โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘Financial Abuse’ ล่วงละเมิดทางการเงิน ความรุนแรงในครอบครัวที่มองไม่เห็น

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การล่วงละเมิดทางการเงิน” (Financial Abuse) เป็นรูปแบบหนึ่งของความรุนแรงในครอบครัวที่มักถูกมองข้าม เนื่องจากไม่สร้างบาดแผลทางร่างกายที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเหมือนการทำร้ายประเภทอื่น พฤติกรรมนี้เกิดขึ้นเมื่อบุคคลหนึ่งพยายามควบคุมหรือจำกัดความสามารถของอีกฝ่ายในการเข้าถึงทรัพย์สินทางการเงิน เพื่อทำลายอิสรภาพและกักขังเหยื่อไว้ในความสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย

ผลสำรวจในญี่ปุ่นเมื่อปี 2023 พบว่า25% ของผู้ที่แต่งงานแล้วเคยประสบกับความรุนแรงจากคู่สมรส และ 9% ของผู้หญิงระบุว่าได้รับผลกระทบจากการล่วงละเมิดทางการเงินโดยตรง นอกจากนี้ ในกรณีของความรุนแรงในครอบครัวทั่วไป งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าอาจมีการล่วงละเมิดทางการเงินแฝงอยู่สูงถึง 99% ของเคสทั้งหมด

วิคกี้ สกอร์จี ผู้อำนวยการฝ่ายบริการสายด่วนของ TELL Japan เน้นย้ำถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ว่า “การล่วงละเมิดทางการเงินมีอยู่จริง เป็นเรื่องร้ายแรง และไม่ใช่ความผิดของคุณเลย อาจมาในหลายรูปแบบ ตั้งแต่การถูกปฏิเสธไม่ให้ใช้เงิน การถูกขัดขวางไม่ให้ทำงานหรือเรียน ไปจนถึงการถูกกดดันให้ทำกู้ยืมที่คุณไม่เคยต้องการ”

การล่วงละเมิดรูปแบบนี้ มีเป้าหมายเพื่อทำให้ตนเองมีอำนาจ และได้ควบคุมอยู่เหนืออีกฝ่าย เมื่อเหยื่อไม่มีเงิน พวกเขาก็จะต้องพึ่งพาผู้กระทำผิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยความไม่มั่นคงทางการเงินนี้เองที่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เหยื่อหลายคนไม่สามารถเดินออกจากความสัมพันธ์ที่เลวร้ายได้ หรือบางรายต้องตัดสินใจกลับไปหาผู้กระทำผิดซ้ำอีกครั้ง

พฤติกรรมนี้มักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและยากที่จะสังเกตเห็นในตอนแรก เนื่องจากมักแฝงมากับ “แก๊สไลท์ติ้ง” (Gaslighting) การปั่นหัวและโยนความผิด ทำให้เหยื่อสงสัยในตนเอง ผู้กระทำผิดอาจใช้ความเงียบ การโกหก หรือการเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อควบคุมความสัมพันธ์ จนเหยื่อไม่ตระหนักว่าตนเองกำลังถูกควบคุมจนกว่าจะเกิดวิกฤติทางการเงินที่รุนแรงขึ้น

สัญญาณเตือนในความสัมพันธ์

พฤติกรรมสำคัญที่ควรระวังคือ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลและทรัพยากรทางการเงิน เช่น การที่คู่รักพยายามจำกัดการเข้าถึงบัญชีธนาคารส่วนตัวหรือบัญชีร่วม รวมถึงการปกปิดรหัสผ่านหรือข้อมูลการลงทุนต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังขัดขวางการทำงานหรือการสร้างรายได้ ผู้กระทำผิดอาจวิพากษ์วิจารณ์อาชีพว่าไม่ดีพอ และกดดันให้ลาออก เพื่อให้ออกมาดูแลลูก หรือแม้กระทั่งก่อกวนในที่ทำงานเพื่อให้คุณเสียประวัติการทำงาน

การกระทำอาจรุนแรงถึงขั้นเรียกเก็บเงินเดือนทั้งหมด ให้เงินใช้ในแต่ละวันจำนวนจำกัด อีกทั้งยังควบคุมการใช้จ่ายอย่างเข้มงวด โดยเหยื่อต้องรายงานการใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์ หรือถูกบังคับให้ต้องขออนุญาตก่อนตัดสินใจทางการเงินใด ๆ

ในขณะที่ผู้กระทำผิดกลับมีใช้เงินได้อย่างอิสระ ทั้งที่เงินเหล่านั้นเป็นรายได้ที่เหยื่อหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองก็ตาม

ผู้กระทำผิดอาจใช้ชื่อของเหยื่อไปทำธุรกรรมโดยไม่ยินยอม เช่น การแอบอ้างเป็นกรรมการบริษัท หรือการใช้ข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีเงินกู้และบัตรเครดิต พฤติกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างหนี้สิน แต่ยังทำลายความน่าเชื่อถือทางเครดิตของเหยื่อในระยะยาว ตลอดจนจงใจจัดการภาษีผิดพลาดหรือการไม่ยื่นภาษี เพื่อสร้างภาระหนี้สินให้กับอีกฝ่าย

บ๊อบบี้ เกรย์ รองประธานที่ปรึกษาของ Grameen Foundation กล่าวว่า “การสร้างหนี้ให้ใครสักคนโดยที่เขาไม่รู้ตัว อาจเป็นการล่วงละเมิดทางการเงินที่รุนแรงที่สุด เพราะมันเป็นการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือทางเครดิต และบังคับให้พวกเขาต้องรับผิดชอบภาระหนี้เหล่านั้น เป็นกลยุทธ์ในการกักขังเหยื่อไว้กับภาระผูกพันทางการเงินที่ยากจะสลัดหลุด จนแทบไม่มีโอกาสจะเริ่มต้นชีวิตใหม่”

ผลกระทบที่ทำลายชีวิต

การล่วงละเมิดทางการเงินส่งผลรุนแรงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้นจะทำให้เหยื่อขาดทรัพยากรในการดำรงชีวิตพื้นฐาน เช่น อาหาร เสื้อผ้า หรือการเดินทาง ซึ่งทำให้ยากต่อการวางแผนหลบหนีออกจากสถานการณ์ที่อันตราย เหยื่อจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทนอยู่ในความสัมพันธ์เลวร้ายนี้ต่อไป

ในระยะยาว การล่วงละเมิดทางการเงินจะบ่อนทำลายความมั่นใจและการเห็นคุณค่าในตนเองของเหยื่อ รวมถึงทำลายประวัติเครดิตและโอกาสในการทำงานในอนาคต เหยื่ออาจต้องเผชิญกับภาระหนี้สินล้นพ้นตัวและปัญหาทางกฎหมายที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้ก่อ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายปีในการแก้ไขและฟื้นฟูความมั่นคงทางการเงินกลับคืนมา

นอกจากนี้ สมาชิกในครอบครัวโดยเฉพาะเด็ก ๆ ก็ได้รับผลกระทบทางอารมณ์และจิตใจจากการเห็นพฤติกรรมที่อันตรายของผู้ปกครอง

หากกระทำผิดไม่ยอมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในครัวเรือน หรือจงใจทำให้ครอบครัวประสบปัญหาทางการเงินรุนแรง อาจนำไปสู่วิกฤติด้านที่อยู่อาศัย จนกลายเป็นคนไร้บ้านในที่สุด

เหยื่อจะรู้สึกสิ้นหวัง หากถูกทวงหนี้ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของคู่สมรส ทั้งที่ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างหนี้นั้น ผลกระทบเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการล่วงละเมิดทางการเงินไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นปัญหาที่สร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล.

ทางออกสำหรับการกอบกู้อิสรภาพทางการเงิน

หากคุณพบว่าตนเองกำลังเผชิญกับการล่วงละเมิดทางการเงิน ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือการตระหนักรู้และยอมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแต่เนิ่น ๆ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปกป้องทรัพย์สินและสิทธิของคุณ

ตลอดจน เตรียมความพร้อมด้วยการจดบันทึกรายการทรัพย์สินหาได้ระหว่างการแต่งงาน และหาทางเข้าถึงเอกสารสำคัญ เช่น สมุดบัญชีธนาคาร กรมธรรม์ประกันภัย และเอกสารภาษี ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสถานะหนี้สินที่แท้จริงและขอบเขตของความรับผิดชอบที่อาจเกิดขึ้นตามกฎหมาย

ในเชิงปฏิบัติ คุณควรเริ่มปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลโดยการติดต่อธนาคารและสถาบันการเงิน เพื่อเปลี่ยนรหัสผ่านและรหัส PIN ของบัญชีทั้งหมด และตรวจสอบรายงานเครดิตเพื่อดูว่ามีการเปิดบัญชีหรือหนี้สินแอบแฝงหรือไม่

หากเป็นไปได้ ควรเปิดบัญชีใหม่ที่เป็นความลับและเริ่มเก็บออมเงินสดไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อเป็นทุนสำหรับการสร้างชีวิตใหม่ รวมถึงเปลี่ยนช่องทางการติดต่อสื่อสารทางการเงินให้เป็นแบบส่วนตัว จะช่วยลดการถูกควบคุมข้อมูลจากอีกฝ่ายได้

ขณะเดียวกัน ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเช่น องค์กรที่ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย หรือสายด่วนความรุนแรงในครอบครัว ที่สำคัญคุณควรมีทีมเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท ครอบครัว หรือคนที่ไว้ใจได้ จะช่วยลดความโดดเดี่ยวและอาจเป็นแหล่งที่พักพิงหรือให้ความช่วยเหลือในยามคับขัน

การยอมรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นและการเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุน จะช่วยให้เหยื่อตระหนักว่าตนเองไม่ได้อยู่เพียงลำพัง และมีคนอีกมากมายที่พร้อมจะยืนเคียงข้างในกระบวนการกอบกู้อิสรภาพครั้งนี้

ทั้งนี้ การก้าวออกจากความสัมพันธ์ที่มีการล่วงละเมิดทางการเงินอาจใช้เวลานานและยากลำบาก แต่อิสรภาพที่ได้รับกลับมานั้นคุ้มค่าอย่างยิ่ง การมีความรู้เท่าทันพฤติกรรมการควบคุมทางการเงิน การกล้าที่จะขอความช่วยเหลือ และการลงมือปฏิบัติเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คุณสามารถหลุดพ้นจากเงามืดและเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตได้อย่างมั่นคงและมีอิสระอย่างแท้จริง

ที่มา: Phys, TD Stories, The Japan Times, UNSW, Very Well Mind

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...