ผู้ว่าฯ สั่งห้ามเด็ดขาด! ปิดวัดจัดคอนเสิร์ต ขาย-ดื่มเหล้าเบียร์โจ่งครึ่มเป็นเหตุ
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. จากกรณีวัดแห่งหนึ่งใน อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ มีการจัดงานบุญประจำปี พร้อมปิดวัดจัดคอนเสิร์ตตั้งโต๊ะขายเหล้าเบียร์ข้างโบสถ์ภายในวัด ตั้งแผงโชว์เอิกเกริก พร้อมมีโต๊ะเก้าอี้บริการนั่งดื่มชิลล์ชมหมอลำคณะดังกลางลานวัดอย่างโจ่งครึ่มไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ตั้งแต่บริเวณหน้าประตูโขงทางเข้าวัดและข้างอุโบสถ คล้ายผับ บาร์ สถานบันเทิงเคลื่อนที่ เต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งชาวบ้านเห็นว่าไม่เหมาะสม และมีการจัดกิจกรรมลักษณะนี้บ่อยครั้งจนดูเหมือนเป็นธุรกิจน้ำเมาหรือไม่ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ ได้สั่งการให้ นายอัครนันนท์ นนทา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายชญานนท์ ประเสริฐยิ่ง นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ และนายอภิวันทน์ ขันทอง นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ ร่วมกับ นายวิทยา ไชยเดชกำจร นายอำเภอยางชุมน้อย พร้อมด้วย นายนิพนธ์ ถาดทอง ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอยางชุมน้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยางชุมน้อย ลงพื้นที่วัดที่ปรากฎตามข่าว เพื่อสอบถามข้อมูลและชี้แจงทำความเข้าใจกับคณะกรรมการวัด คณะผู้จัดงาน ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้รับทราบถึงข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดกรณีดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้กำชับผู้จัดงานและผู้ประกอบการในพื้นที่วัดในการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะการห้ามจำหน่ายในบริเวณวัดเด็ดขาด หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า “วัด” ถือเป็นสถานที่ทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญต่อวิถีชาวพุทธ เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ศูนย์กลางชุมชน และสถานที่ประกอบศาสนกิจ รวมถึงเป็นที่พำนักของพระสงฆ์ แหล่งปฏิบัติธรรม ดังนั้นการจัดกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่นการจำหน่ายสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และดื่มกินภายในวัดวาอาราม หรือสถานที่ราชการ โดยเฉพาะโรงเรียน หรือสถานศึกษา ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 โดยผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย ทั้งจำทั้งปรับ พร้อมได้สั่งให้ทุกอำเภอเข้มงวดกวดขัน หากพบเจ้าหน้าที่ของรัฐรู้เห็นเป็นใจ หรือมีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าว พร้อมที่จะดำเนินการทั้งทางวินัย และอาญา อย่างจริงจัง ไม่มีละเว้น ทั้งนี้เพื่อร่วมกันสร้างเสริมวัฒนธรรมที่ถูกต้องและดีงามให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลานเราสืบไป.