อรักในแบบของเขา และนำมาสู่การแสวงหาตัวเองในเมืองเซิ่นเจิ้นจากศูนย์ด้วย

หนังทำทีเหมือนจะเข้าใจทั้งสองฝั่ง พยายามเล่าเรื่องผสมมุกขำขัน สอดแทรกด้วยความขัดแย้งของวัฒนธรรม ความเจริญ ภูมิภาค ช่วงวัย ความสัมพันธ์ แล้วก็ค่อย ๆ เพิ่มดราม่ามากขึ้น ๆ จนกินใจคน ยอมรับว่าฉากหนึ่งเกือบทำเอาร้องไห้แล้วเหมือนกัน ว่ามาแบบนี้มันก็เป็นหนังที่ทำสำเร็จในการจับกลุ่มคนเฉพาะอย่างเด็ก ๆ ที่ไปล่าโอกาสในเมืองให้มองย้อนกลับไปหาความสุขแบบชนบทหาพ่อหาแม่ที่แก่เฒ่า ในขณะเดียวกันก็เอาใจพ่อแม่คนอีกยุคว่าเนี่ยจริง ๆ พวกเขาหวังดีนะแต่ลูกหลานไม่ยอมเข้าใจเลยอะไรแบบนั้น คือเป็นเสียงให้คนทุกคน เป็นตัวแทนของทุกฝั่ง มันเลยมีความเป็นหนังมวลชนที่จะมีสักฉากล่ะที่โดนกับชีวิตที่ผ่านมาของผู้ชมสักคน

ว่ามานี่ไม่ใช่ว่าหนังมีข้อดีเต็มไปหมดแล้วจะสุดยอดนะ เพราะตามสไตล์หนังบันเทิงของจีนแผ่นดินใหญ่ ถ้าใครคุ้นชินดูบ่อย ๆ จะรู้สึกว่าหนังมักจะบิ้วอารมณ์จับฉ่าย นู่นนี่นั่น ไม่สุดสักทาง เรื่องนี้ก็คล้าย ๆ กัน หากแต่คงโดนจริตผู้ชมชาวจีน ส่วนเราที่ไม่ได้อยุ่ในบริบทนั้นก็อาจจะเฉย ๆ กับวิธีการเล่าของมัน หากแต่ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกสดใหม่ของหนังแทน เป็นอีกหนังที่น่าลองดูถ้ามีโอกาสครับ บันเทิงดูได้เรื่อย ๆ มีความสร้างสรรค์ส่วนตัวที่แหวกดี อ่อหนังมีฉากจบ 2 แบบ (งงอ่ะดิ ต้องดูเอง 555) ที่ทำมาได้ครีเอทผสมกวนบาทามาก และแน่นอนพี่แกล้อเรื่องขนบรัฐเรื่องความสามัคคีได้จนหยาดสุดท้ายจริง ๆ ฮามากครับ

ดีที่สุดแล้วลูก ซื้อตั๋วง่าย ๆ กดที่รูปเนี่ย

แชร์โพสนี้

[รีวิว] Proud of Me: หนัง ไทบ้าน ฉบับจีนแผ่นดินใหญ่
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...