โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เกิดใหม่ไม่นานก็กลายเป็นเมียเก่าพระรองแล้ว

นิยาย Dek-D

อัพเดต 16 ต.ค. 2566 เวลา 00.30 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2566 เวลา 00.30 น. • Mustard
หลังจากตื่นมาไม่กี่นาทีก็พบว่าตัวเองได้กลายเป็นอดีตภรรยาของพระรองไปเสียแล้ว แถมไม่กี่เดือนถัดมาเธอก็ต้องเข้าไปพัวพันกับเหล่าตัวเอกในนิยายอีกครั้ง อริสาตระหนักได้ว่าชีวิตสงบสุขได้ตายจากเธอไปแล้วจริง ๆ

ข้อมูลเบื้องต้น

หลังจากตื่นมาไม่กี่นาทีก็พบว่าตัวเองได้กลายเป็นอดีตภรรยาของพระรองไปเสียแล้ว แถมไม่กี่เดือนถัดมาเธอก็ต้องเข้าไปพัวพันกับเหล่าตัวเอกในนิยายอีกครั้ง อริสาตระหนักได้ว่าชีวิตสงบสุขได้ตายจากเธอไปแล้วจริง ๆ

คำโปรย

หลังจากประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่เธอตื่นขึ้นมาในร่างของอริสา นางร้ายปลายแถวหรือภรรยาของพระรองในนิยายที่พึ่งอ่านมาเมื่อไม่นาน แต่จากนั้นไม่กี่นาทีต่อมาก็พบว่าตัวเองได้กลายเป็นอดีตภรรยาไปเสียแล้วเพราะร่างเดิมดันไปแอบมีชู้แล้วถูกจับได้ เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะขอโทษหรืออธิบายอะไรให้เขาฟังทั้งนั้น ทำได้เพียงเซ็นชื่อลงบนใบหย่าให้เขาไปตามที่อีกฝ่ายต้องการ

ในตอนนั้นแม้จะตกใจกลัวไม่น้อยกับท่าทีขึงขังของอดีตสามีแต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกโล่งอกเช่นกัน อริสาคิดว่าเธอคงไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับตัวเอกในนิยายอีกและได้ใช้ชีวิตของตัวเองในโลกใหม่ แต่ชีวิตใครจะสุขสบายขนาดนั้นกันเล่า

เมื่อไม่กี่เดือนถัดมาเธอได้รู้ว่าตัวเองมีภารกิจต้องช่วยบริษัทของพระเอกในนิยายไม่ให้ถูกทรยศในอนาคต แต่นั่นยังซวยไม่มากพอเพราะในวันเดียวกันอริสาต้องมาเจอกับเด็กจอมดื้อด้านอย่างจอมทัพ ลูกชายเพียงคนเดียวของเธอกับอดีตสามี ในวันนั้นอริสารู้แล้วว่าวันที่สงบสุขของเธอได้จบลงไปแล้วจริง ๆ

คำเตือน

กรุณาโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน กรุณาพิมพ์ด้วยถ้อยคำที่สุภาพเพื่อถนอมหัวใจดวงน้อย ๆ ของเรา

นิยายเรื่องนี้แต่งตามจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาจะพาดพิงถึงบุคคลใดทั้งสิ้นและ

❗️ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงเด็ดขาด❗️

??’•✨และสุดท้ายฝากติดตามเรื่องนี้และเรื่องอื่น ๆ ด้วยนะคะ✨??’•

Facebook : https://www.facebook.com/Blueasphodelmustard

Twitter : https://twitter.com/asphodel_blue

กลายเป็นอดีตภรรยา

บทที่ 1 กลายเป็นอดีตภรรยา

ในวันที่ฝนตกพรำท้องฟ้ามืดหม่นไปด้วยเมฆสีเทา หลายคนต่างเลือกที่จะไม่ออกเดินทางไปไหนต่างกับรถยนต์คันหรูสีดำจากยุโรปที่กำลังเคลื่อนตัวไปยังสถานที่ราชการแห่งหนึ่งด้วยความเร็วสูงทว่าคนในรถกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวอะไร ในระหว่างนั้นชายคนขับก็เหลือบมองกระจกหลังเป็นระยะ เผยให้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนอนหลับใหลอยู่ที่เบาะหนังราคาแพงด้านหลัง สายตาของเขามองมายังเธอด้วยความดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่ปกปิด

‘อริสา’ เป็นถึงภรรยาของผู้นำตระกูลเก่าแก่อย่างตระกูลวัชรเตชวานิช ตั้งแต่เมื่อหกปีก่อนที่เธอได้เข้ามาอยู่ในตระกูลนี้ไม่ว่าจะอยากได้หรือต้องการอะไร สิ่งนั้นก็มักจะถูกวางอยู่ตรงหน้าเธอเสมอ รวมทั้งชื่อเสียงเงินทองมากมายที่เจ้านายของเขาได้มอบให้เธอ แต่หญิงชั่วคนนี้กลับไม่รู้จักคำว่าพอ เธอกล้า คบชู้ในระหว่างที่เจ้านายของเขาไปทำงานที่ต่างประเทศ

แต่ถึงอย่างนั้นวันหนึ่งความชั่วก็ต้องปรากฏขึ้นดังสำนวนที่ว่าช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด เมื่อวานน้องสาวของผู้นำตระกูลอย่าง ‘ไอรา’ ได้มาพบชายชู้และหญิงชั่วคนนั้นหลับนอนด้วยกันที่โรงแรมในเครือของบริษัท เธอตกใจและโกรธมากจนแทบอยากจะลากผู้หญิงคนนี้ออกมาจากห้องนั้นให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพื่อปกปิดข่าวไม่ให้คนนอกรู้จึงไม่ได้โวยวายอะไรออกมา ทำได้เพียงแยกทั้งสองคนออกจากกันและแจ้งเรื่องนี้ให้พี่ชายอย่าง ‘ไอศูรย์’ ได้ทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

ทันทีที่เขาทราบเรื่องก็ไม่ปล่อยให้ปัญหานี้ยืดเยื้อ วันถัดมาจึงนัดหย่ากับหญิงมักมากคนนี้ทันที แม้ว่าเมื่อวานจะอยู่ที่ต่างประเทศแต่ตอนนี้กลับรออยู่ที่สำนักงานเขตเรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างเร่งรีบจัดการปัญหาตรงหน้าให้เสร็จแต่คงจะมีแค่หญิงคนนี้ที่กล้านอนหลับทั้งที่พึ่งทำเรื่องน่าอับอายไปไม่นาน

เธอหลับตั้งแต่ขึ้นรถยนต์มาด้วยซ้ำ แม้ว่าจะใจกล้าเพียงใดแต่ก็ควรมีจิตสำนึกรู้สึกผิดในเรื่องที่ทำไปบ้าง อย่างน้อย ๆ ก็ควรร้องไห้หรือมีท่าทีเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป ทว่าหญิงคนนี้กลับไม่รู้สึกผิดและนอนหลับไปทั้งอย่างนั้น!

คนขับรถรู้สึกไม่พอใจและได้แต่ดูถูกเธอในใจเท่านั้น แม้ว่าจะไม่ชอบเพียงใดแต่ด้วยสถานะของเขาก็ไม่มีค่ามากพอที่จะไปวิจารณ์คนอย่างเธอได้ สุดท้ายเขาจึงทำได้แค่ถอนหายใจและขับรถยนต์ไปยังสำนักงานเขตตามหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น

เมื่อมาถึงเขาก็เห็นว่าเธอยังหลับอยู่อีก จึงปลุกด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “คุณอริสา ตอนนี้พวกเราถึงแล้ว คุณควรตื่นได้แล้วครับ!”

