โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เตือน ธุรกิจส่งออกสหรัฐฯ เตรียมรับมือความปั่นป่วน หลังศาลสูงล้มภาษีทรัมป์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

22 ก.พ. 2569 สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ประเมินว่าภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกไปยังสหรัฐฯ จะเผชิญกับความปั่นป่วนครั้งใหญ่ หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำตัดสินด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 ชี้ว่าคำสั่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาศัยอำนาจตาม“กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ” (IEEPA) ในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ หรือ reciprocal tariff เป็นคำสั่งที่ขัดรัฐธรรมนูญและเกินขอบเขตอำนาจของฝ่ายบริหาร

ปั่นป่วนทุกห่วงโซ่การค้า

สคต. ลอสแอนเจลิส ระบุว่า ผลจากคำตัดสินดังกล่าวจะทำให้ธุรกิจส่งออกไปยังสหรัฐฯ ธุรกิจนำเข้าสหรัฐฯ และการค้าปลีก จำเป็นต้องปรับกระบวนการทางธุรกิจครั้งใหญ่ เพื่อรองรับระบบการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามคำสั่งศาล และยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับนโยบายภาษีนำเข้ารูปแบบใหม่ที่คาดว่าจะตามมาอีกในอนาคตอันใกล้

นอกจากนี้ ประเด็นการคืนเงินภาษีนำเข้าที่เก็บไปแล้วกว่า 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใต้คำสั่ง IEEPA ก็ยังเป็นอีกปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนสูงมาก โดยยักษ์ใหญ่อย่าง Costco และ Goodyear Tire ได้ยื่นฟ้องขอคืนเงินไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ก่อนที่ศาลสูงสุดจะมีคำตัดสินเสียด้วยซ้ำ ขณะที่กลุ่มธุรกิจอื่นๆ ก็รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิทธิ์เช่นเดียวกัน

ฝ่ายบริหาร Trump ไม่ยอมแพ้ เตรียมหาช่องทางใหม่

อย่างไรก็ตาม สคต. ลอสแอนเจลิส ชี้ให้เห็นว่าคำตัดสินของศาลสูงสุดไม่ได้หมายความว่าสงครามภาษีนำเข้าของรัฐบาล Trump จะสิ้นสุดลง เนื่องจากฝ่ายบริหารได้คาดการณ์ผลแพ้คดีนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว และประกาศชัดเจนว่าจะใช้ช่องทางกฎหมายอื่นในการขึ้นภาษีต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิง The Tariff Act of 1930, The Trade Expansion Act of 1962 หรือ The Trade Act of 1974 ซึ่งยังคงให้อำนาจประธานาธิบดีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

สคต. ลอสแอนเจลิส ประเมินว่า เป้าหมายหลักของรัฐบาล ทรัมป์ ในการขึ้นภาษีนำเข้าคือการใช้การค้าเป็นเครื่องมือรักษาความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองของสหรัฐฯ บนเวทีโลก ซึ่งเป้าหมายนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง

ล่าสุด ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า จะปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ของสหรัฐฯ จาก 10% เป็น 15% สำหรับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ

สำหรับมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 ให้อำนาจประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษีเพื่อแก้ไข “ปัญหาการชำระเงินระหว่างประเทศ” ซึ่งทรัมป์ไม่จำเป็นต้องรอให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางทำการสอบสวนก่อน ก็สามารถบังคับใช้ภาษีได้เลย

ข้อจำกัดจากเงื่อนไขการใช้อำนาจตามมาตรา 122 คือ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลการชำระเงินของสหรัฐที่ “มากและร้ายแรง” เพื่อช่วยแก้ไขความไม่สมดุลของการชำระเงินระหว่างประเทศ หรือเพื่อป้องกันการอ่อนค่าของดอลลาร์ที่ “ใกล้จะเกิดขึ้นและมีนัยสำคัญ” ซึ่งอัตราภาษีศุลกากรถูกจำกัดไว้ที่ 15% และสามารถเรียกเก็บได้ไม่เกิน 150 วัน ทั้งนี้ การขยายเวลาบังคับใช้ต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา

ภาคธุรกิจส่งออกไทยและผู้ประกอบการที่มีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมกับตลาดสหรัฐฯ ควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพแวดล้อมทางการค้าที่ยังมีความผันผวนสูงในระยะข้างหน้า.

ที่มา: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...