โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราหูยังต้องหลบ เมื่อนักวิจัยพบหลุมดำยักษ์กลืนกินดวงอาทิตย์ถึงวันละหนึ่งดวง!

BT Beartai

อัพเดต 07 ก.ค. 2563 เวลา 02.12 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 12.13 น.
ราหูยังต้องหลบ เมื่อนักวิจัยพบหลุมดำยักษ์กลืนกินดวงอาทิตย์ถึงวันละหนึ่งดวง!

หลุมดำ” ถือเป็นหนึ่งในวัตถุเอกภพที่แปลกประหลาดที่สุดที่เรารู้จัก เนื่องจากคุณสมบัติที่ว่า ดูดกลืนทุกสิ่งแม้กระทั่งแสง ทำให้การค้นคว้าศึกษาหลุมดำเป็นไปได้ยาก (เพราะมองเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่เห็น ข่าวฮือฮาเรื่องการถ่ายภาพหลุมดำเมื่อปีก่อน ก็เป็นการประมวลภาพจากคลื่นวิทยุ หาใช่การถ่ายภาพด้วยเลนส์ผ่านแสงที่ตาเห็นไม่) 

ภาพหลุมดำครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เกิดจากการประมวลผลข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์วิทยุหลายตัวทั่วโลก Credit: ESO

และด้วยความลี้ลับนี่เองจึงเป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดในทั้งบรรดาผู้สร้างภาพยนตร์และนักเขียนนิยายไซไฟทั้งหลาย นำมาเป็นหมุดหมาย จินตนาการต่อยอดถึงสภาวะต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นหากมนุษย์ได้เข้าไปในหลุมดำ แม้แต่คริสโตเฟอร์ โนแลน ก็ยังเอามาใช้ทำเรื่อง Interstellar ให้เราหัวหมุนมาแล้ว ดังนั้น การค้นพบอะไรใหม่ ๆ โดยเฉพาะ สิ่งที่ทำให้เรา ‘เห็น’ หรือ ‘รู้สึก’ ถึงบางสิ่งที่สะท้อนการมีอยู่ของหลุมดำจึงเป็นที่น่าตื่นเต้นเสมอ 

ภาพจำลองหลุมดำ จากภาพยนตร์ Interstellar (2014) Credit: Paramount Pictures

ฮอลลีวูดทำให้ภาพของหลุมดำในใจคนส่วนใหญ่ เป็นหลุมสีดำกลางอวกาศสีดำที่มีพลังดึงดูดมหาศาล หากใครหรือสิ่งใดเข้าใกล้จะถูกดูดเข้าไปอย่างน่ากลัว ซึ่งก็เป็นความจริงเพียงบางส่วน ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะนอกจากการ ‘ดูด’ หลุมดำยังมีการ ‘ขยายตัว’ ด้วย มันจึงสามารถขยายไปเขมือบดาวต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งดาวฤกษ์ใหญ่ยักษ์ได้ด้วย 

หลุมดำใหญ่ยักษ์ กับการดูดกลืนที่เหลือเชื่อ!

งานวิจัยล่าสุดพบว่า มีหลุมดำดวงหนึ่งกลืนกินดาวฤกษ์หรือดวงอาทิตย์ทั้งดวงเข้าไปภายในวันเดียว (ดวงอาทิตย์จัดเป็นดาวฤกษ์เพียงหนึ่งเดียวของระบบสุริยะที่เราอยู่ ดังนั้น จึงขอใช้การเปรียบเปรยดาวฤกษ์เป็นดวงอาทิตย์ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น) และมันกำลังกลืนดวงอาทิตย์ที่มีขนาดเท่าโลกหนึ่งดวงทุกวัน โดยหลุมดำดวงนี้มีขนาด 34 พันล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์ของเรา 

ดร.คริสโตเฟอร์ ออนเกน (Dr. Christopher Onken) และเพื่อนร่วมงาน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National University) เจ้าของผู้ศึกษางานวิจัยหลุมดำนี้กล่าวว่า มวลของหลุมดำนี้ใหญ่กว่าหลุมดำที่ตั้งอยู่ในใจกลางกาแล็กซีทางเชือกเผือกของเราถึง 8,000 เท่า ถ้าหลุมดำของเราอยากขยับขยายไซส์ได้ใหญ่เท่านั้น มันจะต้องกลืนกินดวงดาวถึงสองในสามของกาแล็กซี

“หลุมดำนี้มีชื่อว่า J2157 ค้นพบเมื่อปี 2018 และที่เรา ‘เห็น’ มัน (ด้วยคลื่นวิทยุ) คือเมื่อเอกภพมีอายุ 1.2 พันล้านปี ซึ่งเป็นอายุที่น้อยกว่าอายุปัจจุบัน 10 เปอร์เซ็นต์ หลุมดำนี้จึงถือเป็นหลุมดำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในช่วงแรกเริ่มของเอกภพที่เราค้นพบ ณ ขณะนี้”

แม้ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่า หลุมดำสามารถดูดกลืนมวลได้มากเพียงใด แต่ ดร.ฟูยาน เบียน (Dr. Fuyan Bian) หนึ่งในทีมวิจัยและนักดาราศาสตร์จากหอดูดาวซีกฟ้าใต้แห่งยุโรป (European Southern Observatory; ESO) กล่าวว่า อาจมีเบาะแสเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอยู่บ้าง

“เมื่อเราตระหนักได้ถึงอัตราการเติบโตที่รวดเร็วของมัน เราจึงรู้ว่ากำลังศึกษาหลุมดำขนาดใหญ่มาก เพราะหลุมดำจะดูดกลืนได้มากเพียงใดขึ้นอยู่กับจำนวนมวลที่พวกมันมีอยู่ และสำหรับหลุมดำที่เขมือบวัตถุในอัตรารวดเร็วเช่นนี้ก็น่าจะเป็นสถิติใหม่ที่เคยค้นพบกันเลยทีเดียว”

ดร.ฟูยาน เบียนและทีม ใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในชิลี เพื่อประเมินขนาดของหลุมดำที่ใหญ่ยักษ์น่ากลัวนี้ให้แม่นยำขึ้น และเชื่อว่า ยังมีอะไรเกี่ยวกับกาแล็กซีรอบ ๆ ให้ศึกษาอีกมาก และทีมก็ยังคงตื่นเต้นที่จะได้ทำการวิจัยในเรื่องนี้ต่อไป

หลุมดำน่ากลัวแบบนี้หมดเลยหรือ 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลุมดำดูดกลืนดาวให้เราเห็น เมื่อปี 2018 นักวิทยาศาสตร์สังเกตปรากฏการณ์ทำนองเดียวกันนี้ได้เป็นครั้งแรกโดยใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีประสิทธิภาพสูง อาทิ กล้องโทรทรรศน์วิทยุ VLBA (National Science Foundation’s Very Long Baseline Array) และกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ของนาซา ติดตามกาแล็กซีชนกันคู่หนึ่งที่เรียกว่า Arp 299 ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 150 ล้านปีแสง 

ณ ใจกลางของกาแล็กซีหนึ่งในนั้น มีดาวขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของดวงอาทิตย์ อยู่ใกล้ชิดติดกับหลุมดำที่ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเรากว่า 20 ล้านเท่า และนั่นเป็นผลทำให้มันถูกหลุมดำฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายไปทั่วจักรวาล

ภาพจำลองหลุมดำขนาดใหญ่ที่มีแรงดึงดูดมหาศาล ซึ่งสามารถกลืนกินดวงดาวที่เคลื่อนผ่านและทำลายมันเป็นชิ้น ๆ ได้ Credit: NASA/CXC/M.Weiss.

อย่างไรก็ตาม มิเกล เปเรซ-ทอร์เรส (Miguel Pérez-Torres) จากสถาบันฟิสิกส์ดาราศาสตร์แอนดาลูเซีย (Astrophysical Institute of Andalucia) ในสเปน กล่าวถึงการสังเกตการณ์การ ‘กิน’ หรือ ‘ดูดกลืน’ ดาวของหลุมดำครั้งนั้น ในบทความAstronomers see a black hole eating a star เมื่อปี 2018 ว่า กาแล็กซีส่วนใหญ่มีหลุมดำมวลยวดยิ่งอยู่ บางอันก็ดึงสสารเข้าไปภายใน ทำให้เกิดการก่อตัวของเศษซากของสสารเหล่านั้นที่รอบนอก ในลักษณะวงแหวนหรือดิสก์ขนาดใหญ่ แต่ส่วนใหญ่หลุมดำเหล่านั้นยังคงเงียบสงบไม่ดูดกลืนอะไรเลย

“เนื่องจากฝุ่นที่ดูดซับแสงที่มองเห็นได้ ทำให้เหตุการณ์ที่เราเห็นนี้อาจเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งที่ซ่อนอยู่ การศึกษาหลุมดำด้วยกล้องโทรทรรศน์วิทยุและอินฟราเรด จะทำให้เราค้นพบข้อมูลอีกมากต่อไป” มิเกลกล่าว

ดังนั้น นี่จึงอาจเป็นเป็นเพียงอีกเหตุการณ์หนึ่งของหลุมดำที่เราสังเกตการณ์ได้ ณ ขณะนี้เท่านั้น คงต้องตามดูการศึกษาหลุมดำต่อไปเรื่อย ๆ เราอาจค้นพบเรื่องน่าตื่นเต้นยิ่งไปกว่านี้อีกมากก็ได้

อ้างอิง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...