ทัวร์ลงเดือด "กกต." ที่ชลบุรี เหตุคนไร้ศรัทธาแต่แรก
ก่อนชงเรื่องให้ กกต.ใหญ่ ตัดสินว่า จะนับคะแนนใหม่ หรือไม่
เป็นผลจากความสำเร็จเบื้องต้นของ คนเมืองชล และมีกองหนุนอีกส่วนหนึ่งที่มาจากนอกพื้นที่ แต่มีจุดยืนตรงกัน หวังให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม หลังจากพบความผิดปกติหลายอย่าง อาทิ หีบบัตรไม่มีสายรัดนิรภัย หรือเคเบิลไท รัดไว้
ทั้งยังผิดปกติ ไม่มีลงลายมือชื่อของกปน. ปิดทับ และพบ ใบนับคะแนนเลือกตั้งแบบกาคะแนน หรือ (สส.5/11) ถูกทิ้งไว้ในถังขยะ เป็นต้น
เป็นเหตุให้คนชลบุรีติดใจ สงสัยในความถูกต้อง หรือไม่ และเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่
แต่คำตอบที่ได้รับ แม้แต่จากระดับรองเลขาธิการ กกต.ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก คือไม่สามารถทำได้ เป็นอำนาจของ กกต.ใหญ่ และแนะให้ไปยื่นเรื่องร้องที่สำนักงานกกต.ตามขั้นตอน
เป็นคำตอบแบบ "ขอไปที" แต่รับได้ยาก ในสถานการณ์ที่ผู้คนกำลังเหนื่อยหน่ายผิดหวัง ชวนให้รู้สึกพุ่งพล่านฉุนเฉียวมากขึ้น เพราะหน้างานขณะนั้น มีข้อพิรุธมากมาย โดยไร้คำตอบ
มิหนำซ้ำ นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัคร สส.เขต 1 ชลบุรี พรรคภูมิใจไทย ที่มีผลคะแนนออกมาเป็นฝ่ายชนะ ยังเปรียบเปรยผู้ที่ออกมาเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ว่า "เป็นเด็กอยากกินอมยิ้ม แล้วไม่ได้"
และก่อนหน้านี้ ได้แสดงท่าทีเหน็บแนม กินส้มโชว์ นัยว่าลื่นคล่องคอ
การตั้งทีมงานตรวจสอบจากส่วนกลาง จึงไม่แคล้วถูกตั้งข้อสงสัยว่า จะเพียงการยื้อเวลาออกไปหรือไม่ เพื่อผลประการใด เพราะข้อเท็จจริงส่วนใหญ่ ได้ถูกแจกแจงจากตัวแทนประชาชนในพื้นที่ครบถ้วนแล้ว อีกทั้งการเกาะติดนำเสนอปัญหาของสื่อหลายสำนัก ก็ละเอียดยิบอยู่แล้ว
อย่างเดียวที่ กกต. นำโดยประธานคนใหม่ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ พยายามหยิบยกขึ้นมาเป็นข้ออ้าง คือ ประชาชนไม่เข้าใจในกระบวนการยุบรวมหีบบัตรเลือกตั้ง
คือเอาหีบบัตรจากทุกหน่วยเลือกตั้งมาอัดรวมกันในหีบเดียวกัน ในขั้นตอนระดับอำเภอ ก่อนนำไปเก็บรักษาในที่ปลอดภัย
จึงเกิดคำถามว่า หากปัญหาเกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจเรื่องยุบรวมหีบบัตรจริงๆ แล้วการเลือกตั้งที่ผ่านๆมา นับตั้งแต่ปี 2544 เหตุใดไม่เคยมีปรากฎหรือเป็นประเด็นประท้วงแบบนี้มาก่อน
ทั้งที่การเลือกตั้ง จะมีการตรวจสอบและสังเกตการณ์ทั้งจากภาคประชาชนและตัวแทนพรรคการเมืองในทุกขั้นตอนก็ว่าได้
