โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เนชั่นดีเบตอุดรธานีเปิดเวทีชี้ชะตาเลือกตั้ง 7พรรคงัดนโยบายสู้ศึกปากท้อง

PostToday

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เนชั่นทีวีเปิดเวทีดีเบตอีสาน “NATION ELECTION 2569” ที่อุดรธานี

เจาะปมชายแดน–ปากท้อง–ทุนเทา โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 เนชั่นทีวี เปิดเวทีดีเบตสัญจรในรายการ NATION ELECTION 2569 จุดเปลี่ยนประเทศไทย เวทีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ลานเดอะแลนด์ ยูดีทาวน์ จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เปิดพื้นที่ให้ประชาชนรับฟังวิสัยทัศน์และนโยบายจากแกนนำพรรคการเมือง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

เวทีดีเบตครั้งนี้มุ่งเน้นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในพื้นที่โดยตรง ทั้งปัญหาชายแดนและความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการค้า ความมั่นคง และโอกาสทางเศรษฐกิจของภาคอีสาน รวมถึงการปราบปรามทุนเทา พนันออนไลน์ และขบวนการหลอกลวงประชาชน

สำหรับผู้ร่วมเวทีดีเบต ประกอบด้วยแกนนำและตัวแทนจาก 7 พรรคการเมือง ได้แก่

  • คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย
  • สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย
  • รังสิมันต์ โรม พรรคประชาชน
  • อัมพร พินะสา พรรคประชาธิปัตย์
  • จตุพร บุรุษพัฒน์ พรรคโอกาสใหม่
  • ไชยา พรหมา พรรคกล้าธรรม
  • วสวรรธน์ พวงพรศรี พรรคไทยรวมพลัง

ประชาชนสามารถติดตามการถ่ายทอดสดตลอดรายการผ่านทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 และแพลตฟอร์มออนไลน์ในเครือเนชั่น

คำถามรอบแรก
“ชายแดนร้อน ปากท้องคนจนจะแก้อย่างไร”

ในรอบคำถามแรก ผู้แทนแต่ละพรรคมีเวลาตอบคนละ 2 นาที เพื่อนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนในภาคอีสาน โดยมีจุดร่วมสำคัญคือความจำเป็นในการสร้างงานในพื้นที่ ลดการอพยพแรงงาน และเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน ขณะที่รายละเอียดและจุดเน้นของแต่ละพรรคมีความแตกต่างกัน ดังนี้

พรรคประชาชน

นายรังสิมันต์ โรม ระบุว่า หัวใจสำคัญคือการดึงงานกลับสู่ภาคอีสาน เพื่อไม่ให้แรงงานต้องย้ายถิ่นไปทำงานในกรุงเทพฯ โดยใช้ศักยภาพการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว เวียดนาม และจีน พร้อมผลักดันให้อีสานเปลี่ยนจากฐานส่งออกวัตถุดิบและแรงงาน ไปสู่การมีอุตสาหกรรมในพื้นที่

นอกจากนี้ พรรคเสนอให้อุดรธานีเป็น 1 ใน 15 หัวเมืองหลักของโครงการ “Nano Bus” เพื่อกระจายความเจริญ พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาเงินรั่วไหลจากยาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยใช้กฎหมายฟอกเงินยึดทรัพย์คืนให้ผู้เสียหาย

พรรคกล้าธรรม

นายไชยา พรหมา ชูแนวคิดยกระดับภาคเกษตรสู่อุตสาหกรรมแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร พร้อมใช้ประโยชน์จากโครงการรถไฟความเร็วสูงหนองคาย–จีน ไม่ใช่เพียงเพื่อการขนส่งสินค้าเข้า แต่ต้องใช้เป็นเส้นทางส่งออกสินค้าเกษตรของอีสานสู่ตลาดจีน เพื่อให้แรงงานสามารถทำงานและอยู่กับครอบครัวในพื้นที่ได้

พรรคไทยสร้างไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เสนอยุทธศาสตร์ “ทวงคืนเงินในกระเป๋าคนอีสาน” ด้วยการผลักดันให้อีสานเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์เชื่อมจีนและกลุ่มประเทศ CLMV เร่งสร้างรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ให้แล้วเสร็จภายใน 3–5 ปี

ขณะเดียวกัน จะดึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้พลังงานสะอาดเข้ามาลงทุน โดยอาศัยความได้เปรียบด้านไฟฟ้าราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้าน และผลักดันให้อีสานเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาค เพื่อดึงคนกลับมาทำงานในบ้านเกิด

พรรคประชาธิปัตย์

นายอัมพร พินะสา มองว่าปัญหาหนี้สินและการแยกกันอยู่ของครอบครัวเป็นปัญหาเร่งด่วน แนวทางแก้ไขต้องทำทั้งระยะสั้นและระยะยาว ระยะสั้นเน้นสวัสดิการเพื่อบรรเทาความยากจน ให้ประชาชน “อิ่มท้อง นอนอุ่น”

ส่วนระยะยาว มุ่งสร้างงานผ่านการศึกษาและนวัตกรรมที่สอดคล้องกับศักยภาพเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด พร้อมกระจายอำนาจด้านการศึกษาสู่ท้องถิ่น

พรรคโอกาสใหม่

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ เสนอ 3 แนวทางหลัก ได้แก่

  • การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำโขง ชี และมูล เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง
  • การใช้ทรัพยากรแร่ โดยเฉพาะแร่โปแตช ซึ่งภาคอีสานมีปริมาณมาก เพื่อนำมาผลิตปุ๋ยและสร้างรายได้
  • การยกระดับการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเมืองหลักและเมืองรอง พร้อมผลักดันโครงการใหม่ เช่น กระเช้าขึ้นภูกระดึง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

พรรคเพื่อไทย

นายสุทิน คลังแสง เปรียบภาคอีสานเป็น “ล้อรถยนต์ที่อ่อนแอ” ของประเทศ จำเป็นต้องซ่อมให้แข็งแรงด้วยนโยบายแบบแพ็กเกจ ทั้งการล้างหนี้และนโยบาย “ประกันกำไร” สินค้าเกษตรในอัตรา 30% เพื่อลดความเสี่ยงให้เกษตรกร

ในระยะยาว พรรคจะผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคอีสาน และระเบียงเศรษฐกิจชายแดนในพื้นที่มุกดาหาร นครพนม และหนองคาย โดยนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการ คาดว่าจะสร้างงานได้ราว 500,000 ตำแหน่ง และเพิ่ม GDP ประเทศได้ประมาณ 3%

พรรคไทยรวมพลัง

วสวรรธน์ พวงพรศรี เน้นการเมืองของคนตัวเล็กและพื้นที่ชายแดน โดยเสนอให้เพิ่มเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการแก่ทหารประจำชายแดน ซึ่งไม่ได้ปรับขึ้นมานาน พร้อมประกาศจุดยืนสนับสนุนนโยบายที่ดีจากทุกพรรค และเปิดกว้างต่อความร่วมมือทางการเมืองโดยไม่แบ่งฝ่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...