‘โรม’ ลั่นตรวจสอบต่อแม้ ‘ธรรมนัส’ จ่อเป็นฝ่ายค้านด้วยกัน
เมื่อวันที่ 21 ก.พ. นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม มีแนวโน้มสูงที่จะถูกเขี่ยให้เป็นฝ่ายค้าน พรรค ปชน. ยินดีต้อนรับหรือไม่ เพราะ ร.อ.ธรรมนัส เคยฟ้องร้องคนของพรรค ปชน. หลายคดี ว่า คงพูดไม่ได้ ว่ายินดีต้อนรับหรือไม่ เพราะฝ่ายค้าน ไม่ได้เกิดจากการจับมือกันเป็น พรรค ปชน. ทำเต็มที่กับบทบาท เราไม่ได้สนใจว่า ใครบ้างมาเป็นฝ่ายค้านด้วย ไม่ได้ยินดียินร้าย ขณะที่เรื่องทุนสีเทาเราก็เดินหน้าตรวจสอบต่อได้อยู่แล้ว การที่ถ้าหาก ร.อ.ธรรมนัส เป็นฝ่ายค้าน จริง ๆ ตามข่าว ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ตรวจสอบ ร.อ.ธรรมนัส
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องนายเบน สมิธ ก็คงต้องเดินหน้าต่อ เรื่องเบน สมิธ ก็ไม่ได้เกี่ยวแค่กับ ร.อ.ธรรมนัส คนเดียว ยังมีอีกหลายคนที่มาเกี่ยว แม้กระทั่งในเรื่องการเซ็นเอ็มโอยูของบริษัทสิงคโปร์ที่เชื่อมโยงกับเรื่องการสแกนม่านตา เราต้องเดินหน้าเช่นกัน เราจะพยายามทำหน้าที่ ไม่อยากให้บรรดาพวกสีเทาเข้ามามีอำนาจรัฐได้ เพราะความเสียหายของประเทศมันหยั่งรากลึกอย่างแน่นอน
เมื่อถามว่าคิดอย่างไร กรณีที่ปัจจัยเรื่องโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี อาจเป็นสาเหตุที่พรรคกล้าธรรม ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้าเป็นพรรค ปชน. ตั้งรัฐบาล จะเน้นคุณสมบัติคนมาทำงาน ต้องมีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญเป็นหลัก มันคงไม่ได้เป็นภาพสะท้อนมุ้ง เป็นภาพสะท้อนกลุ่มก๊วนการเมือง แต่สิ่งที่ตนอยากเห็นก็คือคนที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี จะต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ไม่ควรจะเป็นคนที่มีประวัติทุจริตและคอร์รัปชัน หรือมีการบริหารราชการแผ่นดินที่ทำให้เกิดความเสียหาย ประเทศไทยเราเสียหายมามากพอแล้ว ไม่รู้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นต่อไปอย่างไร แต่เราไม่อยากเห็นใครก็ตามที่มีประวัติสีเทา และคอร์รัปชันเข้าไปเป็นรัฐมนตรีอีก.