ขณะที่ปมคำถามต่างๆ ดังที่กล่าวมา กลับยังไม่ได้รับการอธิบายจาก กกต.รวมทั้งเรื่องใบนับคะแนน หรือ สส.5/11 ที่ตามระเบียบต้องใส่คืนในหีบบัตรเลือกตั้ง ดังที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ได้โพสต์อธิบายไว้ และยังวิพากษ์ตรงๆ ว่า กกต.สอบตกความเป็นมืออาชีพ เรื่องจัดเลือกตั้ง
แต่ประเด็นสำคัญสำหรับการลุกฮือของประชาชนที่ต้องการให้นับคะแนนใหม่ ในหลายหน่วยเลือกตั้ง ไม่ใช่เพียงแค่ เขต 1 ชลบุรี ในความเห็นของ รศ.อดิศร เนาวนนท์ นักวิชาการจากม.ราชภัฎนครราชสีมา คือ กกต.ขาดความน่าเชื่อถือจากประชาชนมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
ทั้งเรื่องความเป็นอิสระ และความเด็ดขาด ในการเลือกตั้งที่ผ่านๆ มา รวมถึงเรื่องการประหยัดใบเหลืองใบแดง ที่มีแจกน้อยมาก หากเทียบกับ กกต.ชุดแรก
หนำซ้ำล่าสุด ยังมีปมฮั้วเลือก สว. ที่จนกระทั่งขณะนี้ กลับมีความคืบหน้าน้อยมาก รวมทั้งการเลือกตั้ง สส.ครั้งนี้ มีกระแสการซื้อเสียงอย่างกว้างขวาง และเรื่องใช้กลไกอำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ แต่ กกต. กลับไม่รู้ และมีผลงานด้านนี้น้อยมาก
ไม่เพียงการนับคะแนนที่ เขต 1 จ.ชลบุรี แต่ผู้คนค้างคาใจและมีการรวมตัวเรียกร้องให้กกต.นับคะแนนใหม่ ในอีกหลายจังหวัด อาทิ ขอนแก่น ลำปาง นครราชสีมา มหาสารคาม
รวมทั้งการรวมพลของประชาชนที่หน้าหอศิลป์ กรุงเทพฯ เรียกร้องให้ กกต.นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ เมื่อคืนก่อน และได้นัดรวมพลที่ กกต.เมื่อ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา
ขณะที่พรรคประชาชน ที่ถูกมองว่า ได้รับผลกระทบที่สุดจากการเลือกตั้งที่ถูกเคลือบแคลงสงสัย ได้เรียกร้องให้ กกต.นับคะแนนใหม่ ใน 18 เขตเลือกตั้ง
นาทีนี้ ฟันธงล่วงหน้าได้ว่า ปัญหานี้จะไม่ยุติลงง่ายๆ ตราบใดที่ กกต.ยังไม่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น แทนที่จะโยนไปที่ประชาชน
และยิ่งในกรณีที่ จ.ชลบุรี หากท้ายสุดแล้ว ได้ข้อสรุปอย่างที่หลายคนคาดการณ์ไว้ คือจะไม่มีการนับคะแนนใหม่ เพราะเท่ากับยอมรับว่า กกต.ทำผิดกลายๆ และยังจะจุดพลุลามปามไปถึงจังหวัดอื่นด้วย
เมื่อนั้น กกต.จะทำงานยากและลำบากยิ่งขึ้น เพราะความไร้ศรัทธาความน่าเชื่อจากประชาชน อาจจะไม่มีเหลือ
วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว
ชาวสุพรรณบุรีรวมตัว เรียกร้องนับคะแนนใหม่ทุกเขต
ประชาชนรวมตัวหน้าหอศิลป์ ส่งเสียงถึง กกต.เรียกร้องนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ
"มงคลกิตติ์" เสนอ จัดการเลือกตั้งใหม่ 400 เขต ร้องสรรหา กกต. ชุดใหม่ใน 30 วัน