โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เวเนซุเอลาอาณานิคมสมัยใหม่ของสหรัฐ

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ถ้าสหรัฐแพ้อาจหมายถึงหายนะและยากจะฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง การกระชับอำนาจและขยายอาณานิคมจึงไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอด

มกราคม 2026 เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการใช้ลัทธิจักรวรรดินิยมใหม่ หรือลัทธิอาณานิคมใหม่ (new imperialism or new colonialism) หลังทรัมป์ยืนยันต้องครอบครองกรีนแลนด์

ภาพ: Make America great again

เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์

ในระยะนี้คำว่าจักรวรรดินิยม อาณานิคมสมัยใหม่ ปรากฏตามสื่อกระแสหลัก บทความนี้วิเคราะห์สถานการณ์เวเนซุเอลาโดยใช้แนวคิดอาณานิคมสมัยใหม่

ลัทธิอาณานิคมสมัยใหม่:

ลัทธิอาณานิคมใหม่ (Neo-colonialism) เป็นคำที่กล่าวถึงการครอบงำอาณานิคมในรูปแบบใหม่ อาจเล็งถึงเจ้าอาณานิคมเดิมที่ยังต้องการครอบงำอดีตอาณานิคมของตน รวมถึงการครอบงำประเทศอื่นๆ

รูปแบบลัทธิอาณานิคมใหม่เน้นการครอบงำและการใช้อิทธิพลของประเทศหนึ่งเหนืออีกประเทศ โดยไม่ใช้กำลังทหารเข้ายึดครองดินแดนเหมือนยุคล่าอาณานิคมดั้งเดิม เข้าแทรกแซงและควบคุมผ่านเครื่องมือทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงิน และวัฒนธรรม เพื่อตักตวงผลประโยชน์ ทรัพยากร และรักษาอำนาจในการกำหนดทิศทางของประเทศเหล่านั้น

เป้าหมายสำคัญลำดับแรกคือ รัฐบาลอาณานิคมต้องสนับสนุนนโยบายและส่งเสริมผลประโยชน์สหรัฐ รัฐบาลที่ว่าอาจมาจากการเลือกตั้งตามปกติที่ยินยอมเดินตามสหรัฐเพราะแรงกดดัน หรือเป็นรัฐบาลใหม่หลังรัฐบาลเก่าถูกโค่นล้ม

การได้รัฐบาลเช่นนี้ประหยัดงบประมาณ เพราะไม่ต้องส่งกองทัพเข้าควบคุม ทหารไม่สุ่มเสี่ยงบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เป็นวิธีที่ได้ประโยชน์โดยลงทุนแต่น้อย หากรัฐบาลอาณานิคมบริหารประเทศผิดพลาดก็สามารถโยนความผิดให้กับรัฐบาลดังกล่าวโดยตรง สหรัฐไม่มีส่วนรับผิดชอบ

กรณีเวเนซุเอลา:

สหรัฐพยายามมาแล้วหลายปีที่จะล้มรัฐบาลเวเนฯ เป้าหมายสุดท้ายคือจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่สนับสนุนนโยบายของตน ตามรูปแบบแนวทางของลัทธิอาณานิคมใหม่ เช่น คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ไม่ยอมรับความชอบธรรมของรัฐบาลมาดูโร เพื่อทำลายความนิยม ใช้วิธีสนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน แกนนำฝ่ายค้าน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลมาดูโรยังทนอยู่ได้ ในที่สุดจึงใช้กำลัง

ปฏิบัติการรุกรานและบุกจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) เป็นเพียงขั้นต้นเพื่อล้มรัฐบาลเวเนซุเอลา ไม่กี่วันต่อมาประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า “สหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้บริหารจัดการประเทศเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว” ล่าสุดรองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ (Delcy Rodríguez) ขึ้นดำรงตำแหน่ง “รักษาการประธานาธิบดี” รัฐบาลรักษาการไม่กล้าขัดขืนความต้องการของสหรัฐ

และทรัมป์ประกาศว่าได้เข้าควบคุมทรัพยากรน้ำมันแล้ว

เพื่อทรัพยากรน้ำมัน:

