โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ทันกวินท์” ร้อง กกต. ยุบพรรคประชาชน ชี้บริษัทสื่อ “สเปคเตอร์ซี” ส่อเอื้อประโยชน์พรรค-ใช้เงินภาษีแสวงหากำไร

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ทันกวินท์” ร้อง กกต. ยุบพรรคประชาชน ชี้บริษัทสื่อ “สเปคเตอร์ซี” ส่อเอื้อประโยชน์พรรค-ใช้เงินภาษีแสวงหากำไร ถาม “ช่อ” ครอบงำหรือไม่ สั่งการเปิด-ปิดตึกได้

วันที่ 24 ก.พ. 69 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักวิชาการอิสระ เดินทางมายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้พิจารณาเสนอเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 จากกรณีที่พรรคประชาชน โดยผู้บริหารของพรรค และผู้ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรค และร่วมดำเนินกิจการซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับบริษัท สเปคเตอร์ซี จำกัด ซึ่งเป็นสื่อมวลชนและมีการกระทำอาจเข้าลักษณะเอื้อประโยชน์และแสวงหากำไร

โดยนายทันกวินท์ กล่าวว่า คำร้องของตนมีข้อเสนอให้พิจารณาทั้งหมด 3 เรื่อง เรื่องแรก การยุบพรรคประชาชนจากกรณีบริษัทสเปคเตอร์ซี จำกัด โดยมีหลักฐานเชื่อมโยงกับ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ผู้ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรค ที่ได้ให้สัมภาษณ์และพาสื่อมวลชนเข้าไปในอาคารอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569 และมีหลักฐานที่สะท้อนว่าอาคารอนาคตใหม่ถูกเช่าโดยพรรคประชาชน

“ข้อมูลหลักฐานของพระประชาชนเขียนเอาไว้ ได้มีการแถลงต่อ กกต.ว่ามีการเช่าสำนักงานอาคารอนาคตใหม่ทั้งหมด เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาทต่อเดือน หมายความว่าอาคารนี้เป็นความครอบครองของพรรคประชาชน แต่ น.ส.พรรณิการ์ยืนยันชัดเจนว่าสามารถเข้าไปได้ตั้งแต่ชั้น 1 จนถึงชั้น 6 และสามารถสั่งเจ้าของให้เปิดและปิดแอร์ได้ รวมถึงการยอมรับว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ที่เปิดให้บริการของธุรกิจที่ชื่อว่าโซลบาร์ ซึ่งจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย รวมถึงสเปคเตอร์ซี เขียนเอาไว้ว่าอยู่ในชั้น 5 โดยไม่ปรากฎว่าคณะกรรมการของบริษัทได้มีการออกมาชี้แจงแต่อย่างใด แต่ น.ส.พรรณิการ์พาไปถึงชั้น 6 ซึ่งเป็นพื้นที่ของอาคารที่ทำการทั้งหมดของพรรคประชาชนด้วย” นายทันกวินท์ กล่าว

นายทันกวินท์ กล่าวต่อว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์และสื่อมวลชนเข้าไป โดยระบุว่าพื้นที่ชั้น 4 ของสำนักงานพรรคประชาชนก็เป็นพื้นที่ของสเปคเตอร์ซี อีกทั้งนายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน ก็ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนครั้งหนึ่งว่าพื้นที่ชั้น 4 ของสำนักงานพรรคประชาชนก็เป็นพื้นที่ทำการของบริษัทสเปคเตอร์ซี เช่นเดียวกัน จากหลักฐานทั้งหมดและการตรวจสอบข้อมูลบริษัทสเปคเตอร์ซี จำกัด ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นการจัดพิมพ์จำหน่ายหรือเผยแพร่งานอื่นผ่านทางออนไลน์สะท้อนว่าบริษัทสเปคเตอร์ซี คือสื่อมวลชน ในเมื่อเป็นสื่อมวลชนและยินยอมให้ใช้พื้นที่ของพรรคประชาชน และเมื่อ น.ส.พรรณิการ์ ระบุชัดว่ายอมให้พื้นที่ของ พรรคประชาชนเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของบริษัทจึงเป็นหลักฐานชัดเจนว่าปี 2566 ประสบภาวะขาดทุนซึ่งตรงกันกับข้อมูลว่าในปี 2566 นั้นได้มีการเลือกตั้ง

“กิจการของพรรคการเมืองนั้นเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจย่อมสะท้อนได้ว่าพรรคการเมืองนั้นปฏิบัติไม่ถูกต้อง ตามวิธีการทางการเมืองคือแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน พรรคประชาชนได้ใช้เงินกองทุนพัฒนาการเมืองซึ่งเป็นภาษีของประชาชน หารายได้ให้กับบริษัทสเปคเตอร์ซี คุณรักชนก ศรีนอก อยู่ไหนครับ ช่วยบอกหน่อยว่าทำไมแพงกว่าสูตรของประกันสังคม”

นายทันกวิน กล่าวต่อว่า เรื่องที่ 2 น.ส.พรรณิการ์ ที่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองแล้ว ย่อมไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดได้ แต่กลับเข้าครอบงำ ชี้นำ สั่งการหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ทำไมคนของพรรคประชาชนไม่ออกมาปฏิเสธ เท่ากับว่าพรรคประชาชนยินยอมให้บุคคลซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองเข้าไปครอบงำ ชี้นำ สั่งการด้วย โดย พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมืองบัญญัติว่าผู้ใดซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองกระทำในลักษณะดังกล่าว ต้องได้รับโทษจำคุก 5-10 ปี และปรับ 100,000-200,000 บาท รวมถึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งด้วย

“คุณช่อจะเป็นคนแรกที่ได้รับโทษจำคุกจากกฎหมายดังกล่าว” นายทันกวิน กล่าว

นายทันกวินท์ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสื่อมวลชน เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้บริหารของพรรคการเมืองมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับธุรกิจสื่อ จากการไปตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารของพรรคการเมืองแล้ว ปรากฎว่ามีกรรมการบริหารพรรคจำนวน 5 คน และผู้บริหารจำนวน 9 คน รวม 14 คน รวมถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จำนวน 3 คนด้วย บุคคลทั้งหมดนี้ ร่วมกันเป็นเจ้าของธุรกิจประเภทสื่อสารมวลชนย่อมเข้าข่ายที่จะเพิกถอนสิทธิรับสมัครรับเลือกตั้งด้วย

เมื่อถามว่ามีข้อมูลหลักฐานนอกจากที่ปรากฎตามข่าวหรือไม่ นายทันกวินท์ กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวมาจากสื่อมวลชนที่เขาได้ให้สัมภาษณ์ ซึ่ง กกต. จะต้องเรียกหลักฐานทั้งหมดมาตรวจสอบ รวมถึงหลักฐานการว่าจ้างพนักงานบริษัทสเปคเตอร์ซีที่เกี่ยวกับประกันสังคมด้วย

เมื่อถามว่าประกันสังคมเกี่ยวอะไรด้วย นายทันกวินท์ กล่าวว่า พรรคการเมืองมีการว่าจ้างบุคคลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราสามารถเห็นได้ว่าพรรคการเมืองนี้จ้างใครเป็นลูกจ้างบ้าง หากได้มีการจ่ายเงินประกันสังคมและมอบหมายให้ทำธุรกิจสเปคเตอร์ซีตามคำให้สัมภาษณ์ของ น.ส.พรรณิการ์ ย่อมแสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองนี้จ้างบุคคลทำธุรกิจ

เมื่อถามย้ำว่ามีหลักฐานเกี่ยวกับการจ่ายสมทบประกันสังคมใช่ไหม นายทันกวินท์ กล่าวว่า ใช่ เพราะเป็นข้อมูลของพรรคประชาชนที่มีเงินประกันสังคมรอส่งอยู่ แต่ในส่วนของสเปคเตอร์ ซี ยังไม่ทราบในหลักการ เท่าที่น.ส.พรรณิการ์ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าต้องมีการจ่ายประกันสังคม

เมื่อถามว่า น.ส.พรรณิการ์ เคยชี้แจงว่า บริษัทสเปคเตอร์ซีแยกขาดจากพรรคประชาชนแล้ว นายทันกวินท์ กล่าวทันทีว่า “คุณช่อเป็นใครครับ” ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าว และไม่ใช่ผู้บริหารของพรรคประชาชนถ้าออกมาอย่างนี้ยิ่งพูดยิ่งสะท้อนว่า น.ส.พรรณิการ์ กระทำความผิดเรื่องนี้ด้วย

นายทันกวินท์ ย้ำว่า จากการตรวจสอบเมื่อปี 2563 บริษัทสเปคเตอร์ซีได้อยู่ในตึกไทยซัมมิทด้วย ยืนยันว่าบริษัทนี้มีมาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมีตอนยุบพรรค

เมื่อถามว่าแบบนี้เป็นการใช้นิติสงครามเล่นงานพรรคประชาชนหรือไม่ นายทันกวินท์ กล่าวว่า คำว่านิติสงครามคือเรายอมรับในกฎหมายหรือไม่ เรื่องนี้ไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย ในทางตรงกันข้าม น.ส.พรรณิการ์ต่างหาก ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองแล้ว ควรจะยอมรับทางกฎหมาย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...