ผลวิจัยสุดช็อกเผย เต่าตัวเมียยอมเดินตกหน้าผาตายเพื่อหนีการรุมโทรมของฝูงตัวผู้
หลังจากเปิดเผยผลการศึกษาใหม่เมื่อไม่นานมานี้ที่ชี้ว่า "การคุกคามทางเพศ" (Sexual aggression) อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เต่าตัวเมียพันธุ์เฮอร์แมนน์ (Hermann’s tortoises) มุ่งหน้าสู่หน้าผาและปล่อยให้ตัวเองตกลงไป นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า เต่าตัวเมียตัวสุดท้ายบนเกาะโกเลมแกรด สาธารณรัฐมาซิโดเนียเหนือ จะตายภายในปี ค.ศ. 2083
ทีมนักวิจัยพบว่า บนเกาะแห่งนี้มีจำนวนเต่าเฮอร์แมนน์ตัวผู้มากกว่าตัวเมียอย่างมหาศาล โดยสำนักข่าวเดอะนิวยอร์ก ไทม์ส ระบุว่า ในบางพื้นที่ของเกาะ มีสัดส่วนเต่าตัวผู้ถึง 19 ตัว ต่อเต่าตัวเมียเพียง 1 ตัวเท่านั้น
จากการศึกษาในหัวข้อ "ความเหลื่อมล้ำของสัดส่วนเพศนำไปสู่การฆ่าตัวตายทางประชากรในกลุ่มประชากรเต่าที่หนาแน่น” (Sex Ratio Bias Triggers Demographic Suicide in a Dense Tortoise Population) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ในวารสารอีโคโลจี เลตเทอร์ส พบว่าจำนวนเต่าเฮอร์แมนน์ตัวเมียยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมก้าวร้าวทางเพศของตัวผู้ที่อยู่รายรอบ
การศึกษาพบว่าเต่าตัวเมียบางตัวยอมเดินไปยังหน้าผาสูงแล้วปล่อยให้ตัวเองตกลงมา ซึ่งบางครั้งก็ทำให้พวกมันตายได้ ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการจับคู่ที่เป็นไปอย่างรุนแรง นอกจากนี้ งานวิจัยยังเผยว่า “ตัวเมียที่ถูกคุกคาม” เพื่อผสมพันธุ์จะสามารถขยายพันธุ์ได้น้อยลง และมีอัตราการรอดชีวิตรายปีต่ำกว่าเต่าตัวเมียที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินใหญ่ในพื้นที่ใกล้เคียง
หลังจากทบทวนข้อมูลที่เก็บรวบรวมมานานกว่า 16 ปี โดย ดร. ดราแกน อาร์ซอฟสกี นักนิเวศวิทยาจากสมาคมนิเวศวิทยามาซิโดเนียและหัวหน้าคณะผู้เขียนงานวิจัย ทีมนักวิจัยคาดการณ์ว่า เต่าตัวเมียตัวสุดท้ายบนเกาะจะตายภายในปีค.ศ. 2083
หลังจากตระหนักว่า ประชากรเต่าที่ดูเหมือนจะสูง แต่แท้จริงแล้วมีสัดส่วนของตัวเมียที่ตายตั้งแต่อายุยังน้อยสูงมาก ดร. อาร์ซอฟสกี จึงลงมือศึกษาพฤติกรรมการผสมพันธุ์ของสัตว์เหล่านี้ และพบว่ามีตัวผู้หลายตัวรุมไล่ตามตัวเมียเพียงตัวเดียว
ดร. อาร์ซอฟสกี และเพื่อนร่วมงานระบุว่า เต่าตัวผู้จะ "ชน กัด (บางครั้งกัดจนเลือดออก) ขึ้นขี่ และสุดท้ายจะใช้ปลายหางที่แหลมคมทิ่มแทงตัวเมียที่พยายามหนีอย่างรุนแรง" นอกจากนี้ยังพบว่าเต่าตัวเมียส่วนใหญ่บนเกาะมีบาดแผลบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์อีกด้วย
ดร. อาร์ซอฟสกี ระบุเพิ่มเติมว่า แม้จะมีตัวผู้เดินตกหน้าผาบ้างเช่นกัน แต่ "สัดส่วนของตัวเมียที่ตายในลักษณะนี้สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ"
เจนีน เรฟสนิเดอร์ นักนิเวศวิทยาเชิงวิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัยโทเลโด ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า การคุกคามทางเพศจากตัวผู้ "ดูเหมือนจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด 'วงจรแห่งการสูญพันธุ์’ จริงๆ”
ดร. เรฟสนิเดอร์ กล่าวเสริมว่า เธอ "ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน" ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ปราศจากการแทรกแซงของมนุษย์ "มันเป็นเรื่องที่ผิดปกติและน่าสลดใจมาก แต่มันก็น่าพิศวงจริงๆ”
ที่มา : people.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES