โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เริ่มแล้ว! สหรัฐเก็บภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลก หลัง “ทรัมป์” งัดกฎหมายใหม่สู้คำสั่งศาล

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 05.45 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 05.45 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเตรียมบังคับใช้มาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตราเดียวทั่วโลก ที่ระดับ 10% ในช่วงเช้าของวันอังคารนี้ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประสบความพ่ายแพ้ทางข้อกฎหมาย

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ศาลสูงสุด (Supreme Court) ได้มีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกระบบภาษีเดิม ส่งผลให้นักลงทุนต่างจับตาดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนกระบวนการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างใกล้ชิด

สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดที่ระบุว่า มาตรการจัดเก็บภาษีเดิมซึ่งอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act) ปี 1977 นั้น เป็นการกระทำที่เกินขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดี ส่งผลให้ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องเร่งปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่เป็นการด่วน

โดยทำเนียบขาวได้ตัดสินใจนำมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติการค้า (Trade Act) ปี 1974 มาบังคับใช้แทน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจในการจัดเก็บภาษีได้สูงสุดถึง 15% เพื่อเป็นการตอบสนองต่อปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด (Balance-of-payments deficit) ที่สำคัญ อย่างไรก็ดี กฎหมายดังกล่าวได้กำหนดกรอบระยะเวลาในการจัดเก็บภาษีไว้สูงสุดไม่เกิน 150 วัน เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสให้ขยายระยะเวลาออกไป

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า อาจมีการพิจารณาปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าเป็น 15% ในอนาคต อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ (U.S. Customs and Border Protection) ได้ออกมายืนยันว่า อัตราภาษีนำเข้าในระยะแรกเริ่มจะถูกจัดเก็บที่ระดับ 10% เท่านั้น โดยในขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรการสั่งเพิ่มภาษี ขณะที่ภาคธุรกิจยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ภายใต้โครงสร้างภาษีใหม่ยังได้กำหนดข้อยกเว้นสำหรับการนำเข้าสินค้าบางประเภทที่มีความจำเป็นต่อประเทศ อาทิ ยาและเวชภัณฑ์ แร่ธาตุที่สำคัญ อุปกรณ์ทางอวกาศ เนื้อวัว และมะเขือเทศ อีกทั้งมาตรการภาษีใหม่นี้จะไม่มีการจัดเก็บซ้ำซ้อนหรือบวกเพิ่มในกลุ่มสินค้าที่อยู่ภายใต้การจัดเก็บภาษีเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Tariffs) อยู่ก่อนแล้ว เช่น กลุ่มสินค้าเหล็กและรถยนต์ เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...