โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KTB กำไรปี 68 โต 4.5% แตะ 48,229 ล้าน บริหารคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก

PostToday

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของธนาคารปี 2568 เทียบกับปี 2567 เติบโตอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพตามยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเท่ากับ 48,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5%

สะท้อนประสิทธิภาพ และผลิตภาพการดำเนินงานในทุกมิติ ควบคู่การบริหารพอร์ตสินเชื่อ และ Business Mix อย่างรอบคอบ รักษาสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน ส่งผลให้สินเชื่อรวมยังคงขยายตัว 0.5% จากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อภาครัฐ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและการชำระคืนของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่

อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของธุรกิจ Wealth ช่วยผลักดันรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 3.0% รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจตลาดเงินตลาดทุนและกำไรจากเงินลงทุน ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงตามภาวะดอกเบี้ยและการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกเพื่อช่วยเหลือลูกค้า โดยยึดหลักแก้หนี้อย่างยั่งยืน

ธนาคารสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ Cost to Income Ratio ลดลงมาอยู่ที่ 40.3% จาก 42.6% พร้อมเดินหน้าลงทุนด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะยาว

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่ง โดย NPL Ratio ลดลงมาอยู่ที่ 2.90% จาก 2.99% ณ สิ้นปี 2567 และมี Credit Cost อยู่ที่ระดับที่เหมาะสมที่ 1.14% สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์และยังคงรักษา Coverage Ratio ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องที่ 203.6% เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ท่ามกลางความขัดแย้งของมหาอำนาจโลก ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการค้าโลก

ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 เทียบกับไตรมาส 4/2567 กำไรสุทธิ เท่ากับ 10,773 ล้านบาท ลดลง 2.0% รายได้ดอกเบี้ยลดลงตามภาวะตลาดและการปรับลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกค้า มุ่งเน้นธุรกิจ Wealth Management การเติบโตของธุรกิจตลาดเงินตลาดทุนและรายได้จากหนี้สูญรับคืน รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ มี Cost to Income Ratio ที่ 41.1% ลดลงจาก 44.8% และยังคงบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี ตั้งสำรองในระดับที่เหมาะสม มี NPL Ratio ลดลง

เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 กำไรสุทธิลดลง 26.3% โดยหลักจากการปรับตัวลดลงของรายได้จากธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน รวมถึงรายได้จากเงินลงทุนโดยหลักจากตราสารหนี้ตามสภาวะตลาด ธนาคารยังคงบริหารจัดการตามยุทธศาสตร์ โดยสินเชื่อขยายตัวที่ 4.6% มุ่งเน้นธุรกิจ Wealth Management และรายได้หนี้สูญรับคืน

กลุ่มธุรกิจทางการเงินมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 20.18% และเงินกองทุนทั้งสิ้น 22.13% ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ทั้งนี้ ธนาคารรักษา ROE ที่ระดับ 10.67% พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลประกอบการงวดครึ่งปีแรกของปี 2568 สะท้อนความแข็งแกร่งทางธุรกิจและศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้น

ขณะเดียวกัน S&P Global Ratings ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากล และ Fitch Ratings ปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร พร้อมกันนี้ ธนาคารยังสร้างความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการคว้า 100 รางวัล จากเวทีชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะรางวัลด้านนวัตกรรมและ Digital Banking สะท้อนความมุ่งมั่นในการลงทุนพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ เสริมศักยภาพรองรับการเติบโตในอนาคตอย่างมั่นคง ตอกย้ำมาตรฐานความเป็นเลิศ และบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมการเงินของประเทศ

ทั้งนี้ ในปี 2569 ธนาคารกรุงไทยเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด “ทุกย่างก้าว สร้างคุณค่า สู่อนาคต” เพื่อรับมือกับความท้าทายรอบด้าน โดยมุ่งพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เร่งใช้เทคโนโลยี ข้อมูล และ AI อย่างมีความรับผิดชอบ ยกระดับประสิทธิภาพและกระบวนการทำงาน เพื่อส่งมอบคุณค่าแก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

พร้อมเร่งขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์หลัก สร้างความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าธุรกิจ Virtual Bank ขยายบทบาทสู่ “Beyond Banking” ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ลดช่องว่างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบมากขึ้น

ธนาคารยังเดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการแก้หนี้และฟื้นฟูศักยภาพ อาทิ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” สำหรับลูกหนี้ NPL ไม่เกิน 100,000 บาท ควบคู่กับโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” และ “สินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน”

รวมถึงมาตรการช่วยเหลือในภาวะวิกฤต พร้อมยกระดับโอกาส SMEs ผ่านแนวทาง “Reinvent Thailand พลวัตใหม่เพื่อเศรษฐกิจไทย” เช่น โครงการค้ำประกันสินเชื่อ “SMEs Credit Boost” และสนับสนุนเงินทุน เสริมสภาพคล่องให้ 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์ ค้าปลีก Healthcare เกษตรและอาหาร และการท่องเที่ยว เพื่อกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและผลักดันการเติบโตที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...