อริสาที่นอนหลับอยู่ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เธอมึนงงสับสนไม่คุ้นเคยกับทุกอย่างตรงหน้า แล้วเมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นสีหน้าไม่พอใจของชายคนหนึ่งจ้องมาที่เธอ

“คุณควรลงจากรถได้แล้ว ตอนนี้ทุกคนกำลังรออยู่ครับ” แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ท่าทีที่แสดงออกกลับไม่มีความเคารพอยู่เลย

“อืม เข้าใจแล้ว” ถึงจะมีสติไม่ครบถ้วนแต่ก็ตอบรับไป

อริสาเดินลงมาจากรถด้วยความมึนงงสับสนอีกครั้ง บรรยากาศโดยรอบหนาวเหน็บเย็นยะเยือกไม่มีความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย เธอมองไปรอบ ๆ และเห็นว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่คุ้นเคยเลยสักนิดเดียว นั่นยิ่งสร้างความสับสนให้กับอริสาเข้าไปอีก ทั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนเธอพึ่งเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เนื่องจากถูกแฟนคลับขับรถไล่ตามมาจนเกิดอุบัติเหตุ แต่ตอนนี้กลับมาโผล่อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แม้อยากจะถามชายตรงหน้าแต่ก็ไม่กล้าสักนิด สุดท้ายจึงทำได้แค่เดินตามเขาไป

อริสาเดินเข้ามาและถูกสั่งให้นั่งข้างผู้ชายคนหนึ่ง เขามีผิวขาวและรูปร่างสูงโปร่ง ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเต็มไปด้วยความอึดอัดกดดันจนเธอไม่กล้าที่จะหันหน้าไปมองเขาเลย หลังจากนั้นก็ต้องฟังชายแก่คนหนึ่งพูดก็พอจะจับใจความได้ว่าตอนนี้เธอมีสามีซึ่งเป็นชายคนที่กำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้และทั้งสองคนกำลังจะหย่าร้างกัน ถึงอยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ทุกคนกลับไม่พูดอะไรและปล่อยให้ชายแก่คนนั้นพูดไปเรื่อย ๆ ในเวลานี้อริสาจึงพอจะคาดเดาได้ว่าเธออาจจะทะลุมิติมาอยู่ในที่สักแห่งหนึ่ง

ในตอนที่ใบหย่าถูกยื่นมาตรงหน้าให้ลงลายมือชื่อ เธอมองไปยังกระดาษแผ่นนั้นและเหลือบไปเห็นชื่อของเขา ไอศูรย์งั้นเหรอ?เธอทบทวนชื่อนั้นวนไปวนมาราวกับว่าเคยได้ยินหรือเห็นที่ไหนมาก่อน จนในที่สุดก็นึกออก!

อริสารู้แล้วว่าเธอทะลุเข้ามาในนิยายที่เคยอ่าน และชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เป็นตัวละครสำคัญในเรื่องด้วยเช่นกัน เขามีบทบาทสำคัญเป็นถึงพระรองที่คอยช่วยเหลือนางเอกหลายอย่าง อีกทั้งยังมีกามเทพตัวน้อยอย่าง ‘จอมทัพ’ ผู้ซึ่งเป็นลูกชายของไอศูรย์และอริสาคอยช่วยเหลือแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถชนะใจนางเอกในนิยายได้

และตัวละครที่เธอได้ทะลุเข้ามาอยู่ในร่างก็ดันเป็นอดีตภรรยาเก่าของเขา ในนิยายเธอเป็นแค่ตัวร้ายปลายแถวเท่านั้น หลังจากที่หย่ากันไปก็ไม่ได้กล่าวถึงมากนักจนกระทั่งเงินของอริสาหมดและได้กลับมาขอเงินจากอดีตสามี การกลับมาของอริสาในนิยายเป็นเหมือนการเชื่อมความสัมพันธ์ของพระรองและนางเอกมากกว่าเพราะหลังจากที่อริสาได้มาก่อกวนเขา ไอศูรย์ก็ชอบในตัวของนางเอกเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัวจากการที่เธอได้ปกป้องจอมทัพเอาไว้โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเอง และหลังจากนั้นในนิยายก็ไม่ได้กล่าวถึงอริสาอีกเลยแต่คิดว่าจุดจบของเธอคนนั้นคงจะไม่ดีเท่าไหร่นัก

อริสาคนใหม่ยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อ เธอไม่อยากมีจุดจบเหมือนหญิงคนนั้นเลยแม้แต่น้อย เธออยากจะขอร้องอ้อนวอนเขาให้โอกาสเธออีกสักครั้ง เธอสัญญาว่าจะเป็นแม่ที่ดีและภรรยาที่ดีตลอดไปแน่นอน แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรก็มีเสียงหนึ่งพูดขึ้นมาเสียก่อน

“รีบเซ็นซะ”

เสียงเย็นชาน่ากลัวลอยออกมาจากปากของชายคนที่นั่งข้างเธอ จากคำพูดนั้นอริสารู้แล้วว่าเธอคงไม่มีโอกาสแก้ตัวแน่นอน สิ่งสุดท้ายที่จะทำได้คือรีบเซ็นชื่อและหายไปจากชีวิตของเหล่าตัวเอกในนิยาย อริสาไม่รอช้ารีบเขียนชื่อของตัวเองลงไปทันที

หลังจากนั้นทุกอย่างก็จบลง เธอเดินออกมาจากตึกด้วยสีหน้าโล่งอกและมองเห็นแผ่นหลังของอดีตสามีเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ บรรยากาศอึดอัดเมื่อสักครู่ก็หายไปทันทีรวมทั้งเหล่าก้อนเมฆครึ้มที่เคยลอยอยู่บนท้องฟ้าเช่นกัน แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องลงมากระทบใบหน้าขาวนวล ความอบอุ่นเข้ามาแทนที่ความหนาวเย็นไปจนหมด บางทีนี่อาจจะเป็นสัญญาณบอกว่าความโหดร้ายได้ผ่านพ้นไปแล้ว ชีวิตครั้งใหม่ของเธอได้เริ่มต้นขึ้น

**********

นิยายเรื่องนี้มี 2เล่มจบนะคะ

เปิดให้อ่านฟรี 70%ของแต่ละเล่ม ส่วนอีก30% จะติดเหรียญน้า

E-book เล่ม 1 จะมาไม่เกิน 15 วันหลังเปิดเรื่อง

E-book เล่ม 2 จะมาไม่เกิน 35 วันหลังจากเปิดเรื่องนะคะ

เกือบไม่มีที่ซุกหัวนอน

แต่นั่นอาจจะเป็นแค่เธอที่มีความคิดแบบเด็ก ๆ มองโลกในแง่ดีมากเกินไป หลังจากที่กลับมาถึงคฤหาสน์ก็พบกระเป๋าใบใหญ่สองใบวางรออยู่ที่หน้าประตูแล้วและไม่มีใครพูดอะไรทั้งนั้น ทุกคนเมินเฉยทำราวกับว่าเธอไม่มีตัวตนอยู่ที่นี่ อริสาสับสนจนไม่อยากจะเชื่อกับเหตุการณ์ตรงหน้า เธอรู้แล้วว่าตัวเองคงถูกตัดหางปล่อยวัดแล้วจริง ๆ

จากอากาศที่เคยสดใสเมื่อสักครู่ก็ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆดำอีกครั้ง

“นี่คืออะไร” อริสาถามชายแก่คนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า เดาว่าเขาคงจะเป็นพ่อบ้าน “ทำไมถึงมีกระเป๋าสองใบวางอยู่ตรงนี้”

“นี่คือสิ่งของทั้งหมดของคุณครับ ในวันที่คุณเข้ามาในบ้านหลังนี้ก็มีเพียงแค่กระเป๋าเดินทางสองใบเท่านั้น” พ่อบ้านพูดเสียงเรียบ ท่าทีอ่อนน้อมแต่ก็ไม่มีความเกรงกลัวในน้ำเสียงเช่นกัน

“แต่ของอย่างอื่น-” เธอแย้งขึ้น จำได้ว่ามีสิ่งของมากกว่านี้แน่นอน

“สิ่งของอื่น ๆ ได้ถูกสั่งให้เก็บไปไว้ในสถานที่ที่สมควรแล้วครับ อีกอย่างในกระเป๋าสองใบนี้ก็มีของของคุณครบถ้วน ไม่มีขาดตกบกพร่อง หากคุณอริสาสงสัยสามารถเปิดกระเป๋าตรวจดูได้เลยครับ”

