โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ชุดว่ายน้ำ" ในประวัติศาสตร์การโชว์เนื้อหนังมังสาเพื่อกิจกรรมเกี่ยวกับน้ำ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 เม.ย. 2565 เวลา 02.59 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2565 เวลา 02.45 น.
ผู้เข้าร่วมประกวดความงามสวมชุด

มนุษย์เป็นสัตว์บก หายใจด้วยอากาศบนพื้นผิวโลก ฉะนั้นการว่ายน้ำหรือใช้ชีวิตอยูในน้ำจึงมิใช่ธรรมชาติ ในทางตรงกันข้ามมันเป็นอันตรายด้วยซ้ำ แต่มนุษย์จำต้องดำรงชีพด้วย “น้ำ” อย่างน้อย 70% ในร่างกายมนุษย์ก็เป็นน้ำล่ะ

หลักฐานทางประวัติศาสตร์-โบราณคดีก่อนยุคอาณาจักรโรมันล่มสลาย ไม่ปรากฏบันทึกว่าผู้คนบนโลกนิยมการว่ายน้ำ ส่วนการ “อาบน้ำ” นั้นรู้จักกันดีแล้ว และผู้คนส่วนหนึ่งเชื่อว่า “น้ำแร่” เป็นยาบำบัดรักษาโรคอย่างหนึ่งเช่นเดียวกับการนั่งแช่ตัวในน้ำทะเล

ความนิยมอาบน้ำทะเลเริ่มต้นขึ้นที่ประเทศอังกฤษในสมัยพระเจ้าจอร์จที่ 3 ซึ่งประชวรด้วยโรครูมาติก และหมอหลวงถวายคำแนะนำให้พระองค์ทรงแช่และบริหารร่างกายในน้ำทะเล และตั้งแต่นั้นพสกนิกรชาวอังกฤษก็แห่แหนลงทะเล รักษาอาการเจ็บไข้ตามไปด้วย จุดนี้เองเป็นต้นกำเนิดให้มีการคิดค้นเสื้ออาบน้ำ (Bathing Suits) ที่เหมาะสมขึ้นมา แต่นั่นก็มิใช่ต้นกำเนิดที่แท้จริงของแฟชั่นชุดว่ายน้ำ

ต้นคริสตศตวรรษที่ 20 สตรียุโรปนิยมชมชอบการมีรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ให้ความสำคัญค่อนข้างสูงกับทรวดทรงที่ได้สัดส่วน อกเป็นอก เอวเป็นเอว เพื่อตอบสนองกับแฟชั่นเสื้อผ้ารัดรูปที่เน้นให้เห็นสรีระของผู้สวมใส่ นัยว่าเพื่ออวดเสน่ห์ที่ซ่อนเร้นของหญิงสาว

แน่นอน สตรีที่จะมีรูปร่างงดงามได้ย่อมต้องรักษาสุขภาพและบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอถูกต้อง กีฬาว่ายน้ำได้รับการยอมรับกว้างขวางว่าเป็นวิธีการออกกำลังกายเพื่อรักษาทรวดทรงที่ดีของหญิงสาว แต่สตรีส่วนใหญ่ก็ยังใจไม่ถึงพอที่จะอวดเนื้อหนังมังสาเต็มตาคนอื่น ชุดอาบน้ำยุคเริ่มแรกนี้จึงเป็นชุดทรงเครื่องสำหรับเดินเล่นชายทะเลมากกว่าจะใส่ว่ายน้ำกันจริงจัง เพราะยังเป็นชุดกระโปรงยาว เสื้อคอสูงแขนยาว เพียงแต่มีกางเกงยาวเย็บติดกับเสื้อท่อนบนเป็นตัวใน พอถึงเวลาลงน้ำก็ถอดเสื้อตัวนอกออกเป็นใช้ได้

กระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 1 ระเบิดและเสร็จสิ้นลงด้วยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำข้าวยากหมากแพงทั่วโลก สตรีที่เคยอยู่เหย้าเฝ้าเรือน ต้องออกมาช่วยครอบครัวทำงานหาเลี้ยงชีพตัวเป็นเกลียว เสื้อผ้าสำหรับสวมใส่แบบกรุยกรายหรูหรา หลายชิ้นในตัวเดียวเริ่มเปลี่ยนมาเป็นเสื้อผ้าแบบเรียบ ใช้ผ้าตัดเย็บในปริมาณน้อย รูปทรงง่าย ๆ การเปลี่ยนแปลงนี้ระบาดมาถึงการออกแบบเสื้อว่ายน้ำด้วย

ปี 1913 หนังสือโวค เป็นผู้เริ่มแนะนำวิธีการออกแบบตัดเย็บเสื้ออาบน้ำเก๋ ๆ ด้วยตนเอง ลักษณะของแบบเสื้อเป็นโครงง่าย ๆ รูปทรงตันเป็นแท่งสี่เหลี่ยม คอกว้าง เริ่มใช้เนื้อผ้าเบาแทนผ้าเนื้อหนักรุ่นเก่า มีสีสันเพิ่มมากขึ้นไปจากสีมาตรฐานเดิมก่อนสงครามโลกคือ สีดำ น้ำตาล น้ำเงินเข้ม

ปี 1920 เสื้อสำหรับสวมใส่อาบน้ำทะเลเริ่มกลายเป็นแขนงหนึ่งของเสื้อผ้าแฟชั่นอย่างแท้จริง เมื่อผู้คนทั่วทุกมุมโลกเริ่มเดินทางท่องเที่ยวกันอีกครั้งหลังจากถูกสภาวะสงครามโลก (ค.ศ. 1914 – 1918) ปิดกั้นมิให้เดินทางไกล ๆ มานานปี แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลที่ได้รับความนิยมสูงสุดในภูมิภาคยุโรป ขณะที่ชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะแถบลองบีช แคลิฟอร์เนีย เป็นศูนย์กลางในทวีปอเมริกา

การประกวดประชันเสื้ออาบน้ำอย่างเป็นแฟชั่นจริงจังเริ่มต้นขึ้น โดยมีดาราฮอลลีวู้ดและสาวสังคมปารีสเป็นผู้จุดประกายความกล้าในการสวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น แรก ๆ นั้นแทบจะเกิดสงครามแฟชั่นเสื้อผ้าขึ้นมาเลยทีเดียว เป็นสงครามระหว่างการสวมใส่เสื้อผ้าแบบประเพณีนิยมเพื่อปกป้องร่างกาย กับการเปิดเผยเนื้อหนังมังสา

ระหว่างปี 1914 – 1940 สงครามความคิดในเรื่องการเปิดเผยเนื้อหนังมังสากับแฟชั่นเสื้อผ้าระหว่างฝ่ายหัวก้าวหน้ากับฝ่ายอนุรักษ์นิยมเป็นการปะทะสังสรรค์ที่สนุกอย่างยิ่ง และบทสรุปสุดท้ายของมันคือผ้าน้อยชิ้นที่สุด รัดรูปที่สุด เปิดเผยเนื้อหนังมากที่สุดเป็นฝ่ายกำชัยในห้วงเวลาสั้น ๆ เพียง 1 ศตวรรษ

วิวัฒนาการของแฟชั่นชุดว่ายน้ำเป็นสื่อสะท้อนภาพสังคมที่กระชับ ชัดเจนตามปริมาณเนื้อผ้าอย่างไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อ

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 กันยายน 2561

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...