โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กล้าธรรมมีศักดิ์ศรี ‘ธรรมนัส’โวไม่เข้าหาใครก่อน/พท.ยํ้าส่ง‘2ส.’นั่งรัฐมนตรี

ไทยโพสต์

อัพเดต 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 3.40 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อนุทิน" ยังกั๊ก "กล้าธรรม" ร่วมรัฐบาลหรือไม่ บอกรอรับรอง สส.ทั้งหมดก่อน แจงสัมมนา สส.ใหม่ที่บุรีรัมย์ไม่เกี่ยวตั้ง รบ.-แบ่งเก้าอี้ รมต. "ธรรมนัส" ลั่นไม่เข้าหาใครแบบไร้ศักดิ์ศรี ระบุไม่ได้ยกหูหา "หนู-ภูมิใจไทย" ชี้หากถูกลอยแพพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน มั่นใจพรรคไม่มีงูเขียว "จุลพันธ์" ปัดข่าว ภท.ตีกลับชื่อ รมต.เพื่อไทย "ยศชนัน" อุบนั่ง "รมว.อว." แย้มเค้ก "พท." ได้คุม 5 ว่าการ 3 รมช. สะพัด! "2 ส.-เชน-หนิม-ประเสริฐ" มีชื่อนั่ง รมว.แน่

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 27 ก.พ.2569 เวลา 13.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางออกจากทำเนียบฯ โดยระหว่างขบวนรถเคลื่อนออก นายกฯ ได้สั่งให้ขบวนหยุดเพื่อแวะทักทายนักศึกษาฝึกงานที่มาถ่ายรูปบริเวณตึกไทยคู่ฟ้า และได้ลงมาทักทาย ถ่ายรูปร่วมกับนักศึกษา พร้อมสอบถามนักศึกษาว่าฝึกงานที่หน่วยงานใด และอวยพรขอให้โชคดี

ก่อนที่นายกฯ จะขึ้นรถผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมแล้วหรือยัง เพราะ ร.อ.ธรรมนัสได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นครั้งแรกหลังจากเดินทางกลับจากการดูแสงเหนือที่ประเทศฟินแลนด์ว่าขอให้รอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศรับรอง สส.ทั้งหมดเลย

ถามว่า การประชุมสัมมนา สส.พรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์ จะมีความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลเลยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ที่เขานัดเนื่องจากหาก กกต.รับรอง สส.ทั้งระบบเขตและบัญชี ก็จะเป็นการปฐมนิเทศเลย เมื่อถามย้ำว่าในการสัมมนาครั้งนี้จะมีการแบ่งโควตารัฐมนตรี รวมถึงตำแหน่งต่างๆ จะชัดเจนเลยหรือไม่ นายอนุทินปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยว คนละเรื่องกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จำนวน สส. 292 เสียงจะมีมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายอนุทินไม่ตอบ โดยเลี่ยงว่า have a good weekend สบายๆ

จากนั้นเวลา 14.25 น. นายอนุทินเดินทางมาที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พร้อมให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงไทม์ไลน์ขั้นตอนโหวตเลือกนายกฯ ในสภาว่า ตอนนี้ยังมีหลายปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลรักษาการ เช่น เรื่องการประกาศรับรองรายชื่อ สส. ถึงแม้จะมีการรับรองแล้ว แต่เป็นการรับรอง สส.เขต 396 เขต ส่วน สส.บัญชีรายชื่อ ยังไม่ทราบว่าจะรับรองเมื่อไหร่ รวมถึงเรื่องการร้องเรียนต่างๆ ฉะนั้นเราต้องรอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางจนเรามั่นใจว่าสามารถดําเนินการตามขั้นตอนที่มันควรจะเป็นได้

"การดําเนินการทั้งหมดไม่ว่าจะนัดประชุมสภา เปิดประชุมสภาหรือเลือกประธานสภาฯ ไม่ใช่บอล ยังไม่อยู่ที่รัฐบาลรักษาการ ผมได้พบกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 2 วันก่อน ก็ถามท่าน ซึ่งท่านก็บอกว่าเดี๋ยวจะแจ้งผมมาเมื่อการรับรอง สส.ครบถ้วนแล้ว จะต้องมีการทำเรื่องกราบบังคมทูลฯ เชิญเสด็จพระราชดําเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่อยู่เหนือทุกสิ่ง ก็ต้องรอ แต่ผมได้แจ้งให้เลขาธิการสภาฯ ทราบว่าพร้อมที่จะรับการประสาน เพราะยังมีบางเรื่องที่ผมต้องลงนาม ซึ่งตอนนี้ก็รอการแจ้งมา" นายอนุทินระบุ

ถามว่า หลายคนอยากจะได้คําตอบเรื่องพรรคกล้าธรรม หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ฟังคำถามดังกล่าวก่อนชี้ไปที่นาฬิกา พร้อมกล่าวว่า "ประกาศครั้งสุดท้าย" (เครื่องบินจะขึ้น) ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์เพื่อไปขึ้นเครื่องบินเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ จ.แพร่

ผู้กองลั่น กธ.มีศักดิ์ศรี

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 13.30 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เดินทางเข้าทำงานที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครั้งแรก ภายหลังเดินทางกลับจากการพักผ่อนที่ประเทศฟินแลนด์ โดยสื่อมวลชนได้ทักทายว่า "มารอทุกวันเลย"

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการร่วมรัฐบาลกับพรรค ภท.ว่า ยังไม่มี ยังไม่ได้คุยกับใคร ไม่มีใครติดต่อมา เมื่อถามว่าจนถึงวินาทีนี้รู้หรือยังว่าพรรค กธ.จะเข้าร่วมเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยังไม่ทราบ รอให้รายงานตัว สส.เรียบร้อยก่อน และยังไม่ทราบว่าการประกาศรับรองผล สส.แบบบัญชีรายชื่อจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ก็ได้ให้สมาชิกรอไปรายงานตัวพร้อมกัน

ถามถึงกระแสข่าวการดีล 9 สส.งูเขียวเพื่อให้โหวตสนับสนุนพรรค ภท. ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตอนที่ตนอยู่ฟินแลนด์ก็มีว่าที่ สส.พรรค กธ. ติดต่อโทร.มารายงานว่ามีการติดต่อมาจริง ทุกคนรายงานตนหมด ส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามบางบุคคลที่เป็นข่าว

ซักว่าได้สัญญาอะไรไว้กับนายอนุทินหรือไม่ ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.กล่าวว่า ไม่เคยสัญญาอะไรกับใคร เมื่อถามย้ำว่า ก่อนหน้านี้ที่ ร.อ.ธรรมนัสเคยระบุว่านายอนุทินเคยพูดถ้าไม่มีใครจับกับพรรคกล้าธรรมก็มาจับมือกัน 2 พรรค ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การเมืองไม่มีสัญญาอะไร มีแต่วันพรุ่งนี้ ไม่มีเมื่อวาน

เมื่อถามว่า ณ วันนี้จุดยืนของ ร.อ.ธรรมนัสจะทำอย่างไรต่อ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การเป็นนักการเมืองต้องมีศักดิ์ศรี ต้องให้ความสนใจกับงานและหน้าที่ของตัวเอง เป็น สส.ก็ต้องสนใจพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม คนอย่างธรรมนัสก็ช่วยประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะบอกได้เมื่อไหร่ว่าพรรค กธ.จะเข้าร่วมเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นมารยาททางการเมือง เราต้องให้พรรคอันดับ 1 ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเขาจะเลือกใครหรือไม่เลือกใครร่วมรัฐบาลก็เป็นสิทธิ์ของเขา ดังนั้นเมื่อหัวหน้าพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลบอกแล้วว่ายังดีลไม่จบ ก็ต้องให้เกียรติเขาก่อน ไม่ควรไปออกตัว ไม่ควรจะออกตัวว่าจะไปซ้ายหรือขวา สิ่งสำคัญคือต้องมีศักดิ์ศรี ถ้าไม่มีก็อย่ามาเป็นนักการเมือง

ถามย้ำว่า ส่วนตัวจะไม่ตัดสินใจเอง และจะรอสัญญาณการร่วมเป็นรัฐบาลใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนไม่ได้ตัดสินใจเอง เพราะต้องรอการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดว่าท้ายสุดจุดยืนของเราจะอยู่ตรงไหน และอยู่ที่พรรคแกนนำว่าเขาจะว่าอย่างไร หากวันหนึ่งได้รับคำตอบชัดเจนว่าเขาพร้อมแล้วโดยที่ไม่มีพรรคกล้าธรรม เราก็พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านคอยตรวจสอบ

"ผมมีจุดยืนของผม และพรรค กธ.ก็มีจุดยืน เราจะไม่วิ่งเข้าไปหาโดยไม่มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่สไตล์ผม ส่วนการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคนั้น รอให้มีการรับรอง สส.ทั้งหมดก่อน เมื่อทุกคนไปรายงานตัวแล้วก็จะนัดประชุม" ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

ถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรค ภท.แล้วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ทำไมต้องคุยกับนายเนวิน อย่าดึงท่านมาเกี่ยว อย่างการดีลจัดตั้งรัฐบาลครั้งที่แล้วตนก็พูดคุยเพียงกับหัวหน้าพรรค ภท. เพราะฉะนั้นอย่าดึงบุคคลภายนอกมาเกี่ยวข้อง เดี๋ยวจะผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่า หากเป็นฝ่ายค้านจะมีวิธีอย่างไรทำให้ลูกพรรคไม่โหวตแตกแถวหรือเป็นงูเห่า ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า สส.ของพรรคถ้าเป็น สส.เก่า เป็นเลือดตน 100% เราผ่านอะไรกันมาเยอะ ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เราก็อยู่ด้วยกันมาตลอด โดยมีทั้งหมด 18 คน ที่อยู่ตั้งแต่พรรคพลังประชารัฐเดิม จนไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทยด้วยกัน และกลับมาอยู่พรรคพลังประชารัฐก็กลับมาอยู่ด้วยกัน ส่วน สส.กลุ่มเพื่อนต่อ (นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) นั้น เราคุยกันทุกวัน ซึ่งนายเฉลิมชัยก็ตอบสื่อมวลชนไปแล้วว่าชัดเจน ไปไหนไปกัน เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจในเสียงของพรรคกล้าธรรมทั้งหมด หรือเพียง 18 เสียงที่อยู่กันมา ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า สส.หน้าใหม่ทั้งหมดคือลูกน้องตนเอง

ถามว่า ได้พูดคุยกับนายอนุทินหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ได้คุย ทั้งก่อนและหลังที่จะเดินทางไปประเทศฟินแลนด์ ตั้งแต่ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 ก.พ. รวมถึงไม่มีสัญญาณใดๆ ทั้งนี้ ต้องเรียนว่าสาเหตุที่ไม่ได้พูดคุยกัน เพราะตนไม่ได้โทรศัพท์ไปหาใคร รวมถึงคนในพรรคภูมิใจไทยคนอื่นๆ ก็ไม่ได้โทร.มา

ถามว่า มองอย่างไรหากพรรคเพื่อไทยมาบริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า No Comment อย่างไรก็ตาม ตนยังห่วงงานในกระทรวงเกษตรฯ ตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ก็มีหลายเรื่องที่ตนอยากจะทำ

เมื่อถามอีกว่า ถ้ามีข้อเสนอว่าพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล แต่ ร.อ.ธรรมนัสไม่รับตำแหน่ง สูตรนี้เป็นไปได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวและเดินขึ้นห้องทำงานทันที

โควตา พท. 5ว่าการ 3ช่วย

ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการพูดคุยภายในพรรคเกี่ยวกับกระแสข่าวโควตารัฐมนตรีว่า ภายในพรรคไม่ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องการแบ่งโควตาคณะรัฐมนตรี แต่จากการพูดคุยเบื้องต้นกับพรรค ภท. จะเป็นการพูดคุยเรื่องการทำงานไปข้างหน้า ยังไม่ได้พูดคุยกันว่าแต่ละพรรคมีความถนัดหรือจะแบ่งจัดสรรกันอย่างไร

ถามถึงข่าวมีการตีกลับชื่อรัฐมนตรีโควตาพรรค พท.จริงหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นแต่อย่างใด และพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ส่งรายชื่อ และยังไม่ได้พูดคุยกัน เมื่อถามว่า หากเสนอชื่อโควตารัฐมนตรีพรรค พท.แล้วถูกตีกลับจะดำเนินการอย่างไร นายจุลพันธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน เพราะยังไม่เห็นเหตุการณ์ การจะไปสมมติจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ขอรอให้มีการหารือ พบปะ นั่งคุยกันก่อน ซึ่งไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร

"เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ผมได้คุยกับแกนนำพรรค ภท.แล้วเกี่ยวกับกระแสข่าวตีกลับรายชื่อรัฐมนตรีของพรรค พท.ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทางนั้นยืนยันว่าไม่มีข่าว เพราะมีไม่ได้ เนื่องจากพรรค พท.ยังไม่ได้ยื่นรายชื่อ อย่างไรก็ตาม พรรคยืนยันในคุณสมบัติของคนของพรรค ซึ่งรายชื่อ 3-4 คนตามข่าว เป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของพรรค การทำงานของพรรคที่ผ่านมาพิสูจน์ได้แล้วว่าทั้งการบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และประวัติทำงานก็ไม่มีอะไรด่างพร้อย ต้องให้ความเป็นธรรมกับบุคลากรด้วย เพราะข่าวที่ออกมาไม่มีมูลเหตุ ไม่มีจุดเริ่มต้น" นายจุลพันธ์ระบุ

ส่วนนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. กล่าวถึงการจัดสรรโควตารัฐมนตรีว่า ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันเพิ่มเติม หลังจากวันได้พบกันที่พรรค ภท. สิ่งจำเป็นตอนนี้คือการดูภายในพรรคให้พร้อม ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหนก็ต้องพร้อมที่จะทำหน้าที่และทำงาน

