‘ทนายความเหยื่อคดีข่มขืน’ จวก ว่าที่สส.พรรคส้ม มั่วนิ่มอ้าง หลักสันนิษฐานผู้บริสุทธิ์
25 ก.พ. 2569- สืบเนื่องจากนายเอกราช อุดมอำนวย ว่าที่ สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความตอบโต้ คณะทำงานเพื่อความเสมอภาคทางเพศในพรรคประชาชน(คสพป.) ออกแถลงการณ์ แสดงความผิดหวังต่อผู้บริหารพรรคฯ กรณี นายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.เขต 1 จังหวัดมหาสารคาม ของพรรคฯ ในจังหวัดมหาสารคามถูกศาลฎีกาพิพากษาว่ากระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราและลงโทษทั้งจำทั้งปรับ โดยอ้างหลักสันนิษฐานผู้บริสุทธิ์ ศาลชั้นต้น-อุทธรณ์ยกฟ้องแล้ว พรรคไม่อาจวินิจฉัยแทนศาล
นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วมในคดีดังกล่าว โพสต์ข้อคามตอบโต้นายเอกราช ว่า
"เรื่องความเหมาะสมในการเป็นผู้สมัครส.ส." กับ "หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์" มันเป็นคนละเรื่องเดียวกันครับ
หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ คือ หลักคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ป้องกันไม่ให้มีการตีตราหรือปฏิบัติต่อผู้ต้องหาหรือจำเลยอย่างผู้กระทำความผิดในระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุด เพื่อให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยได้มีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกบีบให้รับสารภาพด้วยสภาวะอะไรบางอย่าง เช่น การไม่ถูกคุมขัง การให้พบและปรึกษาทนายความ การไม่บีบบังคับให้รับสารภาพ ซึ่งในกรณีนี้จำเลยได้รับการคุ้มครองด้วยหลักการดังกล่าวจากกระบวนการยุติธรรมทุกประการ กินอิ่มนอนหลับ สู้คดีเต็มที่ครับ
ส่วนเรื่องความเหมาะสมในการเป็นผู้สมัครส.ส. พรรคต้องมีหลักเกณฑ์เป็นของตัวเอง ซึ่งควรจะต้องมีมาตรฐานการพิจารณาความเหมาะสมที่สูงกว่าบุคคลทั่วไป ดังนั้นการพิจารณาลงไปในเนื้อหาของคดีถึงความเหมาะสมของผู้สมัคร จึงเป็นสิ่งที่พรรคควรจะกระทำ ไม่ใช่การตีตราหรือตัดสินแทนศาลแต่อย่างใด รบกวนแยกให้ออกก่อนครับ
ยกฟ้อง ไม่เท่ากับ เหมาะสม
*ขอแก้ไขเพื่อให้ความหมายชัดเจนขึ้น