โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เห็นรูแล้วเบือนหน้าหนี หรือตอนนี้คุณกำลังเป็น Trypophobia?

The MATTER

อัพเดต 13 ก.ย 2562 เวลา 05.02 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2562 เวลา 13.51 น. • Pulse

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ขนลุกซู่ตอนเห็นดีไซน์กล้องไอโฟนที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน อาจมีคำตอบที่ช่วยให้คุณหายสงสัย เพราะความจริงคุณอาจเข้าข่าย ‘ทริโปโฟเบีย’ (Trypophobia) ก็เป็นได้

จากการปรากฏตัวของ ‘iPhone 11 Pro’ เมื่อไม่นานมานี้ ที่มีการนำเสนอดีไซน์กล้องแบบใหม่ ติดเลนส์กล้องมาให้ถึงสามตัวด้วยกัน ประกอบไปด้วยเลนส์ wide, ultra-wide และ telephoto ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานถ่ายรูปได้สวยงามและหลากหลายมากขึ้น

แต่ความล้ำสมัยของเทคโนโลยีบางทีก็อาจไม่ได้ถูกใจทุกคนไปซะหมด โดยเฉพาะการดีไซน์ที่อาจไป ‘กระตุ้น’ ชาวทริโปโฟเบียจำนวนหลายร้อยคนเข้า จนออกมาเคลมว่ารูเลนส์พวกนั้นทำให้พวกเขารู้สึกขนลุกและขยะแขยงเหลือเกิน

แล้วทริโปโฟเบียนั้นคืออะไร? ทำไมแค่เห็นกล้องไอโฟนก็สามารถขนลุกได้?

Disgusted face expression with young woman on a solid background

ทริโปโฟเบีย (Trypophobia) หรือ ‘โรคกลัวรู’ มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกคำว่า ‘Trypo’ ที่หมายถึงการเจาะ การกด หรือหลุม ตะปุ่มตะป่ำ คำนี้เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2005 ในเว็บบอร์ดออนไลน์ Reddit ที่เอามาใช้อธิบายเมื่อคนเราเกิดความรู้สึกเกลียด กลัว หรือขยะแขยงเวลาเห็นสิ่งที่มี ‘รู’ หรือมีลักษณะเป็นหลุมบ่อ ที่ในปัจจุบันพบเห็นได้มากบนโลกออนไลน์ที่มีการแชร์รูปรูอยู่บ่อยๆ

สำหรับคนที่ไม่ได้กลัวรู ก็อาจสงสัยว่าอาการเหล่านี้มีจริงหรือคิดไปเอง แต่ผลการศึกษาในปี ค.ศ.2013 พบว่า มีผู้เข้าร่วมทดลองถึง 16% ที่รู้สึกขยะแขยงหรือไม่สบายตัวเวลาจ้องมองไปที่ ‘เม็ดบัว’ และนอกจากนี้ ก็ยังมีสิ่งกระตุ้นอื่นๆ ที่ทำให้คนกลัวรูเกิดอาการกำเริบได้เช่นกัน อย่างรังผึ้ง สตรอว์เบอร์รี่ เม็ดบัว เมล็ดทับทิม ไอน้ำที่ควบแน่น ฟองสบู่ ตาแมลง ปะการัง รูในเนื้อเน่าเปื่อย พลาสติกกันกระแทก เมล็ดผลไม้ และฟองน้ำทะเล

แม้จะยังไม่มีผลการศึกษาเกี่ยวกับโรคกลัวรูที่ชัดเจน เพราะโรคนี้ขึ้นอยู่กับลิมิตความกลัวของแต่ละคนว่าจะกลัวอะไรและกลัวมากน้อยแค่ไหน แต่ก็มีบางทฤษฎีที่ผู้ศึกษานำมาใช้อธิบายว่าทำไมคนเราถึงได้มีอาการตอบสนองต่อเจ้ารูที่ดูไม่มีพิษภัยอะไรพวกนี้

ทฤษฎีที่นิยมนำมาอธิบายโรคกลัวรูมากที่สุด คือ ‘การตอบสนองเชิงวิวัฒนาการ’ (evolutionary response) ต่อสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับเชื้อโรคหรืออันตราย เช่น โรคผิวหนัง ปรสิต และการติดเชื้ออื่นๆ ที่มีลักษณะเป็นหลุมหรือตุ่ม ผลการศึกษาในปี ค.ศ.2017 มีการอธิบายถึงความสัมพันธ์ของเชื้อโรคทางผิวหนังกับโรคกลัวรู โดยพบว่าคนที่กลัวรูจะมีการคิดต่อยอดและเชื่อมโยงรูปแบบของรูกับโรคทางผิวหนังต่างๆ คิดไปต่างๆ นานาว่ามันเป็นอะไรที่อันตรายน่าขนลุก โดยพวกเขาจะมีการแสดงความรู้สึกเจ็บๆ คันๆ ที่ผิวหนังออกมาเวลามองดูลายพวกนั้น แม้ความรู้สึกรังเกียจหรือหวาดกลัวต่อสิ่งคุกคามจะเกิดจากการที่คนเราอยากปลอดภัยจากอันตราย แต่ในกรณีของโรคกลัวรูนั้น นักวิจัยเชื่อว่ามันค่อนข้างที่จะมากเกินกว่าปกติ

*อาการเกลียดกลัวรูยังสามารถอธิบายได้ด้วยอีกทฤษฎีหนึ่งที่บอกว่า *

อาจเป็นเพราะคนเหล่านั้นนึกไปถึง ‘ลวดลาย’ ของสัตว์มีพิษบางชนิด

และนำไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่น่ากลัวแบบไม่มีเหตุผล มีงานวิจัยจำนวนหนึ่งสนับสนุนแนวคิดนี้ เป็นงานวิจัยในปี ค.ศ. 2013 ที่ศึกษาการตอบสนองของคนเป็นโรคกลัวรูเปรียบเทียบกับคนที่ไม่ได้เป็น แล้วก็พบว่า เมื่อนำรวงผึ้ง (ที่คนกลัวรูส่วนใหญ่มักจะเกลียดและกลัว) ออกมาให้ดู คนทั่วไปจะนึกถึงผึ้งหรือไม่ก็น้ำผึ้งทันที แต่นักวิจัยกล่าวว่า คนที่เป็นโรคกลัวรูจะมีการเชื่อมโยงรวงผึ้งเข้ากับสิ่งมีชีวิตที่อันตรายที่มีลักษณะคล้ายกัน อย่างเช่น 'งูหางกระดิ่ง' แม้อาจจะดูไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่ก็ตาม แต่นั่นก็อาจเป็นสาเหตุให้รู้สึกรังเกียจหรือกลัวได้เช่นกัน

แต่บางคนก็อาจจะแค่เคืองสายตาเวลาที่เห็นรูอะไรเยอะๆ เท่านั้น เพราะมีอีกผลการศึกษาหนึ่งที่เผยแพร่ใน Psychological Reports อธิบายว่า มีผู้คนจำนวนมากที่รู้สึกไม่สบายตาเวลาดูรูปสิ่งของที่เป็นตุ่มตะปุ่มตะป่ำ แต่ก็ไม่ได้มีการนำไปเชื่อมโยงกับสิ่งของหรือสัตว์ที่อันตรายอะไร ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดคำถามว่า สรุปแล้วโรคกลัวรูนั้นเป็นความกลัวจริงหรือไม่ หรือแค่เป็นการตอบสนองตามธรรมชาติต่อสิ่งเร้าทางสายตาเฉยๆ

นอกจากนี้ โรคกลัวรูยังสามารถเชื่อมโยงไปถึงอาการผิดปกติอื่นๆ ได้ โดยนักวิจัยยังมีการค้นพบว่า คนที่เป็นโรคกลัวรูมีแนวโน้มที่จะเป็นโรควิตกกังวลหรือภาวะซึมเศร้า ซึ่งท้ายที่สุดก็อาจนำไปสู่ความบกพร่องในการใช้ชีวิตประจำวันได้ และมีแนวโน้มที่ตรงตามเกณฑ์การวินิจฉัย DSM-5 ในโรคที่เฉพาะเจาะจง เช่น โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive Disorder : )

อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ไม่น่าจะร้ายแรงอะไร แต่ความจริงโรคกลัวรูนั้นอันตรายมากกว่าที่คิด เพราะเมื่อคนที่กลัวรูมากๆ มาเห็นอะไรพวกนี้ พวกเขาสามารถเกิดอาการหวาดกลัว วิตกกังวล หายใจถี่ ขนลุก คลื่นไส้ อาเจียน คัน เหงื่อออก ตัวสั่น ไปจนถึงแพนิกรุนแรง ถึงขั้นที่หมดสติไปเลยก็ว่าได้

อ้างอิงข้อมูลจาก

bbc.com

verywellmind.com

iflscience.com

Illustration by Waragorn Keeranan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...