ดีเอสไอระอุ! จี้สอบเพิ่มปม ‘ฟอกเงินฮั้วสว.’ หลัง ‘ณัฐวุฒิ’ ปราศรัยแฉอัยการตีกลับสำนวน
กรณีเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 25 ม.ค. ที่ว่าการอำเภอแก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งถึงการสรุปสำนวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณี การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ซึ่งดำเนินการสอบสวนโดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอและพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน) ซึ่งได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหา 8 ราย พร้อมระบุว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ม.ค.69 ที่ผ่านมา อัยการคดีพิเศษได้ทำหนังสือแจ้งกลับมาที่ดีเอสไอ ระบุว่า คดีฮั้ว สว. ที่ใส่มูลฐานความผิดฟอกเงิน มีผู้ต้องหาเพียง 8 คน จาก 1,200 คน เป็นสำนวนที่ไม่สมบูรณ์ ความผิดฐานฟอกเงินต้องมีความผิดฐานอื่นก่อน ไม่ใช่จะสามารถดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินได้เลย พร้อมกับบอกด้วยว่า ต้องแจ้งข้อหาทีเดียวทั้ง 1,200 คน ไม่ใช่แยกดำเนินคดีมาเพียง 8 คน ส่วนตัวการใหญ่ นักการเมือง แกนนำในรัฐบาลกลับไม่ถูกดำเนินคดี ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 25 ม.ค. รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับหนังสือแจ้งกลับจากพนักงานอัยการคดีพิเศษ กรณีคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณี การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. จริง
ภายหลังจากห้วงเดือน ธ.ค.68 ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่มีทั้งดีเอสไอและอัยการ สำนักงานการสอบสวน ได้ร่วมกันมีมติลงความเห็นทางคดี สั่งฟ้องแจ้งข้อกล่าวหาการกระทำความผิดทางอาญาฐานอั้งยี่และฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต่อผู้ต้องหาจำนวน 8 ราย และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการคดีพิเศษดำเนินการตามขั้นตอนตรวจสอบรายละเอียดภายในสำนวนทั้งหมด อาทิ การรวบรวมพยานหลักฐาน พยานวัตถุของคณะพนักงานสอบสวน คำให้การของพยาน คำให้การและการชี้แจงแก้ข้อกล่าวของผู้ต้องหา
อย่างไรก็ตาม กรณีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ ได้มีการทำหนังสือแจ้งกลับมายังดีเอสไอนั้น ทางพนักงานอัยการคดีพิเศษได้มีการแจ้งให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษไปดำเนินการสอบปากคำกลุ่มบุคคลเพิ่มเติม ตามที่พนักงานอัยการคดีพิเศษเล็งเห็นว่ามีประเด็นต่าง ๆ ที่ต้องรวบรวม หรือค้นหาพยานหลักฐานอื่นประกอบสำนวนเข้าไปด้วย ซึ่งในประเด็นเพิ่มเติมใด ๆ คณะพนักงานสอบสวนจะต้องไปดูเหตุผลที่พนักงานอัยการคดีพิเศษได้มีการระบุกลับมา เพื่อจะได้ทำการสอบสวนปากคำเพิ่มเติม รวบรวมพยานหลักฐาน พยานเอกสารให้ครบถ้วนตามความเห็นของพนักงานอัยการคดีพิเศษที่ได้ตรวจทานสำนวนแล้ว
ทั้งนี้ ในการดำเนินการใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากที่พนักงานอัยการคดีพิเศษได้ทำหนังสือแจ้งกลับต่อคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่มีทั้งดีเอสไอและพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวนให้สอบปากคำเพิ่มเติม หรือหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมนั้น ทั้งสองหน่วยงานจะต้องมีการประชุมหารือกันเพื่อกำหนดกรอบการสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป