โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลประโยชน์กัมพูชา ในฐานทัพเรือ เรียม (Ream) | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 24 ม.ค. 2567 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2566 เวลา 05.00 น.

พอผมเริ่มต้นด้วยผลประโยชน์กัมพูชาในฐานทัพเรือเรียม (Ream) หลายคนคงหัวเราะว่า เขียนไปทำไม ฐานทัพเรือเรียม เป็นของกัมพูชา อยู่ในประเทศกัมพูชา กัมพูชาย่อมมีผลประโยชน์แน่นอน

อาจจริงครับ แต่การรับรู้ของคนจำนวนมากทั้งไทยและเทศกำลังจมอยู่ในข้อถกเถียงเรื่อง ฐานทัพเรือเรียมในกรอบของการแข่งขันทางการเมืองระหว่างประเทศระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา

นี่ก็เป็นความจริงอีกชุดหนึ่ง แต่ผมจะลองเน้นไปที่ผลประโยชน์ของกัมพูชา

กัมพูชาเป็นชาติเล็กที่แนวคิดและนโยบายของชนชั้นนำไม่เล็กอย่างที่ใครๆ เข้าใจ

ข้อถกเถียง

ถ้าเป็นเรื่องฐานทัพเรือเรียม ส่วนใหญ่มุ่งไปที่มิตรภาพกัมพูชากับจีน

ข่าวการให้เงินอุดหนุน การปรับปรุงฐานทัพเรือเรียม ซึ่งอยู่ทางใต้ของกัมพูชา มีการนำเสนอว่าเป็นท่าเรือน้ำลึก มีฐานทัพเรือ มีศักยภาพในการใช้เป็นอู่เรือบรรทุกเครื่องบินและเรือชนิดต่างๆ ของกองทัพเรือจีน ที่ท้าทายการมีอยู่ของกองเรือสหรัฐอเมริกาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้1

ดังจะเห็นรายงานข่าวของสื่อสำคัญ มีการรายงานถึงฐานทัพจีนในกัมพูชา มีการมองการพัฒนาฐานทัพผ่านการแข่งขันระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ประเมินให้เห็นว่า กัมพูชาเสี่ยงการขาดความเป็นอิสระทางนโยบายต่างประเทศ

มีการตั้งข้อสังเกตถึงรัฐบาลกัมพูชาโจมตีซ้ำๆ ต่อการรุกรานยูเครนของรัสเซีย อันแสดงถึงภาพของความพยายามลดการพึ่งพาอิทธิพลจีนและปรับปรุงความสัมพันธ์ของกัมพูชาต่อชาติตะวันตก

แต่สิ่งที่ขาดหายไปมากของการถกเถียงเรื่องฐานทัพเรือเรียมคือ ผลประโยชน์แห่งชาติของรัฐบาลกัมพูชา

โดยเฉพาะความปรารถนาให้ได้มาซึ่งความสามารถและอุปกรณ์ต่างๆ ของกองทัพเรือกัมพูชาและบริบทที่กว้างไปถึงการพัฒนาเศรษฐกิจกัมพูชา

ผลประโยชน์ของกัมพูชา

การพัฒนาฐานทัพเรือเรียมสัมผัสได้กับความสำคัญอันดับแรกในแผนป้องกันประเทศกัมพูชา (National Defense Policy) 20222 คือการป้องกันชายแดน (Border Defense)

ในช่วง 2008-2011 ความขัดแย้งเขาพระวิหารกับไทย ทำให้กองทัพกัมพูชาดำเนินการครั้งใหญ่ในการปฏิรูปกองทัพ มีเป้าหมายปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนกัมพูชา

โดยเกิดขึ้นทันทีหลังเกิดการปะทะกับไทยเรื่องเขาพระวิหารในปี ค.ศ.2008 รัฐบาลกัมพูชาประกาศเพิ่มงบประมาณการทหารเป็น 2 เท่า แม้ว่ามีความช่วยเหลือทางทหารของจีน เงินกู้และการฝึกฝนจากทางจีน

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นประสบความสำเร็จด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงกับรัฐบาลกัมพูชา การขยายความร่วมมือทางทหารต่อมาได้เพิ่มความแน่นแฟ้นต่อกันภายใต้ MOU ว่าด้วยการจัดเป็นประจำการประชุมทางการเมืองและทางทหารญี่ปุ่น-กัมพูชา (Japan-Cambodia Politico-Military Dialogue)

ปีที่แล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติเงินกู้ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อใช้ก่อสร้างเทอร์มินอลเพิ่มเติมของท่าเรือสีหนุวิลล์ การพัฒนานี้หาทางเพิ่มความสามารถการส่งออกสู่นานาชาติของกัมพูชา ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาท่าเรือของประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ

กองเรือจากกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล (Japan Maritime Self Defense Force) เยือนท่าเรือน้ำลึกสีหนุวิลล์เป็นเวลา 3 วันในเดือนมีนาคม 2023 ในปี 2022 เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นที่ท่าเรือน้ำลึกสีหนุวิลล์ได้รับเชิญให้เยือนฐานทัพเรือเรียม และทางรัฐบาลญี่ปุ่นยังลงทุนอย่างสำคัญในท่าเรือพาณิชย์ที่ไม่ได้เป็นท่าเรือน้ำลึก ที่มีโอกาสและมีศักยภาพใช้แบบที่มีการเพิ่มบทบาทของจีนในฐานทัพเรือเรียมด้วย

ด้วยเหตุผลหลักทางเศรษฐกิจ ท่าเรือสีหนุวิลล์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชาตกลงข้อเสนอก่อสร้างการขนส่งทางน้ำ (transportation waterway) ระหว่างแม่น้ำโขงกับทะเลจังหวัดแก๊บ (Kep) นับเป็นครั้งแรกที่เรือจะสามารถเข้าสู่ทะเลโดยตรงจากแม่น้ำโขง

เราไม่ควรประเมินต่ำเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจของกัมพูชา ด้วยมากกว่า 70% การนำเข้าและส่งออกทำผ่านท่าเรือสีหนุวิลล์ ซึ่งตอนนี้สามารถเข้าถึงทางน้ำได้จากเมืองพนมเปญเลย เพื่อกระจายโอกาสการส่งออก นอกจากสีหนุวิลล์และท่าเรือต่างๆ ในไทย เวียดนาม ท่าเรือนานาชาติกำลังก่อสร้างที่จังหวัดเกาะกง (Koh Kong) ของกัมพูชา

โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เหล่านี้อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ จากยุทธศาสตร์การทูตเศรษฐกิจ (Economic Diplomacy Strategy) 2021-20233 ซึ่งรายการต่างๆ ในการสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศเป็นจุดเน้นใหญ่อันดับ 2 ในแนวทางนี้ ฐานทัพเรือคือ 1 ในการพัฒนาใหญ่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งกัมพูชา และเป็นส่วนใหญ่กว่าของแนวทางระดับชาติเพื่อกระฉับความสามารถและอิสระของรัฐเล็ก (Small State) กับประเทศเพื่อนบ้านและเศรษฐกิจโลก

มิติความมั่นคงชายแดนและนานาชาติ

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้อยู่ภายในบริบทของความมั่นคงทางชายแดน ที่ยังเป็นความกังวลสูงสุดด้านการป้องกันประเทศ แม้มีความก้าวหน้าสำคัญด้านการปักปัน (demarcation) เขตแดนกัมพูชาทางพื้นดินและชายแดนทางทะเลกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดยังคงไม่สมบูรณ์

ปีที่แล้ว กัมพูชาได้เจรจาเรื่องบริเวณชายแดน ยังคงมีการปักปันเขตแดนกับเวียดนาม (90% สมบูรณ์แล้ว) และกับไทย ควรบันทึกด้วยว่า การเจรจากับไทย รวมทั้งกลับมาเจรจากันภายใต้ MOU 2001 การพัฒนาที่เรียกว่า พื้นที่ทับซ้อนอ่าวไทย มีพื้นที่ราว 26,000 ตารางกิโลเมตร MOU 2001 ถูกทำให้เป็นโมฆะระหว่างเกิดวิกฤตการณ์เขาพระวิหารปี 2009

ในปี 1997 ไทยและเวียดนามบรรลุข้อตกลงประวัติศาสตร์อ้างพื้นที่ทับซ้อนระหว่างกันในอ่าวไทยที่มั่งคั่งทางทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ในการเจรจาที่ผ่านมา รัฐบาลไทยให้ใบอนุญาตการสำรวจและผลิต (Exploration and Produce) ในอ่าวไทยแก่บริษัท Chevron ในปี 2017 รัฐบาลกัมพูชาลงนามครั้งแรกในข้อตกลงกับบริษัทสิงคโปร์เพื่อสำรวจและผลิตน้ำมัน

