'อาจารย์อุ๋ย' ยกโมเดลอังกฤษ สางปมร้อน "บัตรเลือกตั้ง" ชี้บัตรทุกใบมี "ซีเรียลนัมเบอร์" สกัดคนโกงสวมสิทธิ์
(20 ก.พ. 69) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรือ อ.อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมาย และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ในประเด็นเรื่อง การนําสืบย้อนกลับ (tracibility) กับ การเป็นความลับ (secrecy) ของบัตรเลือกตั้ง ที่กําลังเป็นประเด็นร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ นัั้น
กฎหมายเลือกตัั้งของสหราชอาณาจักร เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจที่สุดในการถกเถียงเรื่อง "ความลับ vs ความโปร่งใส" โดยมีรายละเอียด ที่สำคัญดังนี้:
1. ระบบเลขหมายซีเรียล (Serial Numbering) และต้นขั้ว
ตามกฎหมาย Representation of the People Act 1983 และบรรทัดฐานที่สืบเนื่องมาจาก Ballot Act 1872 ของสหราชอาณาจักร:
• กลไก: บัตรเลือกตั้งทุกใบจะมี หมายเลขซีเรียล (Serial Number) พิมพ์อยู่ และที่ ต้นขั้วบัตร (Counterfoil) ก็จะมีหมายเลขเดียวกัน
• การบันทึก: เมื่อผู้สิทธิเลือกตั้งไปแสดงตัว เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยจะเขียน เลขประจำตัวผู้สิทธิเลือกตั้ง (Electoral Roll Number) ลงบนต้นขั้วบัตรก่อนที่จะฉีกบัตรส่งให้
• ผลลัพธ์: ในทางทฤษฎี (Theoretically Traceable) ข้อมูลนี้สามารถใช้ระบุได้ว่า "ใครเลือกใคร" โดยการจับคู่เลขบนบัตรกับเลขบนต้นขั้ว
2. เหตุผลที่ระบบกฎหมายยอมรับได้ (Justification)
แม้จะดูเหมือนขัดต่อหลักการความลับ แต่ระบบกฎหมายของ UK ยอมรับได้ด้วยเหตุผลเชิงโครงสร้าง 2 ประการ:1. เพื่อป้องกันและพิสูจน์ทุจริต (Anti-Fraud): วัตถุประสงค์หลักคือการจัดการกับกรณี "Personation" (การสวมสิทธิ์) หากมีการร้องเรียนว่ามีการสวมสิทธิ์ ศาลเลือกตั้ง (Election Court) สามารถสั่งให้นำบัตรใบนั้นมาตรวจสอบเพื่อตัดคะแนนที่เป็นโมฆะออกได้ ซึ่งจะช่วยให้ผลการเลือกตั้งสะท้อนเจตจำนงที่แท้จริง
2. หลักการ "ปิดผนึกสองชั้น" (Double Sealing): หลังการนับคะแนนเสร็จสิ้น บัตรเลือกตั้งและต้นขั้วจะถูก แยกบรรจุและปิดผนึก (Sealed) อย่างเคร่งครัด และจะถูกส่งไปเก็บรักษาไว้เป็นเวลา 1 ปีกับอีก 1 วันก่อนจะถูกทำลาย