รักษา "พลายด้วน" เป็นฝีที่รูทวาร ไม่ใช่ถ่ายเป็นขยะพลาสติก
ความคืบหน้ากรณีประชาชนให้ความสนใจ และเป็นห่วงช้างป่า "พลายด้วน" ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่าถ่ายออกมาเป็นถุงพลาสติก
วันที่ 25 ก.พ.2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว และได้สั่งการให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (สบอ.1) ปราจีนบุรี เร่งติดตามอาการของช้างป่าอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2569 นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (สบอ.1) ปราจีนบุรี ได้รายงานความคืบหน้าว่า น.สพ.นราธิป วรวัฒนธรรม สัตวแพทย์ประจำส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.1 (ปราจีนบุรี) ได้เข้าติดตามอาการของ "พลายด้วน" และได้วินิจฉัยเบื้องต้นว่า บริเวณรูทวารของช้างป่าอาจเป็นฝี มีอาการบวมแดง คาดว่าเป็นแผลใต้รูทวาร ซึ่งฝีได้แตกออกแล้ว
สิ่งที่เห็นว่าไหลออกมานั้น ไม่ใช่ขยะพลาสติกอย่างที่เข้าใจผิดกันไปก่อนหน้านี้ แต่อาจเป็นเศษหนองที่เกิดจากการอักเสบ
ผลการวินิจฉัยดังกล่าว สัตวแพทย์จึงได้จัดเตรียมแผนรักษาเพื่อบรรเทาอาการและฟื้นฟูสุขภาพของพลายด้วน โดยให้ยาลดอักเสบ 20 เม็ดต่อวัน ให้กินติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน และให้ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) 40 เม็ดต่อวัน ให้กินติดต่อกันเป็นเวลา 7 วัน
ทั้งนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ด่านหมูสี ให้ติดตามอาการของพลายด้วนอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน พร้อมเน้นย้ำข้อควรปฏิบัติในการให้ยา โดยจำกัดจำนวนผู้ที่เข้าไปให้ยาให้น้อยที่สุด และขอความร่วมมือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องงดเข้าใกล้ เพื่อป้องกันช้างเกิดความหวาดระแวงและปฏิเสธการรับยา รวมถึงให้รายงานอาการของช้างป่าให้สัตวแพทย์ทราบโดยตรงแบบวันต่อวัน เพื่อประเมินผลการรักษาและปรับแผนการดูแลได้อย่างทันท่วงที
เบื้องต้นแผนการรักษาด้วยยาจะดำเนินไปเป็นเวลา 7 วัน หากอาการของช้างป่าไม่ดีขึ้น อาจพิจารณาเพิ่มปริมาณยา หรือวางแผนการเข้าทำการรักษาในรูปแบบอื่นต่อไป
กรมอุทยานฯ ขอให้ประชาชนคลายความกังวลใจ และมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังดำเนินการดูแลและรักษาพลายด้วนอย่างเต็มที่และใกล้ชิด เพื่อให้ช้างป่ากลับมามีสุขภาพแข็งแรงโดยเร็วที่สุด และจะมีการรายงานความคืบหน้าให้สาธารณชนทราบเป็นระยะ
อ่านข่าว :
พบซากกระทิงป่าเขาใหญ่เพศผู้ คาดเปิดศึกสู้กันเองจนเขาหัก
สบอ.16 ยืนยันเป็น "เสือ" แต่ยังไม่ชี้ชัดชนิด เหตุกัดวัวตาย 3 ตัว
กรมทะเลวางทุ่นสกัดคราบน้ำมันเรืออับปาง หวั่นกระทบหาดดังภูเก็ต