แต่ไหนแต่ไรรัฐบาลสหรัฐหวังครองน้ำมันเวเนซุเอลาที่มีแหล่งน้ำมันสำรองมากที่สุดของโลก รัฐบาลสหรัฐทุกชุดพยายามเล่นงานรัฐบาลเวเนซุเอลา บางช่วงตีตราว่าเป็นภัยคุกคามเพราะเป็นพวกสังคมนิยม ในสมัยทรัมป์ตีตราว่าเป็นต้นเหตุภัยยาเสพติด เพิ่มความชอบธรรมที่สหรัฐจะล้มล้างรัฐบาลประเทศนี้ เป็นแนวทางเดิมๆ ที่ใช้เสมอ

คริส ไรต์ (Chris Wright) รัฐมนตรีพลังงานประกาศว่า สหรัฐจำต้องควบคุมการขายน้ำมันของเวเนซุเอลาตลอดไป การซื้อขายและกำไรจะอยู่ในอำนาจและเป็นของรัฐบาลสหรัฐ กำไรส่วนหนึ่งจะเป็นงบประมาณของเวเนฯ อีกส่วนจะเป็นของบรรษัทน้ำมันสหรัฐ เป็นค่าชดเชย คืนเงินทุนของบรรษัทเหล่านี้ที่ย้อนหลังตั้งแต่เกือบ 2 ทศวรรษก่อน

แนวทางของรัฐมนตรีไรต์สอดคล้องความคิดของทรัมป์ที่เคยพูดว่า “เวเนซุเอลายึดและขายน้ำมันของอเมริกา อันเป็นทรัพย์สินของอเมริกา และเป็นแท่นขุดเจาะของอเมริกา ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เราเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ … พวกเขาทำแบบนี้มาสักพักใหญ่แล้ว แต่เราไม่เคยมีประธานาธิบดีที่ลงมือจัดการเรื่องนี้เลย พวกเขาเอาทรัพย์สินของเราไปทั้งหมด … ระบอบสังคมนิยมขโมยมันไปจากเราในช่วงรัฐบาลชุดก่อนๆ และขโมยมันไปด้วยการใช้กำลัง”

คำพูดของทรัมป์ฟังดูแปลก คิดถึงแต่ตัวเอง (เช่น ไม่สนใจว่าเงินทุนอุตสาหกรรมน้ำมันมาจากหลายประเทศ) แต่ผู้นำสหรัฐคิดและพูดเช่นนั้นเรื่อยมา มองว่าน้ำมันเวเนฯ เป็นของสหรัฐ ตอนนี้เพียงแค่เอากลับคืน สิ่งที่ทำกับเวเนฯ นั้นถูกต้องชอบธรรมแล้ว

ยึดลัทธิล่าอาณานิคมมานาน:

ประธานาธิบดีมาดูโรพูดเสมอว่าสหรัฐต้องการปกครองเวเนฯ และภูมิภาคแบบอาณานิคม (colonial model) ทรัมป์พูดถึงเรื่องนี้ว่า เป็นความสำเร็จหลังจากที่สหรัฐพยายามมานานหลายทศวรรษ (เคยพลาดและถูกจับได้ด้วย) สามารถย้อนหลังกลับไปถึงปี 1998 เมื่ออูโก ชาเวซ ชนะเลือกตั้ง ยึดนโยบายชาตินิยมและต่อต้านจักรวรรดินิยม ชี้ว่าที่ผ่านมาประเทศอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ทั้งยังชี้ว่าการที่ประเทศยากจนมาจากการกดทับของชนชั้นนำที่ร่วมมือกับมหาอำนาจ

นับจากการก้าวขึ้นของชาเวซ รัฐบาลสหรัฐไม่ว่าจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครตต่างต่อต้าน ไม่ยอมรับว่าเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรม คว่ำบาตรหลายทาง สนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน ติดต่อให้ผู้นำกองทัพเวเนซุเอลาแปรพักตร์ พยายามล้มรัฐบาลเวเนฯ ด้วยหลายวิธี

เหล่านี้เป็นข้อพิสูจน์ว่ารัฐบาลสหรัฐยึดลัทธิล่าอาณานิคมมานาน รัฐบาลเวเนฯ ก่อนสมัยชาเวซคือรัฐบาลอาณานิคม (Colonial Government) ความพยายามล้มรัฐบาลชาเวซกับมาดูโรเพื่อนำประเทศนี้กลับมาอยู่ใต้อาณานิคมอีกครั้ง

แค่การกระชับอำนาจอีกครั้ง:

ในกรอบที่กว้างขึ้น รัฐบาลสหรัฐมองว่าลาตินอเมริกาเป็นสนามหลังบ้านของตน

ในยุคสงครามเย็นรัฐบาลสหรัฐพยายามสกัดกั้นคอมมิวนิสต์ไม่ให้ขยายตัวในภูมิภาคลาตินอเมริกา จึงพยายามเป็นมิตรกับรัฐบาลเวเนซุเอลาที่เป็นประชาธิปไตย (หลังปี 1958 จนถึงก่อนสมัยชาเวซ) ยกย่องว่าเป็น “โมเดลประชาธิปไตย” คานอำนาจกับระบอบคอมมิวนิสต์

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลฝักใฝ่สังคมนิยมหรือล่าสุดเปลี่ยนเป็นข้อหาค้ายาเสพติด สหรัฐถือว่าเวเนฯ คือส่วนหนึ่งของสนามหลังบ้านที่ไม่อาจปล่อยให้เป็นอิสระ

ในฐานะมหาอำนาจเจ้าอาณานิคม จำต้องแสดงพลังกระชับอำนาจเป็นระยะ

หนึ่งในตัวอย่างที่เด่นชัดมากคือ 10 ปีหลังสิ้นสงครามเย็น 11 กันยายน 2001 เกิดเหตุวินาศกรรมครั้งใหญ่โดยผู้ก่อการร้าย (หรือที่นิยมเรียกว่า 9/11)รัฐบาลสหรัฐประกาศทำสงครามกับการก่อการร้าย โค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน (Saddam Hussein) พร้อมกับข้อวิพากษ์ว่าเป้าหมายที่รัฐบาลสหรัฐต้องการคือควบคุมบ่อน้ำมัน กระชับอำนาจในภูมิภาคนี้ หลังปรากฏความจริงว่ารัฐบาลอิรักไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอัลกออิดะห์ และไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ตามที่พวกตะวันตกกล่าวหา

ในยามที่สหรัฐถดถอยพร้อมกับที่จีนก้าวขึ้นมา รัฐบาลสหรัฐยิ่งต้องกระชับอำนาจ ประกาศศักดาให้นานาชาติรับรู้ว่าตนเป็นใหญ่ เคยเป็นผู้วางระเบียบโลกเสรีนิยม โลกาภิวัตน์ ล่าสุดกำลังทำลายระเบียบโลกเก่าและสร้างของใหม่ขึ้นมา (เนื่องจากไม่ได้ประโยชน์จากของเดิมและต้องการสกัดจีน)

โลกเชื่อมโยงกัน การช่วงชิงแข่งขันหลายอย่างเชื่อมโยงกันทั่วโลก ในอดีตสหรัฐเคยเป็นผู้ผลิตและส่งออกทีวีตู้เย็นรายใหญ่ของโลก ต่อมาเปลี่ยนมือเป็นญี่ปุ่น ไม่นานนี้สินค้าทีวีตู้เย็นญี่ปุ่นสู้ไม่ได้ กลายเป็นยี่ห้อจีนที่กำลังครองตลาด (ที่น่าตกใจคือตอนนี้ยี่ห้อจีนสามารถตีตลาดญี่ปุ่นจนชนะยี่ห้อเจ้าถิ่นแล้ว)

การครองแร่หายาก น้ำมัน เป็นเรื่องสำคัญเพราะเป็นยุทธปัจจัย อาวุธล้ำสมัยต้องใช้แร่หายาก เครื่องบินรถถังยังต้องใช้น้ำมัน ในมุมรัฐบาล เทคโนโลยีAI ควอนตัมคอมพิวเตอร์ (Quantum Computer) ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องความมั่นคง สงครามในอนาคตเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ลองจินตนาการ AI สร้างแผนการรบที่ละเอียดแม่นยำที่สุด ควบคุมการโจมตีและตั้งรับทุกระดับ ทบทวนเปลี่ยนแปลงทุกนาที สงครามไซเบอร์ที่ชนะโดยไม่ต้องส่งทหารไปรบในแดนข้าศึก ด้วยเหตุนี้รัฐบาลสหรัฐจึงส่งเสริมเต็มกำลัง

ตามกฎแห่งป่า ถ้าสหรัฐแพ้อาจหมายถึงหายนะและยากจะฟื้นตัวอีกครั้ง ตามด้วยความปั่นป่วนวุ่นวายในประเทศ การกระชับอำนาจและขยายอาณานิคมจึงไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอด เวเนฯ คือประเทศหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อเท่านั้นเอง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...