โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั้งปี 2569 คาดส่งออกไทยขยายตัว 1.6% จากแรงหนุนการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

o การส่งออกไทยเดือนม.ค. 2569 ขยายตัวที่ 24.4%YoY สูงสุดในรอบกว่า 4 ปีและสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 8.2%YoY โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการส่งออกในเดือนม.ค. 2569 มีรายละเอียด ดังนี้ (รูปที่ 1)

- การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวอยู่ที่ 67.0%YoY (contribution to growth 11%) โดยขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนธ.ค. 2568 ที่ขยายตัว 52.8%YoY นำโดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปตลาดสหรัฐฯ ที่ขยายตัวสูงถึง 97.3%YoY ซึ่งถูกหนุนด้วยขาขึ้นของวัฏจักรสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (data center) โดยสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ในกลุ่มดังกล่าวยังได้รับการยกเว้นเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 232 - การส่งออกทองคำขยายตัวสูงที่ 136.2%YoY (contribution to growth 7%) หนุนจากทั้งราคาและปริมาณ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าโลก โดยราคาทองคำโลกปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดที่ระดับเกินกว่า 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเดือนม.ค. 2569 ขณะที่แนวโน้มราคาแม้ปรับลดลงจากระดับสูงสุดแต่ยังอยู่ในระดับสูง และคาดว่าทองคำจะยังเป็นปัจจัยหนุนการส่งออกไทยในปี 2569 นี้

o สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับเพิ่มประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ 1.6% จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัวที่ -1.2% โดยแนวโน้มการส่งออกไทยในไตรมาส 1/2569 มีโอกาสขยายตัวสูงกว่า 10% และคาดว่าจะชะลอลงในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1) การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่ม AI และดาต้าเซ็นเตอร์ (รูปที่ 2 และ 3) โดยในช่วง 20 วันแรกของเดือนก.พ. 2569 การส่งออกของเกาหลีใต้ขยายตัว 23.5%YoY หนุนโดยการส่งออก เซมิคอนดักเตอร์ที่พุ่งสูงถึง 134%YoY ขณะเดียวกัน แม้สหรัฐฯ จะประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้า 25% สำหรับอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงบางประเภทตั้งแต่เดือนม.ค. 2569 แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยต่อการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ของไทย เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นชิปทั่วไป ด้วยปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว จึงปรับเพิ่มประมาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยปีนี้เป็นขยายตัวมากกว่า 10% จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัว 2) ผลคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ยกเลิกเก็บภาษีนำเข้าภายใต้กฎหมาย IEEPA หนุนการส่งออกไทยไม่มาก แต่เพิ่มความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่าการเก็บภาษีภายใต้กฎหมายฉุกเฉิน (IEEPA) เกินขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดี ส่งผลให้มาตรการภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) ถูกยกเลิก และต่อมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 122 กับทุกประเทศคู่ค้าในอัตรา 15% ซึ่งสามารถเก็บได้สูงสุดเป็นระยะเวลา 150 วัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 2569 ซึ่งผลต่อการส่งออกไทยคาดว่าจะมีดังนี้

o การส่งออกไทยที่เคยถูกจัดเก็บภาษี Reciprocal Tariffs ในอัตรา 19% คิดเป็นสัดส่วนราว 35% ของมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้รับการปรับลดอัตราภาษีลงเหลือ 15% ภายใต้มาตรา 122 ซึ่งอาจส่งผลต่อการเร่งส่งออกสินค้าในกลุ่มดังกล่าวไปยังสหรัฐฯ ได้บ้าง เช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และอาหารสัตว์เลี้ยง เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนที่สหรัฐฯ อาจพิจารณามาตรการภาษีเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ผลต่อการส่งออกไทยทั้งปียังขึ้นกับมาตรการภาษีที่สหรัฐฯ จะนำมาใช้เพิ่มเติมในระยะต่อไปด้วย ทั้งนี้ การประมาณการส่งออกไทยที่ 1.6% ได้คำนึงถึงปัจจัยดังกล่าวไว้แล้ว o นอกจากนี้ อัตราภาษี 15% ตามมาตรา 122 ถูกกำหนดในระดับเดียวกันทุกประเทศ จึงไม่ได้ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยเมื่อเทียบกับคู่ค้าอื่นเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งอัตราภาษีของจีนภายใต้ IEEPA หลังจากบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ เมื่อเดือนต.ค. 2568 อยู่ที่ 20% ใกล้เคียงกับอัตราภาษีของไทยก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ส่งผลให้ทิศทางการค้าโดยรวมมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ o สหรัฐฯ ยังคงยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าบางรายการที่มีความจำเป็นต่อสหรัฐฯ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับรายการที่กำหนดไว้ใน Annex II ภายใต้ Reciprocal Tariffs อาทิ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเกษตรบางประเภท ซึ่งมีสัดส่วนราว 40% ของมูลค่าการส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ทั้งหมด ขณะที่สินค้าส่งออกไทยราว 25% ถูกจัดเก็บภาษีภายใต้มาตรา 232 อาทิ เหล็ก อลูมิเนียม และชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากคำตัดสินของศาล และจะยังคงถูกจัดเก็บภาษีที่อัตราเดิมต่อไป o อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะหลังจากการจัดเก็บภาษี 15% ภายใต้มาตรา 122 สิ้นสุดลงใน 150 วัน เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะใช้เครื่องมืออื่นๆ เช่น มาตรา 232 ที่มุ่งเน้นไปยังรายอุตสาหกรรมด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ และมาตรา 301 ที่มุ่งเน้นรายประเทศด้วยเหตุผลการค้าที่ไม่เป็นธรรมมาใช้เพิ่มเติม โดยในระหว่างนี้ ไทยและภูมิภาคอาเซียนอาจจะได้รับผลบวกจากการเร่งส่งออกในระยะสั้น แต่ภาพรวมทั้งปียังขึ้นอยู่กับมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่จะนำมาใช้เพิ่มเติมในระยะถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...