โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์จะส่งทหารเรือคุ้มกันเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านประกาศปิดเส้นทาง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สหรัฐฯ จะส่งทหารเรือคุ้มกันเรือที่แล่นผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านประกาศปิดเส้นทางดังกล่าวที่อาจกระทบราคาน้ำมันทั่วโลก

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social เมื่อวานนี้ (3 กุมภาพันธ์) ว่าสหรัฐฯ จะส่งทหารเรือเข้าช่วยเหลือเรือพาณิชย์ให้สามารถเดินทางผ่านเส้นทาง “ช่องแคบฮอร์มุซ” ได้ หลังจากอิหร่านประกาศปิดเส้นทางดังกล่าวในขณะที่สงครามกับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ โดยทรัมป์กล่าวว่า หากจำเป็นกองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็วที่สุด

ในโพสต์บน Truth Social ทรัมป์เสนอความเป็นไปได้ในการส่งกองทัพเรือเข้าคุ้มกัน พร้อมเรียกร้องให้ บรรษัทการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หรือ United States Development Finance Corporation จัดทำประกันความเสี่ยง เพื่อรับประกันความมั่นคงทางการเงินให้กับการค้าทางทะเลที่ดำเนินการใกล้อ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ IRGC ระบุว่า เรือทุกลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งมีความยาวประมาณ 100 ไมล์แห่งนี้ จะตกเป็นเป้าหมายและต้องเผชิญกับการโจมตีอย่างรุนแรง

ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เป็นจุดคอขวดสำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก ตั้งอยู่ระหว่างโอมานและอิหร่าน โดยในปี 2022 มีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบแห่งนี้ประมาณ 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน ด้านอิบราฮิม จาบารี ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้บัญชาการสูงสุดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม กล่าวว่า ช่องแคบถูกปิดแล้ว และใครก็ตามที่ต้องการผ่าน กองทัพเรือของ IRGC และกองทัพของเราจะเผาเรือเหล่านั้น

หลังจากกองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบลดลงถึง 70% ตามข้อมูลของ MarineTraffic ซึ่งเป็นบริการติดตามเรือ และเมื่อเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 11 เซนต์ต่อแกลลอน ในเมื่อวานนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...