โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ดีเอสไอระอุ! จี้สอบเพิ่มปม ‘ฟอกเงินฮั้วสว.’ หลัง ‘ณัฐวุฒิ’ ปราศรัยแฉอัยการตีกลับสำนวน

เดลินิวส์

อัพเดต 26 มกราคม 2569 เวลา 2.22 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“DSI” เตรียมสอบปากคำเพิ่มเติม “คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.” หลัง “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง จ.ชัยภูมิ แฉ “อัยการคดีพิเศษ” ตีกลับสำนวนดีเอสไอเมื่อ 16 ม.ค.69 ปมสรุปสำนวนสั่งฟ้องลอตแรกเพียง 8 คน จากจำนวนพยานทั่วประเทศกว่า 1,200 คน แต่กลับไร้ชื่อกลุ่มตัวการหลัก “นักการเมือง-แกนนำรัฐบาล” ถูกดำเนินคดี

กรณีเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 25 ม.ค. ที่ว่าการอำเภอแก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งถึงการสรุปสำนวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณี การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ซึ่งดำเนินการสอบสวนโดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอและพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน) ซึ่งได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหา 8 ราย พร้อมระบุว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ม.ค.69 ที่ผ่านมา อัยการคดีพิเศษได้ทำหนังสือแจ้งกลับมาที่ดีเอสไอ ระบุว่า คดีฮั้ว สว. ที่ใส่มูลฐานความผิดฟอกเงิน มีผู้ต้องหาเพียง 8 คน จาก 1,200 คน เป็นสำนวนที่ไม่สมบูรณ์ ความผิดฐานฟอกเงินต้องมีความผิดฐานอื่นก่อน ไม่ใช่จะสามารถดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินได้เลย พร้อมกับบอกด้วยว่า ต้องแจ้งข้อหาทีเดียวทั้ง 1,200 คน ไม่ใช่แยกดำเนินคดีมาเพียง 8 คน ส่วนตัวการใหญ่ นักการเมือง แกนนำในรัฐบาลกลับไม่ถูกดำเนินคดี ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

‘ณัฐวุฒิ’ เผย มีความจงใจปิดหูปิดตาประชาชนหลังอัยการตีกลับคดีฮั้ว สว. ที่แจ้งข้อหาเพียง 8 คน จาก 1,200 คน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 25 ม.ค. รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับหนังสือแจ้งกลับจากพนักงานอัยการคดีพิเศษ กรณีคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณี การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. จริง

ภายหลังจากห้วงเดือน ธ.ค.68 ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่มีทั้งดีเอสไอและอัยการ สำนักงานการสอบสวน ได้ร่วมกันมีมติลงความเห็นทางคดี สั่งฟ้องแจ้งข้อกล่าวหาการกระทำความผิดทางอาญาฐานอั้งยี่และฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต่อผู้ต้องหาจำนวน 8 ราย และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการคดีพิเศษดำเนินการตามขั้นตอนตรวจสอบรายละเอียดภายในสำนวนทั้งหมด อาทิ การรวบรวมพยานหลักฐาน พยานวัตถุของคณะพนักงานสอบสวน คำให้การของพยาน คำให้การและการชี้แจงแก้ข้อกล่าวของผู้ต้องหา

อย่างไรก็ตาม กรณีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ ได้มีการทำหนังสือแจ้งกลับมายังดีเอสไอนั้น ทางพนักงานอัยการคดีพิเศษได้มีการแจ้งให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษไปดำเนินการสอบปากคำกลุ่มบุคคลเพิ่มเติม ตามที่พนักงานอัยการคดีพิเศษเล็งเห็นว่ามีประเด็นต่าง ๆ ที่ต้องรวบรวม หรือค้นหาพยานหลักฐานอื่นประกอบสำนวนเข้าไปด้วย ซึ่งในประเด็นเพิ่มเติมใด ๆ คณะพนักงานสอบสวนจะต้องไปดูเหตุผลที่พนักงานอัยการคดีพิเศษได้มีการระบุกลับมา เพื่อจะได้ทำการสอบสวนปากคำเพิ่มเติม รวบรวมพยานหลักฐาน พยานเอกสารให้ครบถ้วนตามความเห็นของพนักงานอัยการคดีพิเศษที่ได้ตรวจทานสำนวนแล้ว

ทั้งนี้ ในการดำเนินการใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากที่พนักงานอัยการคดีพิเศษได้ทำหนังสือแจ้งกลับต่อคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่มีทั้งดีเอสไอและพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวนให้สอบปากคำเพิ่มเติม หรือหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมนั้น ทั้งสองหน่วยงานจะต้องมีการประชุมหารือกันเพื่อกำหนดกรอบการสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...