โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 เรื่องแปลก ที่ไม่น่าเชื่อว่าเกิดขึ้นตั้งแต่แมนฯซิตี้ ถูกตั้ง 115 ข้อหา

PPTV HD 36

อัพเดต 24 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
มีคำกล่าวว่าวงล้อแห่งความยุติธรรมหมุนช้า แต่เมื่อพูดถึง คดีละเมิดกฎการเงินของ แมนฯ ซิตี้มันกลับรู้สึกเหมือนว่าวงล้อนั้นไม่ได้ขยับเลย นี่ 7 เหตุการณ์ที่นับตั้งแต่ที่ ซิตี้ถูกตั้งข้อหาเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา

หลังมีข่าวว่าล่าสุดว่า แมนฯ ซิตี้ อาจจะโดนโทษตัด 40-60 แต้มหากถูกพบว่ามีความผิดจริงในคดีละเมิดกฎการเงิน 115 ข้อหา

แต่ถึงเวลานี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ถือเป็นเวลาเวียนมาบรรจบครบ 3 ปีแล้วนับตั้งแต่พรีเมียร์ลีกประกาศครั้งแรกว่าสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกตั้งข้อหา 115 ข้อหา แม้ว่าตัวเลขที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ประมาณ 134 ข้อหา ก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีการประกาศคำตัดสินใดๆ และสาธารณชนก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น

การสอบสวน การอุทธรณ์ และคดีความในศาลทั้งหมดถูกเก็บเป็นความลับ ทำให้ความสำเร็จล่าสุดของแมนฯ ซิตี้ ดูเหมือนจะมีเครื่องหมายดอกจัน กำกับไว้อยู่ แต่ในขณะที่พรีเมียร์ลีกยังคงล่าช้า วงการฟุตบอลก็ยังคงดำเนินต่อไป

นี่เป็น 7 เหตุการณ์ที่ planetfootball ลำดับเหตุการณ์ นับตั้งแต่ที่ แมนฯ ซิตี้ถูกตั้งข้อหาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา

1.ซิตี้ คว้าแชมป์มาแล้ว 6 รายการ
ในขณะที่การต่อสู้ในศาลกำลังดำเนินอยู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับประสบความสำเร็จอย่างมากในสนาม และคว้าถ้วยรางวัลไปถึง 6 รายการนับตั้งแต่มีการประกาศข้อกล่าวหาครั้งแรก หนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญที่สุดคือแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกปี 2023 ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นครั้งแรกที่สโมสรแมนเชสเตอร์ คว้าแชมป์รายการนี้ได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการคว้าทริปเปิล แชมป์ ในฤดูกาลดังกล่าว (พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก) ทำให้ทีม "เรือใบสีฟ้า" กลายเป็นทีมจากอังกฤษทีมที่ 2 ที่ทำได้เช่นนี้ ต่อจากทีมเพื่อนบ้านอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

2.เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยิงไปแล้ว 90 ประตูให้กับซิตี้
การย้ายมาของฮาลันด์ สู่แมนฯ ซิตี้ เกิดขึ้นในฤดูกาลเดียวกับที่มีการยื่นฟ้องเป็นครั้งแรก และนับตั้งแต่นั้นมา ดาวเตะทีมชาตินอร์เวย์ ก็ยิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง

ฮาลันด์ ทำผลงานได้ดีที่สุดในฤดูกาล 2022-23 โดยทำประตูได้ 36 ประตูในทุกรายการแข่งขัน ยิงประตูรวมไปแล้ว 90 ประตูในช่วงเวลาที่พรีเมียร์ลีกกำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่

3.อาชีพค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกของแอนจ์ ปอสเตโคกลู นั้นจบลงไปแล้ว
ความนิยมของงแอนจ์ ปอสเตโคกลู ในฐานะผู้จัดการทีมพุ่งสูงที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2023 เนื่องจากกุนซือเชื้อสายกรีซ-ออสซี่ กำลังนำเซลติกคว้าแชมป์ลีกได้อย่างน่าประทับใจ

ซึ่งจากผลงานนดังกล่าวทำให้ แอนจ์ ได้งานคุมทีมสเปอร์ส และเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่าแอนจ์ จะเปลี่ยนงานมาแล้วถึงสองครั้งในช่วงเวลาที่คดีความ 115 กระทงถูกพิจารณาจบลง

4.สโมสรในพรีเมียร์ลีก 2+1 ถูกตัดแต้ม
ในช่วงเวลาที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้และพรีเมียร์ลีกกำลังโต้เถียงกันในศาลเรื่องคดีความนี้ แต่ก็มีอีก 2 สโมสรในพรีเมียร์ลีกที่ถูกตัดแต้มไปแล้ว

ทีมแรกคือเอฟเวอร์ตัน ซึ่งเพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่ประกาศข้อกล่าวหาต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจากเมอร์ซี่ไซด์ก็ถูกตัดแต้มไปถึง 10 แต้มเนื่องจากการละเมิดกฎ PSR เอฟเวอร์ตัน อุทธรณ์และแต้มที่ถูกตัดก็ลดลงเหลือ 6 แต้ม แต่ต่อมาก็ถูกตัดเพิ่มอีก 2 แต้มเนื่องจากการละเมิดครั้งที่ 2