“ไม่ใช่สิ ฉันอยู่ที่นี่มาหลายปีจะมีแค่กระเป๋าสองใบได้อย่างไร” อริสาพยายามจะเดินเข้าไปในบ้าน แต่คนใช้เหล่านั้นก็เดินมาขวางเอาไว้เสียก่อน

“ของสำคัญของคุณมีเท่านี้จริง ๆ ครับ” พ่อบ้านเริ่มพูดเสียงเข้ม “สิ่งของอย่างอื่นถูกคุณไอราคัดแยกไว้หมดแล้วตามที่เธอเห็นสมควร หากคุณอริสายังมีข้อสงสัยสามารถไปถามคุณไอราได้โดยตรงครับ”

“ฉันเข้าใจแล้ว” เธอพูด แม้อยากจะถามต่อแต่ท่าทางนิ่งเฉยไม่รับรู้ปัญหาของอีกฝ่ายก็ชัดเจนแล้วว่าไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้อีก

คำพูดของชายคนนี้ปิดช่องว่างทุกอย่างไว้หมดแล้ว ทั้งการที่บอกว่าเป็นคำสั่งจากคนใหญ่คนโตในบ้าน เขาที่เป็นพ่อบ้านไม่ได้มีอำนาจมากขนาดนั้นที่จะกล้าเก็บของมาวางไว้ตรงนี้ หากอยากจะโวยวายก็ต้องไปพูดกับคนที่สั่งการเท่านั้น และสิ่งของทุกอย่างก็ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือหากจะตรวจสอบก็ย่อมได้แต่นั่นคงจะเสียเวลาเปล่า

ดูจากท่าทางของคนเหล่านี้ก็คงจะไม่ชอบเธอสักเท่าไหร่นักและการที่จะยืนอยู่ตรงนี้ก็คงจะไม่มีความหมายเช่นกัน จะร้องขอให้พวกเขาช่วยเหลือคงมีแต่จะทำให้คนเหล่านี้รู้สึกสมเพชเธอมากกว่าเดิม อีกทั้งในช่วงที่คนขับรถขับเข้ามาภายในคฤหาสน์เธอเองก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมา อริสาจึงได้แต่ยอมรับว่าสถานที่แห่งนี้คงไม่อยากให้เธอเข้ามาเหยียบแล้วจริง ๆ

เธอต้องลากกระเป๋าเดินออกมาที่หน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์โดยที่ไม่มีใครคอยช่วยเหลือเลย หลายคนต่างมองมาและซุบซิบนินทากันไม่หยุด อริสาเดาว่าคนเหล่านั้นคงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้มองมาด้วยความแปลกใจ แต่ในเมื่อไม่ได้ข้องเกี่ยวกับครอบครัวนี้แล้วเธอก็จะไม่สนใจและปล่อยให้พวกเขาคิดกันไปเอง

อริสาต้องเรียกแท็กซี่กลับเข้ามาในเมืองทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน เธอมองไปยังตึกสูงตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าพร้อมกับกระเป๋าเดินทางสองใบที่อยู่ในมือ ไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าจะไม่มีที่ซุกหัวนอนตั้งแต่วันแรกที่ได้ทะลุเข้ามาในนิยาย

“อย่างน้อยครอบครัวนั้นก็ควรให้เวลาฉันเตรียมตัวสักหน่อยสิ แต่นี่ให้กระเป๋ามาสองใบแค่นี้เนี่ยนะ ถึงจะโกรธแค้นกันขนาดไหนก็ไม่ควรไล่กันแบบนี้” อริสาบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจ รู้ทั้งรู้ว่าร่างเดิมแอบไปมีชู้จนถูกไล่ตะเพิดออกมาแบบนี้แต่เธอก็ยังอดโมโหไม่ได้

