จับกุมรถขนบุหรี่ไฟฟ้า กว่า 17,000 ชิ้น ค่าปรับทางศุลกากรกว่า 7 ล้าน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และเจ้าพนักงานตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 31 ปี จังหวัดนครราชสีมา พร้อมของกลางที่ตรวจยึดได้
1.บุหรี่ไฟฟ้า ชนิดสูบแล้วทิ้ง จำนวน 17,320 ชิ้น (ได้จากการตรวจยึด)
2.รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ISUZU D-MAX สีเทา (มีหลังคาฝาปิดด้านข้าง-ท้าย) ทะเบียน 4ฒค 7051 กทม.
โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Redmi 15C สีดำ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ 0653365866 จำนวน 1 เครื่อง
รวมของกลางที่ได้จากการตรวจยึดทั้งหมด จำนวน 3 รายการ มูลค่า 7 ล้านบาท
สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนหน้าศูนย์กระจายสินค้าบางบัวทอง บจก.บุญรอดเทรดดิ้ง กม.48+500 ถนนกาญจนาภิเษก ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จว.นนทบุรี เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2569 เวลาประมาณ 20.00 น.
พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายเอ (นามสมมติ) ภูมิลำเนา จว.นครราชสีมา มีพฤติการณ์ลักลอบขนส่งบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก จากพื้นที่ภาคอีสานมาส่งให้กับผู้รับในพื้นที่ภาคกลางตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างอยู่เป็นประจำ โดยใช้รถยนต์ทะเบียน 4ฒค 7051 กทม. (ตู้เหล็กทึบ) จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.สกส.บช.ปส. ดำเนินการสืบสวนติดตามพฤติการณ์ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจะได้ทำการตรวจค้นจับกุมต่อไป
ต่อมา วันที่ 19 ม.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายเอ (นามสมมติ) จะมีการลักลอบลำเลียง/ขนส่ง บุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากจากพื้นที่ จว.ขอนแก่น มาส่งให้กับผู้รับในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จว.นนทบุรี โดยจะใช้เส้นทางหลัก (ถนนมิตรภาพ) และมาใช้เส้นทางถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก (หมายเลข 9) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ไปวางกำลังบริเวณถนนพหลโยธิน อ.วังน้อย จว.พระนครศรีอยุธยา เพื่อสังเกตการณ์รถยนต์ทะเบียน 4ฒค 7051 กทม.
ต่อมาเวลาประมาณ 19.30 น. (19 ม.ค. 69) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้พบรถยนต์ทะเบียน 4ฒค 7051 กทม. ขับขี่ผ่านจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมวางตัวอยู่บริเวณถนนพหลโยธิน อ.วังน้อย จว.พระนครศรีอยุธยา เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ และได้ขับรถยนต์ติดตามไป จากการติดตามพบว่ารถยนต์ทะเบียนขับขี่โดยใช้ถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก (หมายเลข 9) มุ่งหน้า อ.บางบัวทอง จว.นนทบุรี และได้หยุดรถจอดบริเวณริมถนนหน้าศูนย์กระจายสินค้าบางบัวทอง บจก.บุญรอดเทรดดิ้ง กม.48+500 ถนนกาญจนาภิเษก ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จว.นนทบุรี (จุดตรวจค้น/จับกุม) เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ และแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพื่อขอทำการตรวจค้นรถยนต์ทะเบียน 4ฒค 7051 กทม.
จากการตรวจค้นพบ นายเอ (นามสมมติ) เป็นผู้ขับขี่ และได้ทำการตรวจค้นบริเวณกระบะตู้ทึบด้านหลังท้ายกระบะพบบุหรี่ไฟฟ้า (ของกลางรายการที่ 1) บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษสีน้ำตาลจำนวนมาก และจากการสอบถามนายเอ (นามสมมติ) ยอมรับว่าได้บรรทุกของกลางมาจากพื้นที่ จว.ขอนแก่น เพื่อมาส่งมอบให้กับผู้รับในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จว.นนทบุรี ตามคำสั่งการของผู้ว่าจ้าง โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 3,800 บาท จริง
จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาว่า “ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดย ประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตร 242 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับ (ม.246 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560) นำหรือยอมให้ผู้อื่นนำของต้องห้าม ของต้องกำกัด (244) หรือของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร (242) ขึ้นบรรทุกหรือออกจากยานพาหนะ (บรรทุกหรือนำออกจากยานพาหนะซึ่งของลักลอบหนีศุลกากร หรือหลีกเลี่ยงข้อห้าม ข้อกำกัด)” นำส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน