โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภท.เล่นเกมยื้อ บีบ“กล้าธรรม”อ่อนแรง!?

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เมืองไทย 360 องศา

แม้ว่าจะยังเชื่อว่าในท้ายที่สุดแล้ว พรรคภูมิใจไทยจะต้องดึง พรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้ามาร่วมรัฐบาล เพียงแต่ว่า “ยังไม่รีบ” ในตอนนี้ ปล่อยให้ระยะเวลา “บีบคั้น กดดัน” ไปให้นานที่สุด เพราะในเวลานี้ถือว่าตัวเองยังคุมเกมเอาไว้ได้

ดังนั้น อย่าได้แปลกใจที่ได้ยินคำพูดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ย้ำตลอดเวลาว่า ต้อง “ทำตามขั้นตอน” นั่นคือ ต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้ง และมีการเลือกประธานสภา จนถึงโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นไปเสียก่อน

ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังมีกระแสข่าวว่าสามารถปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว โดยรวบรวมเสียงได้ทั้งหมด 300 เสียง โดยระบุว่า ดีลยังไม่ได้เปิดเลย จะปิดดิลได้อย่างไร ส่วนสถานการณ์ยังเหมือนเดิม หรือไม่ ขอให้รอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งอย่างชัดเจนก่อน

ถามว่า หากมีความชัดเจนจาก กกต.แล้ว จะประกาศว่ามีพรรคการเมืองใดร่วมรัฐบาลได้เลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นไปตามกลไกลำดับขั้นตอน ไม่ทราบว่าพรรคการเมืองอื่นจะคิดอย่างไร แต่พรรคภูมิใจไทย ต้องการทำอะไรที่มีความชัดเจน และการพูดคุยต้องรอให้สถานการณ์อยู่ตัวและนิ่งเสียก่อน

“อย่าลืมว่า พวกผมทำการเมืองมา 20-30 ปี และผ่านการเลือกตั้งมา ตั้งแต่เรามีรัฐธรรมนูญปี 2560 ครั้งนี้การเลือกตั้งครั้งที่ 3 แล้ว เราก็รู้ว่ากว่า กกต.จะสามารถรับรองผลการเลือกตั้งไม่เคยเร็วกว่าหนึ่งเดือน แต่กฎหมายให้ถึงสองเดือนด้วยซ้ำ ฉะนั้นเราจะไปชิงออกตัวหรือไปทำอะไรก่อน ที่จะทราบผลหรือมีการรับรอง สส. อย่างเป็นทางการ ถามว่าถ้าทำไปแล้วก็พูดได้ไม่เต็มปาก รอให้มีความชัดเจนก่อน คราวนี้เร็วเลย โป้งเดียวจอดเลย” นายอนุทิน กล่าว

ส่วนจะมีความกังวลหรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง เป็นเรื่องของ กกต.ที่จะต้องไปทำให้ผู้ที่สงสัยเห็น

“สำหรับผมเชื่อว่า กกต.ทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์และผมยังเชื่อว่าไม่สามารถมีใครที่จะไปดูได้ว่าใครกาอย่างไร" นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าข้อเสนอที่บอกว่าต้องมีการโหวตนายกฯ ก่อนแล้วค่อยมาเคลียร์กระทรวงกันตรงนี้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่ตนเรียนตอนนี้พอเรายังไม่ทราบผลการรับรองอย่างเป็นทางการ ใครที่เราติดต่อกันมาหรือพูดส่งข่าวกันมา เราก็บอกว่าโหวตนายกฯ โหวตประธานรัฐสภาก่อนใช่ไหม

เมื่อถามว่า แม้นายกฯ บอกว่ายังไม่มีการจับขั้วรัฐบาล แต่พรรคการเมืองที่คาดหวังจะได้ร่วมรัฐบาล แต่ไม่ได้รับการติดต่อ ออกมาฟาดงวงฟาดงาโดยวาจา ตรงนี้มองอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า มันก็ทำให้เราสามารถอ่านความในใจของคนที่เราจะต้องไปประสานอะไรต่างๆ ได้ด้วย ตอนนี้ปล่อยให้นิ่งๆ ก่อนดีกว่า ระฆังยังไม่นับหนึ่งเลย ตอนนี้ กกต. เห็นว่าพรุ่งนี้หรือสัปดาห์หน้าก็ยังต้องมีการเลือกตั้งตามหน่วยอยู่เลย เราจะไปชิงดำเนินการอะไรก่อน กกต.นั้น สำหรับตนก็ต้องมีความเกรงใจและต้องให้เกียรติ

