โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผลวิจัยสุดช็อกเผย เต่าตัวเมียยอมเดินตกหน้าผาตายเพื่อหนีการรุมโทรมของฝูงตัวผู้

เดลินิวส์

อัพเดต 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 5.35 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เปิดผลวิจัยเต่าเฮอร์แมนน์บนเกาะในนอร์ทมาซิโดเนีย เมื่อเต่าตัวเมียต้องเผชิญกับการคุกคามทางเพศอย่างรุนแรงจากตัวผู้ที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่า จนบางตัวตัดสินใจเดินตกหน้าผาแทนการยอมให้ผสมพันธุ์

หลังจากเปิดเผยผลการศึกษาใหม่เมื่อไม่นานมานี้ที่ชี้ว่า "การคุกคามทางเพศ" (Sexual aggression) อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เต่าตัวเมียพันธุ์เฮอร์แมนน์ (Hermann’s tortoises) มุ่งหน้าสู่หน้าผาและปล่อยให้ตัวเองตกลงไป นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า เต่าตัวเมียตัวสุดท้ายบนเกาะโกเลมแกรด สาธารณรัฐมาซิโดเนียเหนือ จะตายภายในปี ค.ศ. 2083

ทีมนักวิจัยพบว่า บนเกาะแห่งนี้มีจำนวนเต่าเฮอร์แมนน์ตัวผู้มากกว่าตัวเมียอย่างมหาศาล โดยสำนักข่าวเดอะนิวยอร์ก ไทม์ส ระบุว่า ในบางพื้นที่ของเกาะ มีสัดส่วนเต่าตัวผู้ถึง 19 ตัว ต่อเต่าตัวเมียเพียง 1 ตัวเท่านั้น

จากการศึกษาในหัวข้อ "ความเหลื่อมล้ำของสัดส่วนเพศนำไปสู่การฆ่าตัวตายทางประชากรในกลุ่มประชากรเต่าที่หนาแน่น” (Sex Ratio Bias Triggers Demographic Suicide in a Dense Tortoise Population) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ในวารสารอีโคโลจี เลตเทอร์ส พบว่าจำนวนเต่าเฮอร์แมนน์ตัวเมียยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมก้าวร้าวทางเพศของตัวผู้ที่อยู่รายรอบ

การศึกษาพบว่าเต่าตัวเมียบางตัวยอมเดินไปยังหน้าผาสูงแล้วปล่อยให้ตัวเองตกลงมา ซึ่งบางครั้งก็ทำให้พวกมันตายได้ ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการจับคู่ที่เป็นไปอย่างรุนแรง นอกจากนี้ งานวิจัยยังเผยว่า “ตัวเมียที่ถูกคุกคาม” เพื่อผสมพันธุ์จะสามารถขยายพันธุ์ได้น้อยลง และมีอัตราการรอดชีวิตรายปีต่ำกว่าเต่าตัวเมียที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินใหญ่ในพื้นที่ใกล้เคียง

หลังจากทบทวนข้อมูลที่เก็บรวบรวมมานานกว่า 16 ปี โดย ดร. ดราแกน อาร์ซอฟสกี นักนิเวศวิทยาจากสมาคมนิเวศวิทยามาซิโดเนียและหัวหน้าคณะผู้เขียนงานวิจัย ทีมนักวิจัยคาดการณ์ว่า เต่าตัวเมียตัวสุดท้ายบนเกาะจะตายภายในปีค.ศ. 2083

หลังจากตระหนักว่า ประชากรเต่าที่ดูเหมือนจะสูง แต่แท้จริงแล้วมีสัดส่วนของตัวเมียที่ตายตั้งแต่อายุยังน้อยสูงมาก ดร. อาร์ซอฟสกี จึงลงมือศึกษาพฤติกรรมการผสมพันธุ์ของสัตว์เหล่านี้ และพบว่ามีตัวผู้หลายตัวรุมไล่ตามตัวเมียเพียงตัวเดียว

ดร. อาร์ซอฟสกี และเพื่อนร่วมงานระบุว่า เต่าตัวผู้จะ "ชน กัด (บางครั้งกัดจนเลือดออก) ขึ้นขี่ และสุดท้ายจะใช้ปลายหางที่แหลมคมทิ่มแทงตัวเมียที่พยายามหนีอย่างรุนแรง" นอกจากนี้ยังพบว่าเต่าตัวเมียส่วนใหญ่บนเกาะมีบาดแผลบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์อีกด้วย

ดร. อาร์ซอฟสกี ระบุเพิ่มเติมว่า แม้จะมีตัวผู้เดินตกหน้าผาบ้างเช่นกัน แต่ "สัดส่วนของตัวเมียที่ตายในลักษณะนี้สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ"

เจนีน เรฟสนิเดอร์ นักนิเวศวิทยาเชิงวิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัยโทเลโด ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า การคุกคามทางเพศจากตัวผู้ "ดูเหมือนจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด 'วงจรแห่งการสูญพันธุ์’ จริงๆ”

ดร. เรฟสนิเดอร์ กล่าวเสริมว่า เธอ "ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน" ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ปราศจากการแทรกแซงของมนุษย์ "มันเป็นเรื่องที่ผิดปกติและน่าสลดใจมาก แต่มันก็น่าพิศวงจริงๆ”

ที่มา : people.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...