โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชายเกาหลีเปิดโปง'61วันในขุมนรกกัมพูชา' โดนแก๊งโหดซ้อมน่วม-แฉด้านมืดตำรวจเขมร

แนวหน้า

เผยแพร่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

16 ตุลาคม 2568 สำนักข่าว Korea JoongAng Daily (โคเรีย จุงอัง เดลี่) ของประเทศเกาหลีใต้ ได้นำเสนอข่าว "'61 days in hell': Korean man recounts being trafficked in Cambodia" เปิดใจชายชาวเกาหลีคนหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งอาชญากรรมในกัมพูชาและถูกขังอยู่ 61 วันเหมือนติดอยู่ในนรก เพราะถูกซ้อม ขายต่อ และถูกตำรวจกัมพูชาจับติดคุกหลังขอความช่วยเหลือ

'ฮอ มิน-จอง' (นามสมมุติ) วัย 40 ปี เดินทางไปเที่ยวพักผ่อนที่เมืองสีหนุวิลล์ ของกัมพูชาเพียงลำพัง เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม เขาเดินทางไปที่กาสิโนแห่งหนึ่งกับคนรู้จักชาวเกาหลี แล้วก็ได้พบกับกลุ่มชายชาวจีนที่คนรู้จักแนะนำมา พวกเขานั่งดื่มด้วยกัน ก่อนที่สถานการณ์จะพลิกผันกลายเป็นฝันร้ายที่ฮอเรียกว่า "นรก 61 วันในกัมพูชา"

เมื่อคนรู้จักลุกออกจากโต๊ะไป กลุ่มชายชาวจีนได้ล็อกประตู แล้วล้อมตัว 'ฮอ มิน-จอง' พร้อมกับเรียกค่าไถ่จากเขา กลุ่มชายชาวจีนบอกให้'ฮอ มิน-จอง'โทรหาเพื่อน และบอกว่าให้โอนเงินมา 5,000 – 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยราว 160,000 - 320,000 บาท เพื่อแลกกับอิสรภาพ กลุ่มคนร้ายเอาทรัพย์สินของ'ฮอ มิน-จอง'ไปจนหมด เหลือไว้เพียงแค่โทรศัพท์มือถือ เขาจึงติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังสถานทูตเกาหลีใต้ผ่านแอปเทเลแกรม

แต่ทางสถานทูตได้บอกให้เขากรอกเอกสารหลายฉบับและส่งรูปถ่ายของสถานที่ที่ถูกขังอยู่ ซึ่งเขาบอกว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะถูกจับตัวอยู่ สุดท้ายเขาตัดสินใจส่งข้อความสั้นๆ ไปแทนเพื่ออธิบานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เขาบอกกับสถานทูตว่า ตึกที่เขาอยู่มีสภาพภายนอกเหมือนกับตึกทั่วไป แต่ตั้งแต่ชั้น 5 ถึงชั้น 20 เต็มไปด้วยออฟฟิศของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่สถานทูตตอบกลับมาว่า อาจต้องใช้เวลาสองถึงสามวัน

'ฮอ มิน-จอง' (นามสมมุติ) เล่าต่ออีกว่า เขาถูกทุบตีอยู่ 3 วัน และถูกบังคับให้อยู่ในท่าที่เจ็บปวด พอมีท่าทีอ่อนแรง เขาก็จะถูกทุบด้วยขวดหรือที่เขี่ยบุหรี่ ในวันที่สาม กลุ่มผู้ลักพาตัวได้ขายเขาต่อให้กับชายอีกคนหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ 'เม่น' ซึ่งเป็นนายหน้าชาวเกาหลี-จีน ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายบัญชีธนาคารให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งฮอเล่าว่า เม่นได้บอกกับเขาว่า เขาจะหาเงินได้ถ้าเข้าร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ต่อมา 8 กรกฎาคม ตำรวจกัมพูชาได้บุกเข้าตรวจค้นอาคารดังกล่าว แต่แทนที่จะจับกุมผู้กระทำผิดเพียงอย่างเดียว พวกเขากลับควบคุมตัว'ฮอ มิน-จอง'ไป เขาบอกว่าเขาต้องทำตัวเงียบๆ เพื่อไม่ให้ตำรวจและคนอื่นๆ รู้ว่าเขาเป็นคนแจ้งความ

