เศรษฐกิจไทย ม.ค.69 ส่งออกโตแรงรอบ 4 ปี ‘คลัง’ เกาะติดภาษีทรัมป์
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม 2569 มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากภาคการส่งออกที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี สอดคล้องกับการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ปรับดีขึ้น
อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงชะลอตัว ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกประเทศยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทิศทางค่าเงินบาท ความผันผวนของตลาดการเงินโลก และมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ
บริโภคเอกชนฟื้นตัว ความเชื่อมั่นขยับต่อเนื่อง
เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งใหม่ในเดือนมกราคม 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 52.2 จากปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.8 จากเดือนก่อนหน้า (หลังปรับผลทางฤดูกาล) สะท้อนกำลังซื้อกลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูงที่กลับมา
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.8 จาก 51.9 ในเดือนก่อนหน้า ได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี สัญญาณในกลุ่มฐานรากยังเปราะบาง โดยยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ใหม่ลดลงร้อยละ -3.4 และลดลงร้อยละ -4.2 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่รายได้เกษตรกรที่แท้จริงหดตัวร้อยละ -9.0 จากปีก่อน สะท้อนแรงกดดันด้านรายได้ในภาคเกษตร
ลงทุนเอกชนทรงตัว รถเชิงพาณิชย์หด
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนโดยรวมมีลักษณะทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการนำเข้าสินค้าทุน (ข้อมูลเบื้องต้น) เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 จากปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 จากเดือนก่อนหน้า สะท้อนการลงทุนในเครื่องมือเครื่องจักรที่ยังเดินหน้า
อย่างไรก็ตาม ยอดจดทะเบียนรถยนต์เชิงพาณิชย์ใหม่ลดลงร้อยละ -9.0 จากปีก่อน และลดลงร้อยละ -8.5 จากเดือนก่อนหน้า บ่งชี้ว่าภาคธุรกิจบางส่วนยังระมัดระวังการขยายกิจการ
ส่งออกพุ่ง 24.4% สูงสุดในรอบ 4 ปี
มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 31,573.1 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวร้อยละ 24.4 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 และเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี
หากไม่รวมหมวดน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย การส่งออกขยายตัวร้อยละ 20.9 โดยสินค้าเด่น ได้แก่
- เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวร้อยละ 67.0
- เครื่องใช้ไฟฟ้า ขยายตัวร้อยละ 16.7
- ยานพาหนะ ขยายตัวร้อยละ 11.3
สินค้าเกษตรและอาหารหลายรายการเติบโตโดดเด่น เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัวร้อยละ 53.4 กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ขยายตัวร้อยละ 39.3 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 14.7 และอาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 8.2
ด้านตลาดส่งออก พบว่าขยายตัวดีในตลาดออสเตรเลีย สหรัฐฯ จีน และอาเซียน (5) ที่ร้อยละ 97.8, 43.1, 35.1 และ 29.8 ตามลำดับ ขณะที่ตลาดอินโดจีน (4) และแอฟริกาหดตัวร้อยละ -8.7 และ -3.6
ท่องเที่ยวต่างชาติหดตัว แต่ในประเทศยังขยาย
ภาคบริการด้านการท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 3.28 ล้านคน ลดลงร้อยละ -11.6 จากปีก่อน และลดลงร้อยละ -0.4 จากเดือนก่อนหน้า (หลังปรับฤดูกาล) สะท้อนการชะลอตัวของอุปสงค์จากต่างประเทศ
ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 24.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 จากปีก่อน แม้จะลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า
ภาคเกษตร–อุตสาหกรรมขยายตัว
ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัวร้อยละ 0.4 จากปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 จากเดือนก่อนหน้า ตามผลผลิตข้าวโพดและปาล์มน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แม้ผลผลิตข้าวและมันสำปะหลังลดลง
ภาคอุตสาหกรรมได้รับแรงหนุนจากการเร่งผลิตรองรับคำสั่งซื้อช่วงตรุษจีน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารแปรรูป เครื่องนุ่งห่ม และบรรจุภัณฑ์ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 88.7 เพิ่มขึ้นจาก 88.2 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) อยู่ที่ 52.7 แม้ลดลงจาก 57.4 แต่ยังสะท้อนการขยายตัวต่อเนื่อง
เสถียรภาพเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 0.66 และเงินเฟ้อพื้นฐานร้อยละ 0.60 สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ยังอยู่ในระดับต่ำ
สัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ร้อยละ 66.1 ต่อ GDP ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลังตามกฎหมาย ขณะที่ทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ 289.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนเสถียรภาพภายนอกที่มั่นคง
ตลาดการเงินฟื้น ต่างชาติซื้อหุ้นต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติ โดยวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,131 ล้านบาท และตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ซื้อสุทธิรวม 54,485 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมตั้งแต่ต้นปีซื้อสุทธิ 58,840 ล้านบาท สะท้อนบทบาทสำคัญของเงินทุนต่างชาติที่กลับมา
ในตลาดตราสารหนี้ แม้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 7,325 ล้านบาท แต่ภาพรวมตั้งแต่ต้นปี ยังซื้อสุทธิสะสม 43,533 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อพันธบัตรรัฐบาลไทยในฐานะสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพ
เศรษฐกิจโลกขยายตัวต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงยังมี
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อทั่วโลก (Global Composite PMI) อยู่ที่ 52.5 จุด สูงกว่าระดับ 50 จุด สะท้อนการขยายตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลก ทั้งภาคการผลิตและบริการ ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของหลายประเทศมีแนวโน้มปรับลดหรือคงอัตราเดิม
อย่างไรก็ดี สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ รวมถึงมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามใกล้ชิด
ทั้งนี้ สศค.ประเมินว่า แม้เศรษฐกิจไทยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการส่งออกและเสถียรภาพด้านมหภาคที่แข็งแกร่ง แต่ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป