โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

วิจัยเผยอาหารสุนัขพรีเมียมทำโลกร้อนพุ่ง แนะสลับกินอาหารเม็ด

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผลการศึกษาล่าสุดจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระและมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า อาหารสุนัข กลายเป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลต่อ วิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรที่พบว่าอาหารสัตว์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 1% ของการปล่อยก๊าซทั้งหมด

วิจัยเผยอาหารสุนัขพรีเมียมทำโลกร้อนพุ่ง แนะสลับกินอาหารเม็ด

จากการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เกือบ 1,000 รายการ พบว่า อาหารเปียก และอาหารดิบ (Barf) ที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์เป็นหลัก มี รอยเท้าคาร์บอน สูงกว่าอาหารเม็ดแบบแห้งถึง 65 เท่า ที่น่ากังวลคือสุนัขที่กิน เนื้อดิบระดับพรีเมียม อาจมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ใหญ่กว่ามนุษย์ที่กินอาหารทั่วไปเสียอีก หากคนทั้งโลกเลี้ยงสุนัขด้วยมาตรฐานนี้ การผลิตอาหารสัตว์จะสร้างก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่ากับ 59-99% ของการปล่อยก๊าซจากการบินพาณิชย์ทั่วโลก

ดร.จอห์น ฮาร์วีย์ หัวหน้าคณะวิจัย ระบุว่าอุปสรรคสำคัญคือความเชื่อที่ว่า "สุนัขต้องกินเนื้อเหมือนหมาป่า" แต่ความจริงทางพันธุกรรมชี้ว่าสุนัขบ้านวิวัฒนาการจนย่อยแป้งได้ดีแล้ว นอกจากนี้ อาหารปราศจากธัญพืช (Grain-free) และการเลือกใช้ เนื้อส่วนพรีเมียม เช่น อกไก่หรือเนื้อวัวบด แทนการใช้ผลพลอยได้จากสัตว์ ยังเป็นการเพิ่มภาระให้โลกโดยไม่จำเป็น เนื่องจากกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูงกว่า

สำหรับทางออกเพื่อ ลดโลกร้อน ดร.ฮาร์วีย์แนะนำให้เจ้าของหันมาเลือก อาหารเม็ดแบบแห้ง มองหาโปรตีนทางเลือกอย่างโปรตีนจากแมลง และเลือกอาหารที่ใช้ส่วนประกอบที่มนุษย์ไม่นิยมบริโภค อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาสัตวแพทย์ทุกครั้งก่อนเปลี่ยนอาหาร เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีควบคู่ไปกับการรักษาโลกอย่างยั่งยืน

วิจัยเผยอาหารสุนัขพรีเมียมทำโลกร้อนพุ่ง แนะสลับกินอาหารเม็ด

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...