ส่งออกไทย ม.ค. มูลค่ากว่า 9.8 แสนล้านบาท ขยายตัวมากสุดในรอบ 4 ปี
The Bangkok Insight
อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 03.27 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 03.27 น. • The Bangkok Insightสนค. โชว์ตัวเลขส่งออกไทยเดือน ม.ค. 2569 มีมูลค่ากว่า 9.8 แสนล้านบาท ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 คาดแนวโน้มยังโตต่อ
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนม.ค. 2569 มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์ (980,744 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 ที่ 24.4% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 20.9%
การส่งออกของไทยขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี AI และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก ขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และส่วนประกอบ ยังคงขยายตัวในระดับสูง สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตที่มั่นคงของภูมิภาค
ในส่วนของสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป อาทิ ทุเรียน มังคุด ข้าวหอมมะลิ และกุ้งแช่แข็ง เริ่มกลับมาขยายตัวได้ดีในเดือนนี้ โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาล ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเผชิญความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
มูลค่าการค้ารวม
มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์ เดือนม.ค. 2569 การส่งออก มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 24.4% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 34,876.5 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 29.4% ดุลการค้า ขาดดุล 3,303.4 ล้านดอลลาร์
มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนม.ค. 2569 การส่งออก มีมูลค่า 980,744 ล้านบาท ขยายตัว 13.3%
เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 1,097,445 ล้านบาท ขยายตัว 17.8% ดุลการค้า ขาดดุล 116,700 ล้านบาท
การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร
มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 1.8% กลับมาหดตัวจากที่ขยายตัวในเดือนก่อนหน้า โดยสินค้าเกษตร หดตัว 1.8% หดตัวต่อเนื่อง 6 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 1.7% กลับหดตัวจากที่ขยายตัวในเดือนก่อนหน้า โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัว 53.4% ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน ไก่แปรรูป ขยายตัว 4.4% ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว 8.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน
ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 14.7% ขยายตัวต่อเนื่อง 28 เดือน ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัว 21.6% ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน และกุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัว 39.3% กลับมาขยายตัวจากที่หดตัวในเดือนก่อนหน้า
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา หดตัว 19.3% หดตัวต่อเนื่อง 9 เดือน ข้าว หดตัว 23.9% หดตัวต่อเนื่อง 15 เดือน อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัว 9.4% กลับมาหดตัวจากที่ขยายตัวในเดือนก่อนหน้า และน้ำตาลทราย หดตัว 36.5% หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน
การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม
มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 29.8% ขยายตัวต่อเนื่อง 22 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 68.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 22 เดือน รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 9.8% ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 195.4% ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน แผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัว 10.9% ขยายตัวต่อเนื่อง
13 เดือน หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัว 32.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 16 เดือน แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า ขยายตัว 43.6% ขยายตัวต่อเนื่อง 25 เดือน
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลิตภัณฑ์ยาง หดตัว 5.6% หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน เม็ดพลาสติก หดตัว 7.5% หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ หดตัว 9.3% หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน เครื่องนุ่งห่ม หดตัว 8.1% กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า
ตลาดส่งออกสำคัญ
การส่งออกขยายตัวระดับสูงและครอบคลุมเกือบทุกตลาดสำคัญ โดยสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยียังเป็นกลุ่มสินค้าที่ขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดใหญ่ ทั้งสหรัฐ จีน สหภาพยุโรป และอาเซียน รวมทั้งยังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกลุ่มสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนในญี่ปุ่นและออสเตรเลีย
ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้
1. ตลาดหลัก ขยายตัว 24.1% โดยขยายตัวต่อเนื่องในตลาดสหรัฐ 43.1% จีน 35.1% ญี่ปุ่น 2.7% สหภาพยุโรป 17.8% และอาเซียน 29.8% ขณะที่หดตัวในตลาด CLMV 8.7%
2. ตลาดรอง ขยายตัว 22.7% โดยขยายตัวในตลาดเอเชียใต้ 11.1% ทวีปออสเตรเลีย 97.8% ตะวันออกกลาง 13.7% และลาตินอเมริกา 13.9% รัสเซียและกลุ่ม CIS 2.7% และสหราชอาณาจักร 11% ขณะที่ทวีปแอฟริกา หดตัว 3.6% ตลาดอื่น ๆ ขยายตัว 50.7%
แนวโน้มการส่งออกไทยในระยะถัดไป
แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล การลงทุนและพัฒนา AI Data Centers ในหลายประเทศ เพื่อรองรับการใช้งานในภาคธุรกิจ ภาครัฐ และความมั่นคง
ขณะเดียวกัน ความได้เปรียบของไทยในฐานะแหล่งความมั่นคงทางอาหาร และการรุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง อาทิ อินเดีย ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง จะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้ นอกจากนี้ การบูรณาการสิทธิประโยชน์ภายใต้ ความตกลง FTA ฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ จะเป็นแต้มต่อสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโอกาสดังกล่าวยังคงมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งความผันผวนของค่าเงินบาทและการปรับเปลี่ยนระเบียบการค้าโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์และมาตรการทางการค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขอุปสรรคอย่างทันท่วงทีและเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ส่งออกไทยในระยะยาว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'เอกนิติ' ชี้ ส่งออกดีระยะสั้น อานิสงส์สหรัฐคว่ำ 'ภาษีทรัมป์' มั่นใจ จีดีพีปีนี้โตเกิน 2%
- สนค. เผยส่งออกไทยปี 68 ขยายตัว 12.9% คาดแนวโน้มปี 69 ชะลอตัวจากภาษีสหรัฐ
- KSecurities มองแนวโน้มส่งออกปี 2569 ชะลอตัว จับตาภาษีทรัมป์ เงินบาทแข็งค่า
ติดตามเราได้ที่