ประกาศ ‘ลดราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซลเหลือ 20 บาท’ นโยบายพรรคใด ทำได้จริงไหม
ลดราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซลเหลือ 20 บาท กำลังเป็นนโยบายที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันเป็นส่วนหนึ่งในค่าครองชีพของประชาชน และถือเป็นต้นทุนในภาคอุตสาหกรรม ทั้งด้านการผลิต และการขนส่ง
อย่างไรก็ดี คำถามที่ตามมาก็คือ นโยบายดังกล่าวเป็นของพรรคการเมืองใด และสามารถเป็นจริงได้หรือไม่
จากการตรวจสอบของ “ฐานเศรษฐกิจ” เกี่ยวกับนโยบายลดราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซลเหลือลิตรละ 20 บาทเพื่อให้คลายความสงสัย
สำหรับนโยบายดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นบนบนเวทีประชันวิสัยทัศน์ ELECTION 2569 : DEBATE "จุดเปลี่ยนประเทศไทย" ซึ่งจัดโดยเนชั่น กรุ๊ป
โดยพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ลำดับที่ 1 หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ระบุถึงนโยบายทางด้านพลังงาน ว่า จะลดราคาน้ำมันดีเซล-เบนซินเหลือลิตรละ 20 บาท เพราะมองว่าปัจจุบันราคาน้ำมันจากประเทศสิงคโปร์อยู่ที่ลิตรละ 15 บาท และที่เหลือมีการบวกค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้กองทุนน้ำมันมีเงินจำนวนมากถึงแสนล้านบาท ขณะที่ประชาชนมีความลำบาก
ส่วนนโยบายดังกล่าวนนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ ฐานเศรษฐกิจได้มีการสอบถามไปยังแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน โดยได้รับตอบว่า สามารถทำได้ หากคิดแค่เฉพาะราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันเท่านั้น เพราะปัจจุบันในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 16-17 บาทต่อลิตร
ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาขายปลีกในประเทศไทยต้องสูงมากกว่าราคาหน้าโรงกลั่น เพราะมีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรน้ำมัน ภาษีกองทุนอนุรักษ์พลังงาน และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ต้องเรียนว่าในมุมของแนวคิดนั้นสามารถทำได้ แต่จะยอมรับกันได้หรือไม่หากประเทศไทยจะต้องไม่มีรายได้ หรือเงินที่นำมาใช้ในการบริหารประเทศ หรือสนับสนุนราคาน้ำมันเมื่อราคาในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นจากเหตุการณ์ต่างๆ หากรับได้ก็จะได้ใช้ราคาน้ำมันที่ถูกลง
“หากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยไม่ต้องบวกเพิ่มอะไรเลย คงสามารถขายในราคาที่พรรคประชาชาติมีนโยบายออกมาได้ ซึ่งจะทำก็คงทำได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการที่ประเทศไม่มีรายได้ เช่น ภาษีสรรพสามิตร ซึ่งเป็นรายได้ของรัฐบาล หากไม่มีก็ไม่สามารถนำมาใช้ในการบริหารประเทศได้ หรือกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งหากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับตลาดโลก ก็ต้องยอมรับที่จะใช้น้ำมันราคาแพงโดยที่ไม่มีการเข้าไปช่วยเหลือ หรืออุดหนุนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ขณะที่กองทุนอนุรักษ์พลังงานก็จะไม่มีเงินไปสนับสนุนโครงการพลังงานที่เป็นประโยชน์ โดยต้องถามกลับว่าหากเป็นแบบนี้สามารถรับได้หรือไม่”
จากการตรวจสอบผ่านสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) พบว่าโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศไทยจะผ่านผู้เกี่ยวข้องถึง 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ ต้นทุนเนื้อน้ำมัน ,ภาษี ,เงินกองทุน และค่าการตลาด เพราะฉะนั้น ราคาน้ำมัน 1 ลิตร ที่ขายในหน้าปั๊ม จึงประกอบด้วยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนี้
1. ต้นทุนเนื้อน้ำมัน คือ ต้นทุนราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตจากโรงกลั่น ผันผวนไปตามราคาน้ำมันในตลาดโลก
2. ภาษี มีการจัดเก็บ ดังนี้
- ภาษีสรรพสามิต จัดเก็บโดย กระทรวงการคลัง ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต นำมาใช้เพื่อพัฒนาประเทศ
- ภาษีเทศบาล จัดเก็บโดย กระทรวงการคลัง ในอัตรา 10% ของภาษีสรรพสามิต ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต มาตรา 150 และจัดส่งให้ กระทรวงมหาดไทย เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดเก็บ 7% ของราคาขายส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และจัดเก็บอีก 7% ของค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด
3. กองทุน มีการจัดเก็บ ดังนี้
- เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จัดเก็บตามประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไม่ให้เกิดความผันผวน
- เงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จัดเก็บตามประกาศคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนพลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงาน
4. ค่าการตลาด คือ ส่วนที่เป็นต้นทุน ค่าใช้จ่าย และกำไรของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดการคลังน้ำมัน การขนส่งน้ำมันมายังสถานีบริการ รวมถึงการให้บริการของสถานีบริการที่เติมน้ำมันแต่ละลิตรให้กับประชาชน
สำหรับราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นของปั๊มปตท. และบางจากล่าสุด เป็นดังนี้
กลุ่มน้ำมันเบนซิน
- เบนซิน ลิตรละ 39.14 บาท
- ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 40.04 บาท (โออาร์)
- แก๊สโซฮอล์ 97 ลิตรละ 49.54 บาท (บางจาก)
- แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 30.85 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 30.48 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 28.64 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 26.69 บาท
กลุ่มน้ำมันดีเซล
- ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท (โออาร์)
- ดีเซล ลิตรละ 30.44 บาท (โออาร์)
- ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 45.64 บาท (บางจาก)
- ไฮดีเซล S ลิตรละ 29.94 บาท (บางจาก)