ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเตรียมแผนสืบทอดอำนาจ กรณีสหรัฐฯ หรืออิสราเอลโจมตี
สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เตรียมแผนการสืบทอดอำนาจกรณีสหรัฐฯ หรืออิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน โดยได้ออกคำสั่งฉุกเฉินให้ผู้ช่วยอาวุโส ระบุขั้นตอนการถ่ายโอนอำนาจและลำดับชั้นการบังคับบัญชา เพื่อรับมือในกรณีที่เขาอาจถูกสังหารระหว่างการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นจากสหรัฐฯ หรืออิสราเอลหากการเจรจานิวเคลียร์ล่ม อ้างอิงการเปิดเผยของอดีตนักการทูตอิหร่านและเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
รายงานข่าวระบุว่า คำสั่งของคาเมเนอีครอบคลุมถึงการมอบอำนาจและลำดับชั้นการบังคับบัญชาสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยกำหนดผู้สืบทอดหลายระดับสำหรับตำแหน่งทางทหารและทางการเมืองที่สำคัญ หากการสื่อสารถูกตัดขาดหรือเขาถูกสังหาร อำนาจในการตัดสินใจจะถูกถ่ายโอนไปยังผู้ใกล้ชิด
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า "คาเมเนอี" ได้เลื่อนตำแหน่ง "อาลี ลาริจานี" เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านและอดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน วัย 67 ปี ให้ดำรงตำแหน่งบริหารส่วนกลางในช่วงการประท้วงที่ผ่านมา ทำให้เขามีอำนาจควบคุมทิศทางกิจการสำคัญของอิหร่านไปโดยปริยาย ทั้งนี้ เพื่อรับประกันความอยู่รอดของโครงสร้างทางการเมืองและการจัดการภาวะสงคราม// โดย "ลาริจานี" ได้รับผิดชอบทั้งการจัดการปราบปรามการประท้วงล่าสุดในอิหร่าน, ดูแลบริหารจัดการการเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐฯ, ประสานงานกับชาติพันธมิตรทั้งรัสเซีย กาตาร์ และโอมาน รวมทั้งรับผิดชอบวางแผนรับมือการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นจากสหรัฐฯ ด้วย
รายงานข่าวระบุว่า การขึ้นมามีอำนาจของ "ลาริจานี" ส่งผลให้ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน ถูกลดบทบาทลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเปเซชเคียน ยังคงเน้นย้ำถึงบทบาททางวิชาชีพในฐานะแพทย์ และปฏิเสธที่จะรับผิดชอบในการแก้ไขวิกฤตการณ์ระดับมหภาคหรือระดับสูงอื่นทำให้มีรายงานว่า แม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ยังต้องขอความช่วยเหลือจาก "ลาริจานี" ในประเด็นต่างๆ เช่น การเปิดเผยข้อมูล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจของ "ลาริจานี" ในฐานะเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดที่มีเหนือกว่าประธานาธิบดีอิหร่านในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามมีการเปิดเผยจากแหล่งข่าววงในที่ระบุว่า "ลาริจานี" ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งที่น่าจะเป็นไปได้ของ "คาเมเนอี" แต่เป็นหนึ่งในผู้จัดการวิกฤตที่ "คาเมเนอี" ไว้วางใจมากที่สุด ขณะเดียวกันการวางแผนสืบทอดตำแหน่งของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ยังเน้นย้ำถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ภัยคุกคามในปัจจุบันตามมุมมองของรัฐบาลอิหร่าน ทำให้จำเป็นต้องมีการวางแผนรับมือในระดับสูงสุด
ในส่วนความพร้อมทางทหาร มีรายงานว่าอิหร่านได้สั่งให้กองกำลังติดอาวุธเตรียมพร้อมขั้นสูง โดยมีการประจำการขีปนาวุธรอบอิรักและอ่าวเปอร์เซีย พร้อมทำการซ้อมรบเตรียมความพร้อม หลังแถลงการณ์ล่าสุดของ "คาเมเนอี" ยังคงมีท่าทีไม่ยอมจำนนพร้อมประกาศจะตอบโต้อย่างรุนแรงหากถูกโจมตี ซึ่งสำนักข่าวต่างประเทศชี้ว่า ท่าทีของอิหร่านสะท้อนว่าหนทางทางการทูตกำลังจะปิดลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ล่าสุดว่าหากอิหร่านไม่ยอมบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ภายใน 10-15 วัน ก็รอพบกับสถานการณ์สุดเลวร้ายได้เลย นอกจากนี้ล่าสุดยังเพิ่งมีข่าวทรัมป์เตรียมกดปุ่มสั่งโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่หากการเจรจานิวเคลียร์ล่ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สหรัฐฯ จะยกเลิก "เก็บภาษี" ของทรัมป์วันอังคารนี้ หลังศาลตัดสินผิดกฎหมาย
- ทรัมป์ "แปลกใจ" อิหร่านยังไม่ยอมจำนนแม้ถูกกดดันทางทหาร
- อิหร่านจัดชุมนุมที่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ไว้ทุกข์ให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุประท้วงรุนแรง
- "นาซา" ดีเดย์ 6 มีนาคม นี้ส่งนักบินโคจรดวงจันทร์ภารกิจ "อาร์ทีมิส 2" หลังทดสอบล้มเหลว
- ติดตามสหรัฐฯ เสริมกำลัง จับตาเครื่องบิน B-2 กุญแจสำคัญชี้การตัดสินใจของทรัมป์ต่ออิหร่าน