นอกจากนี้ ฟอเรสต์ เป็นอีกทีมที่ถูกตัดไป 4 แต้มในฤดูกาล 2023-24 เนื่องจากละเมิดกฎ PSR เช่นกัน

ขณะที่เดียวกัน เลสเตอร์ ก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่สามารถถูกรวมอยู่ในรายชื่อนี้ตรงนี้ เพราะทีม "จิ้งจอกสยาม" ถูกตัดแต้มในฤดูกาลนี้จากการละเมิดกฎ PSR แม้ว่าปัจจุบันทีมจะหล่นไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพก็ตาม

5.ผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีก 35 คนถูกปลดออกจากตำแหน่ง
นับตั้งแต่มีการประกาศข้อกล่าวหา 115 ข้อครั้งแรกเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2023 มีผู้จัดการ 35 คนต้องตกงาน

เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจเลยที่น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เป็นทีมที่ปลดผู้จัดการทีมมากที่สุด โดยมีจำนวนผู้จัดการทีมที่ถูกปลดเท่ากับเซาธ์แฮมป์ตันที่ 4 คน

วูล์ฟแฮมป์ตัน, เวสต์แฮม, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์, เลสเตอร์ ซิตี้ และเชลซี ต่างก็ปลดผู้จัดการทีมถึง 3 คนในช่วงเวลาเดียวกัน

สำหรับผู้จัดการทีมอย่าง แอนจ์ ปอสเตโคกลู , แกรี่ โอนีล, เกรแฮม พอตเตอร์, ฌูเลน โลเปเตกี, ฌอน ไดช์ และสตีฟ คูเปอร์ ทั้งหมดต่างถูกไล่ออกถึง 2 ครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีกยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

มีเพียงอาร์เซน่อล, แอสตัน วิลล่า, เบรนท์ฟอร์ด, ฟูแล่ม, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ซิตี้ และนิวคาสเซิล เท่านั้นที่อยู่ในพรีเมียร์ลีกตลอดช่วงเวลานั้นโดยที่ไม่ปลดผู้จัดการทีม

6.เร็กซ์แฮม เลื่อนชั้นจากทีมนอกลีกสู่ทีมที่มีโอกาสขึ้นพรีเมียร์ลีก
ในเกมแรกหลังจากมีการประกาศข้อกล่าวหาต่อสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เร็กซ์แฮม สามารถเอาชนะ วีลด์สโตน ในเนชั่นแนลลีก จากนั้น 3 ปีต่อมา มีโอกาสไม่น้อยเลยที่ทีมเล็กๆ ทีมนี้ อาจได้เลื่อนชั้นไปเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้า

แม้ว่าจำนวนเงินมหาศาลที่ทุ่มลงไปในสโมสรอาจทำให้เรื่องราวไม่สวยงามเหมือนในเทพนิยายที่ดิสนีย์+ อยากให้คุณเชื่อ แต่

การที่เร็กซ์แฮม เลื่อนชั้นติดต่อกันถึง 3 หน ถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ และถึงแม้หลายคนคิดว่าเกมลีก แชมเปี้ยนชิพจะเป็นอุปสรรคแรกของพวกเขา แต่จนถึงตอนนี้ทีมก็ผ่านบททดสอบนั้นไปได้แล้ว

ในช่วงเวลาที่แมนฯ ซิตี้ ถูกตั้งข้อหา และมีการพูดถึงว่าทีมอาจถูกขับออกจากฟุตบอลลีก จนมีเรื่องพูดเรื่องตลกๆ ว่า ซิตี้ อาจต้องไปเล่นกับเร็กซ์แฮม ในเกมนอกลีกก็เป็นได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าการแข่งขันนัดนั้นมีความเป็นไปได้มากขึ้น ที่อาจจะเป็นเกมในลีกสูงสุด?

7.แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใช้เงินไปแล้ว 700 ล้านปอนด์
แมนฯ ซิตี้ ใช้เงินไปมหาศาลนับตั้งแต่ถูกตั้งข้อหาใ ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะ 6 ครั้งที่ผ่านมาทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า ได้ทุ่มเงินไปแล้วกว่า 700 ล้านปอนด์

โดยเป็นค่าตัวของ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล และ โอมาร์ มาร์มูช ซึ่งมีค่าตัวรวมกัน 145 ล้านปอนด์ และในตลาดรอบล่าสุดในเดือนมกราคม ในการคว้าตัว อ็องตวน เซเมนโย่ ด้วยราคา 62.5 ล้านปอนด์

แม้ว่าลอดเวลาที่ผ่านมา การใช้จ่ายของแมนฯ ซิตี้ ยังคงดำเนินต่อไป แต่แฟนบอลของทีมอื่นๆ ต่างสงสัยว่า ซิตี้ นั้นปฏิบัติตามกฎเดียวกันหรือไม่?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พรีเมียร์ลีก ปรับเงิน แมนฯ ซิตี้ หลังเริ่มเกมช้า 9 ครั้ง

แมนฯซิตี้ ได้เงินหนุนจากยูฟ่ามากสุดหลังปล่อยแข้งไปเล่นทีมชาติ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 7 เรื่องแปลก ที่ไม่น่าเชื่อว่าเกิดขึ้นตั้งแต่แมนฯซิตี้ ถูกตั้ง 115 ข้อหา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...