'ฮอ มิน-จอง' ถูกขังอยู่ภายในห้องขังเล็กๆ ที่พื้นดินปูด้วยฟางและมีลูกกรงเปิดโล่งให้ฝนสาดเข้ามาภายในสถานีตำรวจกัมพูชา เขาเล่าว่าสภาพความเป็นอยู่นั้นเลวร้ายมาก เพราะมีจิ้งจกและแมลงสาบเต็มไปหมด ตอนแรกเขาคิดว่าจะได้รับการปล่อยตัว เพราะเป็นเหยื่อ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ จนในที่สุด เขาตัดสินแหกคุกออกมาแต่ก็ถูกจับได้ในอีกสองชั่วโมงต่อมา และถูกย้ายไปขังในห้องขังอีกห้องที่มีแออัดอย่างมาก ซึ่งเขาบรรยายว่า "เหมือนกับนรก" เพราะมีคนอยู่รวมกันมากถึง 35 คนในห้องที่มีขนาดเพียง 4X5 เมตร

พื้นลื่นไปด้วยเหงื่อ และอากาศก็หายใจแทบไม่ออก ความรู้สึกของเขาเหมือนถูกโยนลงไปในกองไฟ ผู้ต้องขังได้รับน้ำสกปรกวันละสองครั้ง และอาหารมื้อเล็กๆ สองมื้อ เป็นข้าวกับไข่ครึ่งฟอง 'ฮอ มิน-จอง' ถูกขังอยู่ที่นั่นนานประมาณ 5 สัปดาห์ นักโทษคนอื่นๆ บอกเขาว่า กลุ่มคนร้ายได้ติดสินบนตำรวจหลังถูกจับ โดยจ่ายเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยราว 3.2 ล้านบาท ให้ผู้กำกับการตำรวจเพื่อพักในห้องแอร์ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัว แม้กระทั่งฆาตกรที่ฆ่าคน 3 ศพยังจ่ายเงิน 20,000 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 651,000 บาท แล้วเดินออกจากคุกได้ใน 4 วัน

ต่อมาในวันที่ 11 สิงหาคม 'ฮอ มิน-จอง' ถูกย้ายไปยังศูนย์กักกันคนเข้าเมืองที่มีห้องขังใหญ่ขึ้นมาหน่อย พวกเขาบอกกับฮอว่าเป็นการคุ้มครอง แต่เขารู้สึกว่าเหมือนถูกจองจำ เจ้าหน้าที่เรียกเงินจากเขา 1 ล้านวอน คิดเป็นเงินไทยราว 22,000 บาท เพื่อแลกกับการใช้โทรศัพท์ แต่เขาก็ยังไม่ได้พบกับเจ้าหน้าที่จากสถานทูตเกาหลีใต้เลย หลังจากผ่านไป 3 สัปดาห์ ในวันที่ 31 สิงหาคม ในที่สุด'ฮอ มิน-จอง' ก็ได้เดินทางกลับเกาหลีใต้ ด้วยความช่วยเหลือจากสำนักงานของ ส.ส. พัค ชานแด จากพรรคประชาธิปไตย 'ฮอ มิน-จอง' บอกว่าเขาได้กลับบ้านพร้อมกับเหยื่อคนอื่น ๆ และแม้ว่าเขาจะเป็นเหยื่อ แต่กลับถูกขังอยู่รวมกับอาชญากร และสถานทูตก็ทอดทิ้งพวกเขา ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาเป็นอย่างไร

เรียบเรียงจาก : Korea JoongAng Daily

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...