แจ้งข้อหาเพิ่ม เวย์-นานา พ.ร.ก.กู้ยืมฯ-แชร์ลูกโซ่ เสียหายพุ่ง 170 ล้าน
ปอศ.แจ้งข้อหาเพิ่ม ‘เวย์ ไทเทเนียม-นานา’ เข้าข่าย พ.ร.ก.กู้ยืมฯ-แชร์ลูกโซ่ ยอดเสียหายพุ่ง 170 ล้าน ด้านเจ้าตัวปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
เมื่อวันที่ 23 ม.ค. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. และพ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4บก.ปอศ. กล่าวถึงก็ณีที่ นายปริญญา อินทชัย หรือ เวย์ ไทเทเนียม และนางไรบีนา อินทชัย หรือ นานา เดินทางมาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้าได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหา ฉ้อโกงกับเวย์ ไทเทเนียม ภายหลังจากรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พบว่านอกจากความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว มีพยานหลักฐานบางอย่างที่เชื่อมโยงพบการใช้เงินใช้บัญชีของตนเองโอนกลับให้ผู้เสียหาย จึงได้ขยับสถานะร่วมกับตัวนานา เป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และแชร์ลูกโซ่ โดยก่อนหน้าได้มีหมายเรียกให้เข้ามาพบแต่เลื่อนมาแล้ว จนถึงวันนี้ทนายได้ประสานว่าจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวน เป็นเหตุให้เวย์ไทเทเนียม เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา
โดยในวันนี้ เวย์ ไทเทเนียม ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วน นานา มีประเด็นที่ต้องแจ้งพฤติการณ์เพิ่มเติมเนื่องจากมีผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความเพิ่มเติม ส่วนนิติบุคคลที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมไปในคราวเดียวที่มาพบด้วย ส่วนผู้เสียหายจะเป็นใครนั้น เจ้าตัวไม่ประสงค์ให้ออกชื่อ แต่จากวงเงิน 150 ล้านบาท กระโดดไปเป็น 170 ล้านบาท และจำนวนผู้เสียหายมี 17 รายเท่าเดิม
ในตอนนี้ยังไม่มีผู้เสียหายรายอื่นเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่ในส่วนของนางสาวเจนสุดา ที่เข้ามาแจ้งความก่อนหน้านั้นก็เป็นการถูกชักชวนให้ลงทุนเหมือนกัน ส่วนนางสาวพอลล่า ก็เป็นการชักชวนลงทุนเช่นกัน และจากการสอบปากคำในปัจจุบันยังไม่มีผู้เสียหายรายใดได้รับการชดเชยจากเงินที่เสียไป แต่ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นวงรอบ ลักษณะเหมือนแชร์ลูกโซ่ คือในระหว่างที่มีการชักชวนลงก็จะมีการโอนค่าตอบแทนให้กลับไปตามวงรอบปกติ แต่หลังจากที่เป็นคดีแล้วก็ยังไม่มีผู้เสียหายรายใดได้รับเงินชดเชย
เมื่อถามว่าเจ้าหนี้หลายคนกังวลเรื่องการใช้เงินคืน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถให้ความสบายใจกับเจ้าหนี้อย่างไรได้บ้าง พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า ตนและพนักงานสอบสวนมีหน้าที่ในการ ตามตัวเขามาลงโทษตามกฎหมาย แน่นอนว่ามันเป็นความผิด ตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นความผิดมูลฐานอยู่แล้ว และในวันนี้ ได้มีการดำเนินการเรื่องกฎหมายฟอกเงิน และรายงานให้กับ ปปง.เพื่อตั้งเจ้าหน้าที่สืบสวนว่าเป็นความผิดตามกฎหมายฟอกเงินหรือไม่ และเรื่องนี้เป็นระเบียบปฏิบัติตามปกติแน่นอนว่า เมื่อได้รับรายงานเรื่องการสืบทรัพย์สิน ของผู้ต้องหาไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินใด ทั้งหมดเราต้องรายงานไปที่ปปง. เพื่อให้ปปง.ที่มีหน้าที่ในการเกลี่ย เฉลี่ยทรัพย์ หากมีกรณีที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาก่อนกระทำความผิด หน้าที่หลักจึงเป็นของ ปปง.ที่จะเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหาย ตามสัดส่วนความเสียหาย
ด้าน พ.ต.อ.จำนาญ กล่าวว่า ไม่ต้องกังวลใจเพราะคดีนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานรวมถึงเส้นเงิน ทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และสอบถามผู้เชี่ยวชาญแล้ว น่าจะสรุปสำนวนได้ ไม่เกินกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้