KTB กำไรปี 68 โต 4.5% แตะ 48,229 ล้าน บริหารคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของธนาคารปี 2568 เทียบกับปี 2567 เติบโตอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพตามยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเท่ากับ 48,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5%
สะท้อนประสิทธิภาพ และผลิตภาพการดำเนินงานในทุกมิติ ควบคู่การบริหารพอร์ตสินเชื่อ และ Business Mix อย่างรอบคอบ รักษาสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน ส่งผลให้สินเชื่อรวมยังคงขยายตัว 0.5% จากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อภาครัฐ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและการชำระคืนของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่
อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของธุรกิจ Wealth ช่วยผลักดันรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 3.0% รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจตลาดเงินตลาดทุนและกำไรจากเงินลงทุน ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงตามภาวะดอกเบี้ยและการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกเพื่อช่วยเหลือลูกค้า โดยยึดหลักแก้หนี้อย่างยั่งยืน
ธนาคารสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ Cost to Income Ratio ลดลงมาอยู่ที่ 40.3% จาก 42.6% พร้อมเดินหน้าลงทุนด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะยาว
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่ง โดย NPL Ratio ลดลงมาอยู่ที่ 2.90% จาก 2.99% ณ สิ้นปี 2567 และมี Credit Cost อยู่ที่ระดับที่เหมาะสมที่ 1.14% สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์และยังคงรักษา Coverage Ratio ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องที่ 203.6% เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ท่ามกลางความขัดแย้งของมหาอำนาจโลก ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการค้าโลก
ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 เทียบกับไตรมาส 4/2567 กำไรสุทธิ เท่ากับ 10,773 ล้านบาท ลดลง 2.0% รายได้ดอกเบี้ยลดลงตามภาวะตลาดและการปรับลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกค้า มุ่งเน้นธุรกิจ Wealth Management การเติบโตของธุรกิจตลาดเงินตลาดทุนและรายได้จากหนี้สูญรับคืน รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ มี Cost to Income Ratio ที่ 41.1% ลดลงจาก 44.8% และยังคงบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี ตั้งสำรองในระดับที่เหมาะสม มี NPL Ratio ลดลง
เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 กำไรสุทธิลดลง 26.3% โดยหลักจากการปรับตัวลดลงของรายได้จากธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน รวมถึงรายได้จากเงินลงทุนโดยหลักจากตราสารหนี้ตามสภาวะตลาด ธนาคารยังคงบริหารจัดการตามยุทธศาสตร์ โดยสินเชื่อขยายตัวที่ 4.6% มุ่งเน้นธุรกิจ Wealth Management และรายได้หนี้สูญรับคืน
กลุ่มธุรกิจทางการเงินมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 20.18% และเงินกองทุนทั้งสิ้น 22.13% ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ทั้งนี้ ธนาคารรักษา ROE ที่ระดับ 10.67% พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลประกอบการงวดครึ่งปีแรกของปี 2568 สะท้อนความแข็งแกร่งทางธุรกิจและศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้น
ขณะเดียวกัน S&P Global Ratings ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากล และ Fitch Ratings ปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร พร้อมกันนี้ ธนาคารยังสร้างความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการคว้า 100 รางวัล จากเวทีชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะรางวัลด้านนวัตกรรมและ Digital Banking สะท้อนความมุ่งมั่นในการลงทุนพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ เสริมศักยภาพรองรับการเติบโตในอนาคตอย่างมั่นคง ตอกย้ำมาตรฐานความเป็นเลิศ และบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมการเงินของประเทศ
ทั้งนี้ ในปี 2569 ธนาคารกรุงไทยเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด “ทุกย่างก้าว สร้างคุณค่า สู่อนาคต” เพื่อรับมือกับความท้าทายรอบด้าน โดยมุ่งพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เร่งใช้เทคโนโลยี ข้อมูล และ AI อย่างมีความรับผิดชอบ ยกระดับประสิทธิภาพและกระบวนการทำงาน เพื่อส่งมอบคุณค่าแก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
พร้อมเร่งขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์หลัก สร้างความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าธุรกิจ Virtual Bank ขยายบทบาทสู่ “Beyond Banking” ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ลดช่องว่างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบมากขึ้น
ธนาคารยังเดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการแก้หนี้และฟื้นฟูศักยภาพ อาทิ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” สำหรับลูกหนี้ NPL ไม่เกิน 100,000 บาท ควบคู่กับโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” และ “สินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน”
รวมถึงมาตรการช่วยเหลือในภาวะวิกฤต พร้อมยกระดับโอกาส SMEs ผ่านแนวทาง “Reinvent Thailand พลวัตใหม่เพื่อเศรษฐกิจไทย” เช่น โครงการค้ำประกันสินเชื่อ “SMEs Credit Boost” และสนับสนุนเงินทุน เสริมสภาพคล่องให้ 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์ ค้าปลีก Healthcare เกษตรและอาหาร และการท่องเที่ยว เพื่อกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและผลักดันการเติบโตที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน