ยูเอ็นเรียกร้องสอบสวนเหตุโจมตีโรงเรียนในอิหร่าน เสียชีวิต 168 คน
วันที่ 3 มี.ค.2569 ทางการอิหร่านจัดพิธีศพหมู่ หลังเหตุโจมตีโรงเรียนประถมศึกษาในเมืองมินาบทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยทางการอ้างว่าเป็นผลจากปฏิบัติการโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้ยอดเสียชีวิตอยู่ที่ 168 คน
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ ว่า ชาวอเมริกันควรตั้งคำถามกับผู้นำประเทศของพวกเขาว่าเด็กนักเรียนเหล่านี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติอย่างไร
ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานระบุว่า สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้สอบสวนอย่างเร่งด่วน เป็นกลาง และรอบด้าน ต่อเหตุโจมตีโรงเรียนในอิหร่านที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยระบุว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเปิดเผยข้อมูล
ราวินา ชัมดาซานี โฆษกสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวในการแถลงข่าวที่นครเจนีวา อ้างคำกล่าวของโวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้สอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวโดยทันที พร้อมระบุว่า “ความรับผิดชอบในการสอบสวนเรื่องนี้ อยู่ที่ฝ่ายที่ดำเนินการโจมตี”
ชัมดาซานี กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าว “น่าสยดสยองอย่างยิ่ง” และภาพที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์สะท้อนถึงความเสียหาย ความสิ้นหวัง และความโหดร้ายที่ไร้เหตุผลของความขัดแย้งนี้ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นและกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา
โรงเรียนดังกล่าวถูกโจมตีในวันแรกของการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ขณะที่มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า กองกำลังสหรัฐฯ จะไม่โจมตีโรงเรียนโดยเจตนา ขณะที่อิสราเอลระบุว่า กำลังสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ อาลี บาห์เรนี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้ส่งจดหมายถึงเติร์ก ลงวันที่ 1 มี.ค.2569 ว่า ไม่อาจยอมรับการโจมตีครั้งนี้ได้ และถือเป็นอาชญากรรม พร้อมระบุว่ามีนักเรียนเสียชีวิต 150 คน
อย่างไรก็ตาม สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะชี้ขาดว่าเหตุโจมตีดังกล่าวเข้าข่ายอาชญากรรมสงครามหรือไม่
อ่านข่าว :
จับตาราคาน้ำมันพุ่งกระทบราคาตั๋วเครื่องบิน
เลขาฯนาโต ชื่นชมปฏิบัติการสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน ยืนยันพันธมิตรไม่เข้าร่วม
อิหร่าน เผยยอดเสียชีวิต 787 คน เหตุสหรัฐฯ-อิหร่านโจมตี