โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เป้าหมายชีวิตไม่ไกลเกินเอื้อม ด้วยแผนการลงทุน 7 ขั้นตอนนี้

Finnomena

อัพเดต 18 ต.ค. 2562 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2562 เวลา 04.00 น. • Investment Reader

ทุกคนน่าจะเคยตั้งเป้าหมายในแต่ละช่วงชีวิตกัน เช่น เราเรียนจบแล้วอยากจะไปทำงานอะไร อยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ อยากใช้ชีวิตแบบไหน  ถ้ามีครอบครัวก็คิดว่าจะส่งลูกเราเรียนโรงเรียนอะไร หรือถ้าใกล้เกษียณอาจจะคิดว่าหลังเกษียณอยากจะไปทำอะไรต่อดี

ที่จริงการตั้งเป้าหมายแบบนี้เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ว่าจะดีกว่าถ้าหากเรามีการวางแผนการเงินเพื่อรองรับเป้าหมายต่าง ๆ ควบคู่กันไปด้วย โดยเราอาจจะระบุเป้าหมายและเวลาในการบรรลุเป้าหมายไว้คร่าว ๆ เช่น เรียนจบแล้วอยากจะไปทำงานในบริษัทด้านการเงินการลงทุนซึ่งต้องมีใบอนุญาต ก็อาจจะวางแผนการอ่านหนังสือเพื่อไปสอบให้ผ่านภายในเวลา 1 ปี แล้วค่อยหางานที่ตัวเองอยากทำต่อไป หรือว่าจะส่งลูกเรียนในอีก 3 ปีข้างหน้าก็ต้องหาโรงเรียนที่เราคิดว่าดี และดูว่าโรงเรียนมีค่าเทอมเท่าไหร่เพื่อกันเงินไว้บางส่วน เป็นต้น

สำหรับการจะใช้ชีวิตแบบไหนหลังเกษียณก็อาจจะต้องวางแผนล่วงหน้านานกว่าแผนอื่น ๆ เช่น อยากจะมีเงินใช้หลังเกษียณเดือนละ 50,000 ไปตลอดชีวิตก็อาจจะต้องเตรียมเงินไว้ ณ วันเกษียณประมาณ 12 ล้านบาท เป็นต้น

ตามความคิดของผมการรู้ช่วงเวลาที่เราจะไปถึงเป้าหมายและกำหนดเวลาที่ชัดเจนไว้จะช่วยให้เราเตรียมตัวได้อย่างมีระบบมากขึ้น  ในการวางแผนการลงทุนควรวางแผนแบบเป็นภาพรวมและรอบคอบครับ  โดยเริ่มจาก…

*1. การวางแผนงบประมาณและค่าใช้จ่าย *

อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ว่าแป็นพื้นฐานที่สำคัญเลยครับ เพราะการบันทึกค่าใช้จ่ายทำให้เรารู้ว่าจริง ๆ แล้วเราจ่ายเงินไปกับอะไร เท่าไหร่ และเหลือเงินเก็บในแต่ละเดือนแค่ไหน  ถ้าเหลือมากก็สามารถแบ่งเงินมาออม หรือว่าลงทุนได้มาก ซึ่งจะมีผลให้เราบรรลุเป้าหมายได้มากด้วยครับ

วิธีการในการแบ่งเงินเพื่อเป้าหมายต่างๆ สามารถดูได้จากบทความนี้ครับ https://www.finnomena.com/investment-reader/six-jars/

** ส่วนนี้สามารถใช้ Application บันทึกค่าใช้จ่ายได้ครับ (มีให้เลือกใช้เยอะเลย)

*2. ระบุจำนวนเงินที่ต้องใช้ในแต่ละเป้าหมายและเวลาที่เราใช้ในการลงทุน *

ขั้นตอนนี้จะสอดคล้องกับขั้นตอนที่ 1 คือเราควรวางเป้าหมายให้เหมาะกับเงินออมที่เราเหลือในแต่ละเดือนด้วย เช่น เป้าหมายเกษียณ 12 ล้าน ถ้าเรามีรายได้เดือนละ 60,000  บาท และมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 40,000 บาท เท่ากับว่าเรามีเงินที่เหลือจะออมได้มากถึง 20,000 บาทต่อเดือนทีเดียว ถ้าสมมติว่าเงินเดือนเราเพิ่มปีละ 5% (ตัวเลขสมมติ) แล้วเราใช้เวลาลงทุน  20 ปี และได้ผลตอบแทนปีละ 8%  พอครบ 20 ปีเราอาจจะมีเงินเกษียณมากกว่าที่คาดไว้โดยอาจจะมีเงินถึงประมาณ 17 ล้านบาทเลยทีเดียว

*3. การเลือกสินทรัพย์สำหรับลงทุน *

โดยการเลือกสินทรัพย์ควรสอดคล้องกันระหว่างความจำเป็นในการใช้เงิน กับช่วงเวลาในการลงทุนด้วยครับ เช่น กรณีเก็บเงินเพื่อเกษียณอาจจะมีเวลาลงทุนนาน เราอาจจะสามารถเลือกลงทุนในตราสารทุน (หุ้น กองทุนตราสารทุน) ในสัดส่วนที่มากได้ (จะเห็นได้ว่าเงินเกษียณมีความจำเป็นมาก แต่ระยะเวลาลงทุนนาน) แต่ถ้าระยะเวลาน้อยและมีความจำเป็นต้องใช้เงิน เช่น การเก็บเงินดาวน์บ้านภายในเวลา 2 ปี อาจจะเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่ผันผวนและมีสภาพคล่องในสัดส่วนมากกว่า เป็นต้น  ทั้งนี้เพราะสินทรัพย์แต่ละประเภทสร้างผลตอบแทนให้เราได้ไม่เท่ากันนั่นเอง

*4. ปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการลงทุน คือ การบริหารความเสี่ยงครับ *

เพราะว่าการลงทุนไม่ได้มีแต่ผลตอบแทนเท่านั้น แต่ยังมีความเสี่ยงที่สินทรัพย์ที่ลงทุนจะมีราคาลดลงในแต่ละช่วงเวลา โดยการลดลงจะไม่เท่ากันและขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ต่างกันด้วย ยกตัวอย่าง ถ้าเรามีเป้าหมายจะใช้เงิน 300,000 ไปดาวน์บ้านในอีก 2  ปี แล้วเราวางแผนว่าเราจะเอาเงินที่ดาวน์บ้านไปลงทุนในหุ้น ที่เราคาดว่าจะได้ผลตอบแทนประมาณ 10% ต่อปี เลยเอาเงินไปซื้อหุ้นทั้งหมด 100%  โดยเราใส่เงินลงทุนไป 250,000 บาท สมมติว่าปีแรกผลตอบแทนเป็นไปตามความคาดหวังที่ 10% ปลายปีแรกเราจะมีเงิน 270,000 บาท ถ้าในปีที่ 2 ตลาดหุ้นไม่ดี หุ้นตก เงินเราอาจจะลดลงเหลือแค่ 220,000บาท  ก็จะทำให้เราไม่สามารถใช้เงินได้ตามที่วางแผนไว้ได้ ดังนั้นระยะเวลายิ่งใกล้ถึงเป้าหมายยิ่งต้องมีสัดส่วนสินทรัพย์ที่ราคาไม่ผันผวน เช่น กองทุน ตลาดเงิน กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น หรือเงินสด มากขึ้น หรืออย่างในกรณีแผนเกษียณควรมีการปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นลงเมื่อใกล้เวลาเกษียณเช่นกัน แต่ในระหว่างทางอาจจะลงทุนในหุ้นได้เพราะหุ้นให้ผลตอบแทนดีที่สุดในสินทรัพย์ทางการเงินแบบปกติ  และเราไม่จำเป็นต้องเอาเงินที่ลงทุนมาใช้ระหว่างทาง  (ในส่วนนี้ควรมีแผนสำรองต่าง ๆ ตามข้อ 6)

*5. การลงทุนควรจัดสรรเงินเป็นพอร์ต (Portfolio) *

คือ การจัดสัดส่วนเงินลงทุนที่เรามีว่าจะลงทุนกับสินทรัพย์อะไรในสัดส่วนเท่าไหร่และควรมีการปรับสัดส่วนพอร์ตเมื่อสัดส่วนสินทรัพย์ใน พอร์ตเปลี่ยนไป เช่น เราจัดพอร์ตการลงทุนไว้ในหุ้น 50% ในตราสารหนี้ 50% เมื่อเวลาผ่านไป หุ้นขึ้นเยอะ เงินลงทุนในส่วนที่เป็นหุ้นเพิ่มมากเป็น 60% และตราสารหนี้เหลือ 40% เราก็อาจจะขายหุ้นบางส่วนมาซื้อตราสารหนี้เพื่อให้มีสัดส่วนหุ้นต่อตราสารหนี้เป็น 50 ต่อ 50 เท่าเดิม วีธีการ Rebalance Portfolio นี้จะทำให้เราขายสินทรัพย์ที่ราคาแพงขึ้นไปซื้อสินทรัพย์ที่ราคาถูกลงอย่างอัตโนมัติ และทำให้ความผันผวนของพอร์ตเราลดลงด้วย

*6. การวางแผนสำรองต่างๆ *

เช่น การทำประกัน และเงินสดสำรองฉุกเฉิน (ควรสำรองไว้ประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี) เผื่อกรณีตกงานหรือเจ็บป่วย เราก็ยังมีเงินใช้ในช่วงนั้นโดยไม่ต้องรบกวนเงินที่เก็บไว้เพื่อเป้าหมายต่าง ๆ

สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนสำรองต่าง ๆ ได้จากบทความนี้ครับ https://www.finnomena.com/getwealthsoon/1stm-cash-flow/

7. การวางแผนภาษี

เพราะการวางแผนภาษีที่ดีจะช่วยให้เรามีเงินมากขึ้นได้

สุดท้ายนี้แม้ว่าการวางแผนการเงินการลงทุนจะเหมือนเป็นเรื่องยาก แต่ว่าถ้าเราเริ่มลงมือทำก็น่าจะช่วยให้ชีวิตทางการเงินของเราราบรื่นและบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ที่ตั้งไว้ได้ด้วยดีครับ

สำหรับการวางแผนการลงทุนเพื่อเป้าหมายต่าง ๆ อาจจะใช้บริการของมืออาชีพที่เชี่ยวชาญทางการลงทุนก็ได้ครับ  เช่น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ. ) ที่ขายกองทุนต่าง ๆ หรือ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ที่ช่วยเราจัดพอร์ตและเลือกกองทุนให้เรา

Investment Reader

อ้างอิง เนื่อหาบางส่วนจากหนังสือ “คนไทยฉลาดการเงิน.” เป็นอีกเล่มที่ควรหามาอ่านเพื่อปูพื้นฐานความรู้ทางการเงินครับ

(เงินล้าน) เป้าหมายชีวิตไม่ไกลเกินเอื้อม ด้วยแผนการลงทุน 7 ขั้นตอนนี้

สร้างแผนลงทุนในกองทุนรวมด้วยแอป LINE ได้ง่ายๆ ผ่านมือถือ คลิกเลย! https://www.finnomena.com/line/intro

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...