โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ผู้ประกาศข่าวดังช่อง 3 ถูกแก๊งคอลฯหลอก สูญเงินไปกว่า 1,000,000

สยามนิวส์

เผยแพร่ 09 ส.ค. 2566 เวลา 12.36 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ผู้ประกาศข่าวดังช่อง 3 ถูกแก๊งคอลฯ สูญเงินไปกว่า 1,000,000

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 9 ส.ค.66 น.ส.ประวีณมัย บ่ายคล้อย ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 เดินทางไปแจ้งความกับ ร.ต.อ.มงคล ชัยศิลป์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดูดเงิน เสียหายกว่า 1 ล้านบาท

น.ส.ประวีณมัย เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ที่ผ่านมา ระหว่างที่ทำงานอยู่บ้าน ได้มีโทรศัพท์โทรเข้ามา อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดิน และพูดถึงข้อมูลที่ดิน โดยอ้างว่าจะให้อัพเดทข้อมูลที่ดิน ช่วงนี้เป็นช่วงของการเสียภาษีที่ดินอยู่พอดี และจากการตรวจสอบชื่อในเว็บไซต์ของกรมที่ดินพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดินประจำจังหวัดภูเก็ต จึงเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงๆ และได้ให้แอดไลน์โดยใช้ไอดีไลน์

จากนั้นแอดเข้าไป ก็จะมีเจ้าหน้าที่ทักเข้ามาว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินฝ่ายทะเบียนออนไลน์ ทักเข้าถามว่าสะดวกคุยมั้ย เราก็ตอบกลับไปว่าสะดวก จากนั้นเขาจึงโทรกลับมาพูดแล้วให้เราติดตั้งแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ โดยออกอุบายว่าต้องให้ทำการอัพเดต ผ่านโทรศัพท์มือถือที่เป็น iOS หรือ แอนดรอยด์เท่านั้น

เมื่อติดตั้งแอพพลิเคชั่นแล้ว ปลายสายแนะนำให้ทำตามขั้นตอนการลงทะเบียนในระบบแอพพลิเคชั่น และยืนยันรหัสโอทีพีและการสแกนหน้า 2-3 ครั้ง แต่ก็ยังไม่สำเร็จจนเวลาล่วงเลยไปนานกว่า 1 ชั่วโมง ตลอดการพูดคุยมีการประวิงเวลาเพื่อไม่ให้ตนวางสายและออกจากแอพพลิเคชั่น จากนั้นเริ่มสงสัยและไม่ขอทำธุรกรรมด้วย จึงออกจากระบบ เมื่อตรวจสอบภายหลังพบว่ามีหารทำธุรกรรมจากโมบายแบงกิ้งธนาคารหนึ่งที่ผูกบัญชีบัตรเครดิตเอาไว้ มีเงินเข้า 2 ยอด คือ 500,000 บาท และ 120,000 บาท ที่ถอนจากบัตรเครดิต บวกกับเงินที่มีอยู่ในบัญชีอีก 55,000 บาท

ทั้งหมดถูกโอนออกจากบัญชีไปยังบัญชีบุคคลอื่น เป็นเงิน 675,000 บาท และเมื่อไปตรวจสอบบัญชีธนาคารอื่นอีกหนึ่ง บัญชีก็พบว่า เงินฝากกว่า 100,000 บาทถูกกดออกไป และอีกบัญชีหนึ่งพบว่ามีการถอนเงินจากบัตรเคดิต 200,000 บาท รวม 3 บัญชี ซึ่งทุกบัญชีจะถูกโอนไปยังบัญชีชื่อ นายภานุพันธ์ จิรเมฆ แต่ไม่ซ้ำธนาคาร คาดว่าเป็นบัญชีม้า พบมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000,000 บาท จึงรีบติดต่อ ไปยังธนาคารเพื่อจะขออายัดบัญชีปลายทาง แต่ธนาคารแจ้งว่าต้องมาแจ้งความก่อน เพื่อขอรหัสถึงจะสามารถอายัดบัญชีปลายทางได้

น.ส.ประวีณมัย กล่าวต่อว่า ที่หลงเชื่อเนื่องจากมิจฉาชีพมีข้อมูลที่ตรงกับผู้ที่จะเสียภาษี และเป็นช่วงที่ต้องเสียภาษี รวมถึงไลน์ที่ติดต่อและแอพพลิเคชั่นมีโลโก้ของกรมที่ดินจริง และยังสามารถบอกรายละเอียดหน้าจอขณะดาวน์โหลดรวมถึงเลขข้อมูลโฉนดที่ดินได้ถูกต้อง ซึ่งตนยอมรับว่าพลาดที่ไม่ทันระวังตัวเนื่องจากขณะนั้นเธอทำงานอื่นไปด้วย จึงไม่ทันสังเกตุ

เบื้องต้นพนักงานสอบทำการสอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อรวบร่วมพยานหลักฐาน ส่งให้ฝ่ายสืบสวนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งหมดถูกโอนออกจากบัญชีไปยังบัญชีบุคคลอื่น เป็นเงิน 675,000 บาท และเมื่อไปตรวจสอบบัญชีธนาคารอื่นอีกหนึ่ง บัญชีก็พบว่า เงินฝากกว่า 100,000 บาทถูกกดออกไป และอีกบัญชีหนึ่งพบว่ามีการถอนเงินจากบัตรเคดิต 200,000 บาท รวม 3 บัญชี ซึ่งทุกบัญชีจะถูกโอนไปยังบัญชีชื่อ นายภานุพันธ์ จิรเมฆ แต่ไม่ซ้ำธนาคาร คาดว่าเป็นบัญชีม้า พบมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000,000 บาท จึงรีบติดต่อ ไปยังธนาคารเพื่อจะขออายัดบัญชีปลายทาง แต่ธนาคารแจ้งว่าต้องมาแจ้งความก่อน เพื่อขอรหัสถึงจะสามารถอายัดบัญชีปลายทางได้

น.ส.ประวีณมัย กล่าวต่อว่า ที่หลงเชื่อเนื่องจากมิจฉาชีพมีข้อมูลที่ตรงกับผู้ที่จะเสียภาษี และเป็นช่วงที่ต้องเสียภาษี รวมถึงไลน์ที่ติดต่อและแอพพลิเคชั่นมีโลโก้ของกรมที่ดินจริง และยังสามารถบอกรายละเอียดหน้าจอขณะดาวน์โหลดรวมถึงเลขข้อมูลโฉนดที่ดินได้ถูกต้อง ซึ่งตนยอมรับว่าพลาดที่ไม่ทันระวังตัวเนื่องจากขณะนั้นเธอทำงานอื่นไปด้วย จึงไม่ทันสังเกตุ

เบื้องต้นพนักงานสอบทำการสอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อรวบร่วมพยานหลักฐาน ส่งให้ฝ่ายสืบสวนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...