โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อวสานกติกาสากล! จากเตหะรานถึงมายาคติโลกสวยในเมืองไทย

แนวหน้า

เผยแพร่ 28 ก.พ. เวลา 17.00 น.

ซากปรักหักพังในกรุงเตหะรานและการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน คือการประกาศมรณกรรมของ "ระเบียบโลก" อย่างเป็นทางการ เมื่อมหาอำนาจพุ่งเป้าสังหารประมุขของรัฐอธิปไตยอื่นอย่างโจ่งแจ้งโดยไม่สนข้อยกเว้นใดๆ

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่ากฎหมายระหว่างประเทศเป็นเพียง "กระดาษเปื้อนหมึก" ที่มีไว้บังคับใช้เฉพาะกับผู้ที่อ่อนแอเท่านั้น พฤติกรรมเด็ดหัวผู้นำรัฐสะท้อนว่าอาณาเขตของประเทศอื่นเป็นเพียงสนามหลังบ้านที่มหาอำนาจจะเข้าไปทำศาลเตี้ยเมื่อไหร่ก็ได้ เหมือนที่เคยทำมาแล้วในการบุกจับผู้นำเวเนซุเอลาถึงในบ้านพัก

กติกาสากลจึงเป็นเพียงมายาคติที่สร้างขึ้นเพื่อรักษาอำนาจคนกลุ่มเดียว ในวันที่ผลประโยชน์ขัดกัน มหาอำนาจพร้อมฉีกหน้ากากทิ้งและใช้กำลังประหัตประหารผู้อื่นทันที อธิปไตยของชาติในวันนี้จึงไม่ได้ถูกคุ้มครองด้วยตัวอักษร แต่ถูกกำหนดด้วยกระบอกปืนของฝ่ายที่เข้มแข็งกว่าเสมอ

ที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุดคือท่าทีของสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี แทนที่จะประณามการสังหารผู้นำรัฐที่ผิดกฎหมาย กลับออกแถลงการณ์ประณามอิหร่านที่พยายามปกป้องศักดิ์ศรีตนเอง พร้อมเรียกร้องให้ผู้สูญเสีย "ใช้วิธีเจรจา" ทั้งที่ถูกถล่มฝ่ายเดียวนั้น ช่างกลับกรอกและไร้ยางอาย

ในขณะที่ปากพร่ำบอกให้หยุดความรุนแรง แต่มือกลับส่งอาวุธสนับสนุนการทำลายล้างอย่างไม่ลืมหูลืมตา ภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดคือ "ภาวะสองมาตรฐาน" ที่ยอมรับสิทธิ์ในการโจมตีของมหาอำนาจว่าเป็นความชอบธรรม แต่กลับตีตราการตอบโต้ของผู้ถูกกระทำว่าเป็นภัยคุกคามเสถียรภาพโลก

กลไกสหประชาชาติบัดนี้กลายเป็นเพียงโรงละครที่ไร้อำนาจสิทธิ์ขาด เมื่อสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงคือผู้ลงมือทำลายกฎเสียเอง โลกจึงกลับเข้าสู่ยุค "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องอ้างอิงตำราเล่มไหนอีกต่อไป

ย้อนมองประเทศไทย ความน่ากังวลที่สุดคือการตั้งหลักที่บิดเบี้ยวของ พรรคการเมืองบางพรรค นักการเมืองโลกสวย บรรดานักวิชาการ ปัญญาชนฝ่ายก้าวหน้า และนักสิทธิมนุษยชน ที่รวมตัวกันเป็นขบวนการตั้งคำถามประเภท "ทหารมีไว้ทำไม" หรือมุ่งตัดงบความมั่นคงเพื่อแลกคะแนนนิยม

นี่คือความไร้เดียงสาที่อันตรายต่อความอยู่รอดของรัฐ การขายฝันเรื่องการลดเขี้ยวเล็บในวันที่มหาอำนาจทั่วโลกกำลังลับดาบให้คม คือการพาประเทศเดินเข้าสู่กับดักความเสี่ยงอย่างร้ายแรง

ประวัติศาสตร์จารึกไว้เสมอว่าประเทศที่ไร้อำนาจต่อรองทางทหาร มักถูกบันทึกไว้ในฐานะ "เหยื่อ" ที่ไม่มีสิทธิ์เลือกชะตากรรมของตนเอง ไทยต้องยอมรับว่าความมั่นคงไม่ใช่สินค้าที่เอามาประมูลเล่นได้ แต่มันคือรากฐานเดียวที่จะรักษาอธิปไตยไว้ได้ในยามที่กติกาสากลไม่เหลือความศักดิ์สิทธิ์

ความพยายามนำหลักการ "เจรจานำการทหาร" มาใช้อย่างผิดบริบทโดยไม่ดูความอำมหิตของโลกความจริง คือความประมาทที่อาจแลกมาด้วยความล่มสลาย การเจรจาจะมีน้ำหนักก็ต่อเมื่อเรามีกองทัพที่เข้มแข็งพอที่จะทำให้คู่สนทนาต้องหยุดฟังด้วยความเกรงใจ

หากกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางความคิดทั้ง นักการเมือง นักวิชาการ ปัญญาชนฝ่ายก้าวหน้า และนักสิทธิมนุษยชนสายโลกสวย ยังคงวนเวียนกับการด้อยค่ากลไกป้องกันประเทศเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น คนเหล่านี้กำลังทำหน้าที่เปิดประตูบ้านให้ภัยคุกคามแทรกแซงได้ง่ายในวันที่สงครามขยายวงมาถึงภูมิภาค

เราไม่อาจฝากชีวิตคนไทยไว้กับความเมตตาของมหาอำนาจ หรือกติกาที่เปลี่ยนตามความพอใจของผู้ถืออาวุธ การมีกองทัพที่พร้อมรบคือ "ประกันชีวิต" ที่ดีที่สุดในวันที่โลกไม่มีความปลอดภัย การทูตที่นุ่มนวลต้องเดินควบคู่ไปกับเขี้ยวเล็บที่แหลมคมเสมอ

ยุทธศาสตร์ของรัฐคือการดำรงความเป็นกลางและรักษาดุลอำนาจอย่างมียุทธวิธี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าองคาพยพภายในต้องเพิกเฉยต่อความอธรรมเบื้องหน้า สิ่งที่น่าเคลือบแคลงคือท่าทีของขบวนการเดิมที่มักหยิบเรื่องสิทธิมาอ้างเพื่อกดดันฝ่ายตรงข้ามในบ้านตัวเอง

แต่คนกลุ่มนี้กลับ "ใบ้รับประทาน" เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลสังหารผู้นำรัฐอื่นอย่างป่าเถื่อน มาตรฐานสิทธิของคนเหล่านี้จึงเป็นเพียงวาทกรรมที่เลือกใช้ตามความเหมาะสมและผลประโยชน์ หากยังไม่สามารถแสดงจุดยืนต่อความเหี้ยมเกรียมระดับสากลได้ ประชาชนจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าสิ่งที่เขาพร่ำบอกนั้นมาจากมโนธรรม?

ทางรอดของไทยคือการตั้งหลักบนความเป็นจริง วางตัวเป็นกลางอย่างมีชั้นเชิง และเลิกหลงเชื่อกลุ่มคนที่บูชากติกาสากลเพียงเปลือกนอกเพื่อทำลายรากฐานความมั่นคงไปวันๆ ในโลกที่ไร้กฎเกณฑ์ ความตื่นรู้และอำนาจป้องกันตนเองเท่านั้นคือหลักประกันที่แท้จริง

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...