“ทุกอย่างยังอยู่ในห้วงเวลาตามกฎหมายอยู่ หาก กกต.รับรองแล้ว มีความนิ่งแล้วตรงนั้นไม่นาน ขอให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้นตอนนี้รัฐบาลยังบริหารราชการแผ่นดินได้ตามปกติ ยิ่งผลการเลือกตั้งออกมาก็เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกที่เป็นแกนนำรัฐบาลสามารถครองเสียงได้ระดับหนึ่ง

ฉะนั้นการปฏิบัติหน้าที่ความมั่นใจหรือการที่จะทำอะไรแล้วเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในช่วงนี้ พอเราเห็นความไว้ใจของพี่น้องประชาชนต่อพวกเราขนาดนี้ และเรายังเป็นรัฐบาลอยู่ ก็กล้าที่จะตัดสินใจมากขึ้นและต้องเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์แต่ประชาชนและบ้านเมืองเท่านั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องส่วนตัวพวกพ้องซึ่งอยู่ลำดับท้ายๆ เช่นเดิม”

ฟังคำพูดข้างต้นของ นายอนุทิน แล้วก็ต้องเข้าใจได้ทันทีว่า งานนี้ “ไม่รีบ” ส่วนสำคัญเป็นเพราะ “คุมเกม” เอาไว้ในมือได้หมดแล้ว หลังจากที่ “ล็อก” พรรคเพื่อไทยแสดงท่าทีและแถลงชัดเจนแล้วว่าสนับสนุน นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี และร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยมีเสียงรวมกันเกินครึ่งแล้ว นี่ยังไม่รวมพรรคเล็กๆอีกมากมาย รวมแล้วเกือบสามร้อยเสียง และจะทยอยเปิดตัวมาเรื่อยๆ

ขณะที่ต้องจับตาก็คือ เมื่อไหร่จะเชิญหรือทาบทามพรรคกล้าธรรมมาร่วม ซึ่งจากท่าทีจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็คือ “ต้องรอหลังจากมีการรับรอง ส.ส.จากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการเลือกประธานสภา และต้องการันตีด้วยการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเสียก่อน จากนั้นถึงมาเจรจากันในเรื่องการแบ่งกระทรวง

แน่นอนว่า เกมแบบนี้ที่พรรคภูมิใจไทยทำได้ เพราะตัวเองยังกุมความได้เปรียบเอาไว้แบบเบ็ดเสร็จ แม้ว่าจะมีความพยายามจากบางคนมีการเสนอสูตร “ส้ม แดง เขียว ฟ้า” ขึ้นมาเพื่อผลักภูมิใจไทยไปเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งแบบนี้ถือว่าเป็น “สูตรพิสดาร” เป็นไปไม่ได้ เพราะสูตรที่เป็นไปได้ก็คือ “น้ำเงิน แดง เขียว” บวกพรรคเล็กๆ เพียงแต่ว่าเวลานี้ ภูมิใจไทยใช้วิธียื้อให้นานที่สุด เพื่อบีบให้ “ผู้กอง” อ่อนแรง และลดการต่อรองให้มากที่สุดแค่นั้น เพราะถึงอย่างไรก็ย่อมทราบดีว่าพรรคกล้าธรรมไม่อยากเป็นฝ่ายค้าน เนื่องจากทราบดีว่า นั่นคือหายนะ

ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งสำหรับพรรคภูมิใจไทยแล้ว ก็ยังต้องการพรรคกล้าธรรม เพื่อมาถ่วงดุลกับพรรคเพื่อไทย เพราะหากรัฐบาลมีแค่พรรคเพื่อไทยพรรคเดียว จะกลายเป็นพรรคหลักมีอำนาจต่อรองสูงมาก และมีความเสี่ยงหากมีรายการ “งอแง” ในช่วงสำคัญ

ดังนั้น หากสรุปให้เห็นภาพก็ต้องบอกว่าในท้ายที่สุดแล้วยังเชื่อว่า พรรคภูมิใจไทย จะต้องดึงเอาพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมรัฐบาล เพียงแต่ว่าต้อง “ยื้อ” เวลาให้นานที่สุด เพื่อให้อ่อนแรง และอาศัยช่วงเวลาเป็นตัวบีบให้ “ผู้กอง” ลดอำนาจต่อรองจนเหลือน้อยที่สุดเสียก่อน ทำให้อย่าได้แปลกใจที่เวลานี้จะมีกระแสข่าวว่า “ผู้กอง” จะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อเลี่ยงปัญหาเรื่องร้องเรียน ขณะเดียวกันการดึงกล้าธรรมเข้ามา อีกเหตุผลสำคัญก็คือ เพื่อเอามาถ่วงดุลกับเพื่อไทยนั่นเอง !!

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...