ออกกำลังกายแบบไหน? ช่วยลดความเสี่ยงตายก่อนวัยได้ดี
วานนี้ (20 ม.ค. 2569) เว็บไซต์ของวารสารบีเอ็มเจ เมดิซีนได้เผยแพร่ผลงานวิจัยซึ่งชี้งให้เห็นว่าการออกกำลังกายบางประเภทอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ดีกว่า โดยเสนอแนะว่า การผสมผสานประเภทของกิจกรรมทางกายต่างๆ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการยืดอายุขัยของเรา
นักวิจัยได้ตรวจสอบข้อมูลจากกรณีศึกษาขนาดใหญ่สองฉบับ ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากผู้หญิง 70,725 คน และผู้ชาย 40,648 คน โดยติดตามว่าพวกเขาออกกำลังกายบ่อยเพียงใดในแต่ละสัปดาห์
กิจกรรมเหล่านี้มีตั้งแต่การเดิน การวิ่งจ็อกกิ้ง การวิ่งเร็ว การปั่นจักรยาน การว่ายน้ำ การพายเรือ การเล่นเทนนิส สควอชหรือแร็กเก็ตบอล การยกน้ำหนัก และโยคะ ผู้เข้าร่วมยังได้บันทึกกิจกรรมต่างๆ ที่มีการออกแรง เช่น การตัดหญ้าในสนาม การทำสวน การขุดดินกลางแจ้ง และการขึ้นบันได
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการคำนวณคะแนน MET (ค่าเทียบเท่าอัตราการเผาผลาญพลังงานหรือเมตาบอลิซึม) สำหรับแต่ละกิจกรรม โดยคะแนนดังกล่าวสะท้อนถึงปริมาณพลังงานที่ใช้และจำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการทำแต่ละกิจกรรมตลอดทั้งสัปดาห์
สำหรับกลุ่มคนที่เดินมากที่สุด เมื่อเทียบกับกลุ่มที่เดินน้อยที่สุดในระหว่างสัปดาห์ การเดินส่งผลให้ลดอัตราความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ถึง 17%
ส่วนผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมหลากหลายประเภทที่สุดจะลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุได้ 19% นอกจากนี้ ยังพบความเกี่ยวข้องระหว่างการเดินขึ้นบันไดและอัตราความเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่ลดลงถึง 10%
อย่างไรก็ตาม การว่ายน้ำและการปั่นจักรยานกลับเป็นสองข้อยกเว้น โดยอย่างหลังช่วยให้ความเสี่ยงลดลงเพียง 4% เท่านั้น
เมื่อนำกิจกรรมอื่นๆ มาเปรียบเทียบก็พบว่า กีฬาที่ใช้ไม้แร็กเก็ตอย่างเทนนิสและสควอชช่วยลดอัตราความเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรถึง 15% ตามมาด้วยการพายเรือที่ลดความเสี่ยงได้ 14% ในขณะเดียวกัน การยกน้ำหนักและการวิ่งก็ช่วยลดความเสี่ยงในระดับเดียวกันที่ 13%
ขณะเดียวกัน นักวิจัยก็ตั้งข้อสังเกตว่า ยังไม่มีความแน่ชัดว่าประเภทของการออกกำลังกายที่แตกต่างกันนั้นมีผลเหนือกว่าปริมาณของการเคลื่อนไหวร่างกายหรือไม่ โดยข้อมูลบ่งชี้ว่าอาจมีจุดอิ่มตัวหรือระดับที่กิจกรรมนั้นไม่ได้ให้ประโยชน์แก่สุขภาพเพิ่มเติมไปกว่าที่เป็นอยู่
ส่วนการทำงานกิจกรรมทางกายโดยรวมจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในระดับคงที่เมื่อผู้เข้าร่วมทำกิจกรรมจนได้คะแนน MET-hours (ปริมาณรวมของการออกกำลังกายที่ได้จาก ค่าความหนัก (MET) คูณด้วย ระยะเวลา (ชั่วโมง)) ถึง 20 คะแนนต่อสัปดาห์
แต่ไม่ว่าอย่างไร ผู้ที่มีระดับกิจกรรมทางกายสูงกว่ามักจะไม่มีปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพที่สามารถนำไปสู่ความตายได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูงและคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยที่อยู่ในกลุ่มนี้ยังมีน้ำหนักตัวน้อยกว่า ดื่มแอลกอฮอล์น้อยกว่า มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมากกว่า และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าด้วย
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES