โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

จับตาวันนี้ วาระประชุม ‘บอร์ดอีอีซี’ สางปัญหา ‘ไฮสปีด 3 สนามบิน-แหลมฉบังเฟส 3’

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ (25 ก.พ.2569) เวลา 13.30 น.ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

สำหรับวาระการประชุมในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องโครงการสำคัญ เช่น 1.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท ที่ปัจจุบันยังติดปัญหาเรื่องการแก้ไขสัญญาโครงการฯ โดยนายพิพัฒน์ได้ออกมายืนยันไม่เห็นด้วยในการแก้ไขสัญญาในครั้งนี้ เพราะกังวลจะถูกเอกชนรายที่สองที่ชนะการประมูลฟ้องร้องได้

นอกจากนี้ประเด็นที่เอกชนเสนอมาเพื่อแก้ไขสัญญาอ้างผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้จำนวนผู้โดยสารไม่เป็นไปตามประมาณการเดิมนั้น นายพิพัฒน์ ระบุว่า ปัจจุบันภาคการท่องเที่ยวของไทยเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง จึงไม่ควรใช้สถานการณ์โควิดเป็นเหตุผลในการเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญา

2.แผนพัฒนาโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) ของอีอีซีบนพื้นที่ 15,000 ไร่ 1.34 ล้านล้านบาท โดยแผนแม่บทในการดึงดูดการลงทุนเพื่อพัฒนาพื้นที่

ทั้งนี้ประกอบด้วย สวนสนุกระดับโลกที่มีสเกลทัดเทียมกับสวนสนุกชั้นนำของโลก สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ที่ได้มาตรฐานสากลและศูนย์จัดแสดงสินค้า และการประชุมที่ตั้งเป้าหมายให้เป็นฮับการจัดงานที่ใหญ่และทันสมัยระดับโลก

3.โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 (เฟส 3) มูลค่า 84,361 ล้านบาท โดยมีคู่สัญญาระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กับ บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล (GPC) ซึ่งมีการลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564

ที่ผ่านมากทท.ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ GPC ซึ่งเป็นเอกชนคู่สัญญาร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ส่วนของท่าเรือ F1 และ F2 จากเดิมกำหนดจะส่งมอบพื้นที่ในปลายปี 2568

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบการตีความในสัญญาด้านเทคนิคของการถมทะเลที่กำหนดในสัญญาแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องมีการร่วมตรวจสอบเทคนิคของงานถมทะเลเพิ่มเติม พบว่า การตีความระหว่าง 2 สัญญาไม่ตรงกัน

สำหรับสัญญาที่ กทท.จ้างกิจการร่วมค้า CNNC ถมทะเล ระบุไว้ในสัญญาว่าการถมทะเล หากมีการทรุดตัวในระยะเวลา 30 ปี ต้องไม่เกิน 20 เซนติเมตร

นอกจากนี้สัญญาร่วมลงทุนระหว่าง กทท.กับ GPC กำหนดเรื่องความหนาแน่นของวัสดุ อาทิ ทราย ต้องอัดแน่นและแข็งแรง ทำให้ต้องมีการร่วมตรวจสอบงานถมทะเลและเจรจารายละเอียดร่วมกัน ระหว่าง กทท. GPC และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เพื่อหาข้อสรุปต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...