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา กองทัพเรือไทยและเวียดนามได้ร่วมจัดกองเรือร่วมในอ่าวไทย

กัมพูชาและไทยตกลงเหมือนกัน จัดกองกำลังร่วมพรมแดนพื้นดินระหว่างวิกฤตเขาพระวิหาร

กัมพูชาและเวียดนามมีการใช้กองเรือร่วมเป็นประจำ ด้วยผลประโยชน์ที่ค้นพบใหม่ในการนำทรัพยากรธรรมชาติในอ่าวไทย และความขัดแยกชัดเจนทางทะเล กลไกความร่วมมือทางทะเลจะมีความสำคัญมากเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพภูมิภาค

แต่ด้วยความสามารถที่จำกัดของกองทัพเรือกัมพูชา การพัฒนาอีกฐานทัพเรือหนึ่งคือ ฐานทัพเรือเรียม มีอุปกรณ์ทางทหารเพิ่มขึ้นในการแสดงถึงทั้งต่อความมั่นคงดั้งเดิม (Traditional Security) และความมั่นคงใหม่ (Non-Traditional Security) ในอ่าวไทย

ในแง่นี้ เมืองเรียมตั้งอยู่ในการปฏิบัติการร่วมของกองกำลังผสมที่ทำหน้าที่ความมั่นคงทางทะเล ผ่านคณะกรรมาธิการแห่งชาติว่าด้วยความมั่นคงทางทะล (National Committee on Maritime Security)

นี่เองเป็นการปรับปรุงอย่างสำคัญต่อการขาดหน่วยงานร่วมมือภายในช่วงก่อนหน้านั้น อีกทั้งยังเป็นแสดงว่า รัฐบาลกัมพูชาทำงานเพื่อกระฉับความสามารถทางทะเลของตนมามากกว่าทศวรรษอีกด้วย

อาจกล่าวได้ว่า ความมั่นคงทางทะเลและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของกัมพูชาเป็นข้อถกเถียงเกี่ยวกับบทบาท อิทธิพลและผลประโยชน์ของจีนที่ฐานทัพเรือเรียม แต่เราควรใช้เรื่องฐานทัพเรือนี้เป็นการกระทำของรัฐเล็กที่ไม่ควรลดความสัมพันธ์กับชาติมหาอำนาจด้วย

มีข้อน่าสนใจอย่างน้อยอีกคือ ฐานทัพเรือเรียม สัมพันธ์อย่างแยกไม่ออกกับวิสัยทัศน์ของชนชั้นนำทางนโยบายกัมพูชาเรื่องความมั่นคงด้านชายแดน ที่ยังเป็นที่กังวลต่อเนื่องยาวนานและแก้ไม่ตก แล้วยังถูกกระตุ้นด้วยความขัดแย้งและเผชิญหน้ากับประเทศเพื่อนบ้านอยู่ตลอดเวลาประวัติศาสตร์

ฐานทัพเรือเป็นทั้งการเสริมสร้างสมรรถนะด้านความมั่นคงทางทหาร เป็นการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เป็นการขยายสู่การพัฒนาเศรษฐกิจทั้งในแง่การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และการพัฒนาเศรษฐกิจการนำเข้าและการส่งออกในแง่เป็นท่าเรือเพื่อการนำเข้าและส่งออกสินค้าและบริการ

โดยมีสิ่งที่ฝังตัวอยู่ด้วยคือ ความมั่นคงทางชายแดนทั้งทางทะเลรวมทั้งทางบกอีกด้วย ซึ่งชนชั้นนำกัมพูชายังรู้สึกไม่มั่นคง (Insecurity) เลย

ไม่ว่ามองในแง่ไหน ฐานทัพเรือ การปฏิรูปกองทัพ โลกทัศน์อันไม่มั่นคงของกัมพูชา มีความสำคัญต่อไทย แล้วอะไรคือโลกทัศน์และนโยบายความั่นคงไทย ในยุคผู้เชี่ยวชาญความมั่นคงครองเมือง

1Jack Detsch, “US. Look to Check Chinese Advances at Cambodian Naval Base” Foreign Policy, 5 December 2022.

2Chanrambath Bong, “Unpacking Cambodia’s 2022 Defence White Paper” Fulcrum, ISEAS, Singapore 20 June 2022.

3Economic Diplomacy Strategy 2021-2023, Ministry of Foreign Affairs and International Cooperation, Cambodia, 13 January 2021

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผลประโยชน์กัมพูชา ในฐานทัพเรือ เรียม (Ream) | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...