โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุณหมอญี่ปุ่นบอกมา! 4 สัญญาณที่บ่งบอกว่าระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ

conomi

อัพเดต 23 ก.ย 2568 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2568 เวลา 00.00 น. • conomi.co

ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) แบ่งเป็นระบบประสาทอัตโนมัติชนิดซิมพาเทติกและระบบประสาทอัตโนมัติชนิดพาราซิมพาเทติก ซึ่งเป็นระบบประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายที่อยู่เหนือการควบคุมของจิตใจ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต การหายใจ อุณหภูมิของร่างกาย และระบบย่อยอาหาร เป็นต้น ความเครียดอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ดี และการเปลี่ยนแปลงความกดอากาศอาจทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานได้ไม่สมดุลกัน หากระบบประสาททำงานผิดปกติร่างกายคนเราจะแสดงอาการบางอย่างออกมา มารู้ 4 สัญญาณที่บ่งบอกว่าระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ และวิธีการดูแลตัวเองเพื่อให้ระบบประสาทดังกล่าวกลับมาทำงานได้ตามปกติตามคำแนะนำของคุณหมอชาวญี่ปุ่นกันค่ะ

4 สัญญาณที่บ่งบอกว่าระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ

1. นอนหลับไม่สนิทหรืออ่อนเพลียไม่หาย

เมื่อประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบประสาทพาราซิมพาเทติกซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการผ่อนคลายทำงานผิดปกติ จะส่งผลให้บุคคลนอนหลับไม่สนิท ตื่นกลางดึก และฝันบ่อย ซึ่งส่งผลให้ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความไม่สดชื่นและรู้สึกอ่อนเพลีย

2. มือเท้าเย็นและเหงื่ออกได้ง่าย

หนึ่งในหน้าที่สำคัญของระบบประสาทอัตโนมัติ คือ การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เมื่อระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติก็จะทำให้บุคคลมีแนวโน้มที่จะมีอาการมือและเท้าเย็น แม้ในสภาวะอากาศร้อน รวมถึงมีเหงื่อออกตลอดเวลา

3. ระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติ

ระบบประสาทอัตโนมัติมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับระบบย่อยอาหาร หากมีความเครียดแล้วมีอาการปวดท้องหรือท้องอืด นั่นเป็นสัญญาณว่าระบบประสาทอัตโนมัติทำงานไม่สมดุลกัน

4. วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ และไหล่แข็ง

หากมีความเครียดอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ โดยจะส่งผลให้กล้ามเนื้อตึงและการไหลเวียนเลือดไม่ดี และทำให้เกิดอาการไหล่แข็ง ปวดศีรษะ และวิงเวียนศีรษะ เป็นต้น

วิธีการดูแลตัวเองเพื่อให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานได้อย่างสมดุลปกติ

1. รักษาเวลาเข้านอนและเวลาตื่นนอนที่สม่ำเสมอ

การนอนหลับที่มีคุณภาพมีบทบาทสำคัญในการช่วยฟื้นฟูการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ การเข้านอนและตื่นนอนในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันอย่างสม่ำเสมอจะช่วยควบคุมให้ระบบนาฬิกาชีวภาพของร่างกายทำงานได้เป็นปกติ และส่งผลให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานได้สมดุลกัน

2. ผ่อนคลายร่างกายด้วยการหายใจเข้าลึก ๆ และยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

เมื่อความเครียดสะสมระบบประสาทอัตโนมัติชนิดซิมพาเทติกมักจะทำงานมากกว่าปกติ การหายใจเข้าลึก ๆ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อจะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติชนิดพาราซิมพาเทติกซึ่งเป็นระบบที่เกี่ยวกับการผ่อนคลายให้มากขึ้น ซึ่งช่วยสร้างความสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติให้ดีขึ้น

3. รับประทานอาหารที่มีคุณค่าสารอาหารที่สมดุล

การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าสารอาหารไม่สมดุลอาจสร้างความเครียดให้กับระบบประสาทอัตโนมัติได้ ดังนั้นควรรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่และเสริมด้วยสารอาหารที่ช่วยให้การทำงานของระบบประสาททำงานได้ดี เช่น วิตามินบีและแมกนีเซียมซึ่งมีมากในข้าวกล้อง ปลา ถั่ว และผักใบเขียวและเหลือง เป็นต้น ซึ่งจะมีผลช่วยปรับให้การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติสมดุลขึ้น

4. ออกกำลังกายอย่างมีความสุขในปริมาณที่พอเหมาะอย่างต่อเนื่อง

การออกกำลังกายด้วยใจที่เป็นสุขในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น โยคะ เดิน และปั่นจักรยานเป็นต้น จะมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมากในการส่งเสริมให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานได้สมดุลกัน

5. จัดสรรเวลาให้กับตัวเอง

ความเครียดเป็นสาเหตุหลักของความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ แม้ในชีวิตประจำวันที่แสนยุ่งวุ่นวาย แต่การจัดสรรเวลาให้ตัวเองได้ผ่อนคลายและรู้สึกสงบ เช่น การอ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือแช่น้ำอุ่น เป็นต้น จะช่วยให้การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติทำงานได้อย่างสมดุลขึ้น

ระบบประสาทอัตโนมัติที่ทำงานอย่างสมดุลจะทำให้บุคลลมีความมั่นคงทางจิตใจและทำให้สภาวะทั่วทั้งร่างกายดี หากระบบประสาทชนิดนี้ถูกรบกวนอย่างต่อเนื่องก็จะส่งผลเสียต่อระบบการไหลเวียนของเลือด ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ตลอดจนก่อให้เกิดความไม่สบายตัว นอนไม่หลับและมีภาวะเศร้าซึมและหดหู่ เป็นต้น การคงความสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติคือก้าวแรกสู่การมีชีวิตที่มีสุขภาพดีในทุก ๆ วัน ดังนั้นอย่ามองข้ามสัญญาณเล็ก ๆ น้อย ๆ จากร่างกายเราค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: news.yahoo.co.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...