ถามถึงกระแสข่าวที่พรรค ภท.ตีกลับรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีของพรรค นายยศชนันยืนยันว่า ไม่มีเรื่องนี้ มีเพียงการพูดคุยกันภายในว่าพร้อมที่จะทำงานในทุกรูปแบบ เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงที่มีการคิดและทำหลายอย่าง

"เราพยายามดูบุคลากรต่างๆ เพื่อจะสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลได้อย่างเหมาะสม ทุกคนมองการทำงานที่กระทรวง แต่กระทรวงเดียวตอนนี้ทำงานไม่ได้ ฉะนั้นต้องเป็นคนที่สามารถทำงานได้กับทุกคน เพื่อสามารถผลักดันประเทศชาติไปข้างหน้าได้" นายยศชนันกล่าว

ถามว่า ส่วนตัวจะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า ยังคงจะไม่ให้ข้อมูลอะไร แต่หากมีความแน่ชัดแล้วจะแจ้งให้ทุกคนทราบอีกครั้ง เราเตรียมการบ้านไว้ทุกกระทรวง

มีรายงานจากพรรค พท.ระบุว่า การเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ พรรค พท.ได้สัดส่วนรัฐมนตรี 8 เก้าอี้ แบ่งเป็น รมว. 5 ตำแหน่ง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยพรรควางตัวผู้ที่จะนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีไว้แล้วบางส่วน ที่ชัดเจนแล้วคือกลุ่มแคนดิเดตนายกฯ ทั้งนายยศชนัน, นายจุลพันธ์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รวมทั้งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง แต่อีก 1 คนคาดว่าคือนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งเป็นแกนนำพรรคที่มีส่วนสำคัญในการเลือกตั้ง แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะให้ใครไปกำกับดูแลกระทรวงใด

"การที่พรรคตัดสินใจร่วมรัฐบาลครั้งนี้ ต้องการเข้าไปขับเคลื่อนนโยบายที่หาเสียงไว้ เพื่อสร้างคะแนนนิยมให้กับพรรค ตอกย้ำการสร้างผลงานเพื่อให้ประชาชนกลับมาเลือกเพื่อไทยเหมือนที่ผ่านมา" แหล่งข่าวจากพรรค พท.ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรัฐมนตรีช่วยว่าการ 3 ตำแหน่ง จะได้นั่งในกระทรวงที่พรรค พท.ได้ดูแล คือ กระทรวงเกษตรฯ 2 ตำแหน่ง และกระทรวงศึกษาฯ 1 ตำแหน่ง แต่ยังไม่มีการวางตัวบุคคลที่จะมานั่งตำแหน่ง แต่ในพรรคมีการพูดถึงรายชื่อ สส.ที่มีความเหมาะสมนำมาไว้ในตะกร้าเพื่อคัดให้ไปทำหน้าที่ อาทิ นางมนพร เจริญศรี ซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยมาแล้ว และเป็น สส.ถึง 5 สมัย น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งทำผลงานดีในพื้นที่ จ.นครราชสีมา นายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร ซึ่งเป็น สส. 4 สมัย และเป็นบ้านใหญ่สกลนคร มีลูกสาวเป็น สส.และภรรยาเป็นนายก อบจ. อีกคนคือ นายศุภชัย นพขำ สส.ปทุมธานี 2 สมัย โดยการเข้ามาเป็น สส.ครั้งนี้ ถือว่ามีความโดดเด่น เพราะเป็น สส.เพียงคนเดียวของพรรคใน 11 จังหวัดรอบ กทม.

นอกจากนี้ คาดว่าตัวแทนของ จ.อุดรธานี จะเป็นอีกหนึ่งคนที่เข้ามาอยู่ในตะกร้า เพราะจังหวัดอุดรธานีถือเป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดที่ได้ สส.มาหลายคน โดยผู้บริหารพรรคจะพิจารณากันอีกครั้งว่าใครจะได้รับตำแหน่ง โดยปัจจัยสำคัญในการพิจารณาต้องการให้มีความเชื่อมโยงของพื้นที่ เพราะต้องการให้รัฐมนตรีเป็นตัวแทนจากพื้นที่นำปัญหาของประชาชนในพื้นที่มาขับเคลื่อนแก้ไข และสร้างคะแนนนิยมให้พรรคในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

วันเดียวกัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายอนุทิน กรณีแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัสเป็นรองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ โดยขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายขาดความซื่อสัตย์สุจริตและมีพฤติกรรมผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งอาจทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 (4) แม้รัฐบาลจะยุบสภาแล้วแต่ยังคงอยู่ในสถานะรักษาการ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...