ในระหว่างที่นั่งแท็กซี่อริสาได้เห็นความทรงจำของร่างเดิมและรู้ว่าก่อนจะแต่งงานเธอมีฐานะค่อนข้างยากจน ต้องเรียนและทำงานไปด้วยและเป็นเพียงลูกสาวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลยสักคน แม่ที่เลี้ยงดูมาก็เสียชีวิตไปก่อนที่เธอจะให้กำเนิดลูกชายกับไอศูรย์เสียอีก อริสาได้แต่คิดว่าร่างเดิมก็มีชีวิตคล้ายกับเธอก่อนที่จะเข้ามาในนิยาย แต่ต่างกันตรงที่เธอยังมีเงินเป็นของตัวเองแต่ร่างเดิมกลับไม่มีสักบาทเดียว!!!

อริสาถอนหายใจหลายครั้ง ทุกบัตรที่มีในกระเป๋าเงินก็ใช้ไม่ได้เลยสักใบแถมเงินในบัญชีก็ด้วย ตอนที่จ่ายเงินก็ต้องนับเศษเหรียญในกระเป๋า แม้จะอับอายที่ต้องถูกมองด้วยสายตาแบบนั้นแต่เธอก็ต้องอดทนนับเหรียญให้คนขับแท็กซี่ไป ทั้งที่เคยเป็นถึงภรรยาของผู้นำตระกูลเก่าแก่ที่ตอนนี้กำลังรุ่งโรจน์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและอำนาจ แต่กลับไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลยสักชิ้นเดียว!

ของทุกอย่างที่เคยได้มาก็คงจะเป็นเหมือนการให้ยืมจากไอศูรย์เพียงเท่านั้น ตอนนี้เธอไม่ได้มีสถานะอะไรเกี่ยวกับเขาแล้ว ทุกอย่างที่มีก็คงจะต้องคืนเจ้าของไป

อริสาเดินตามหาร้านขายเครื่องประดับ โชคดีที่บนร่างกายเธอยังมีเครื่องประดับอยู่บ้าง อย่างน้อยขายของเหล่านี้ไปก็พอจะช่วยชีวิตได้อีกหลายเดือน แต่จู่ ๆ ท้องของเธอก็ร้องเสียงดังด้วยความหิวโหย เธอลูบท้องของตัวเองวนไปวนมาพร้อมกับสลับมองเศษเหรียญน้อยนิดในมือ

“ท้องก็ร้อง เงินก็ไม่มี ทำไมชีวิตฉันเศร้าขนาดนี้”

ในระหว่างที่กำลังท้อแท้กับชีวิตใหม่แต่ทันใดนั้นอริสาก็ได้กลิ่นหมูปิ้งหอม ๆ ลอยมา เธอสูดดมเข้าไปหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้หิวจนคิดไปเอง เมื่อแน่ใจแล้วว่าสมองไม่ได้เบลอก็รีบจับกระเป๋าเดินทางแล้วเดินตามกลิ่นนั้นไปทันที ทันทีที่เห็นก็รีบซื้อหมูปิ้งมากินด้วยความรวดเร็ว

“แม่หนูค่อย ๆ ทานก็ได้ เดี๋ยวจะสำลักเอานะ” แม่ค้าเอ่ยห้ามปราม หลังจากที่เห็นเธอกัดข้าวเหนียวคำโต

“หมูปิ้งของป้าอร่อยมากจนอดใจไม่ไหวเลยค่ะ”

“ขนาดนั้นเลยเหรอ งั้นก็เอาไปทานอีกนะ” พูดจบแม่ค้าก็หยิบหมูปิ้งสองไม้และข้าวเหนียวหนึ่งห่อส่งให้อริสาไปทานเพิ่ม

“ให้ฟรีเหรอคะ” เธอถามตรง ๆ

“ใช่ ๆ ทานเลย” แม่ค้าหัวเราะเบา ๆ เธอไม่เคยเห็นผู้หญิงที่แต่งตัวดีขนาดนี้มาทานหมูปิ้งแถวนี้มาก่อน อีกทั้งท่าทางที่หิวโหย ไม่เลือกทานของหญิงตรงหน้าทำให้แม่ค้ามองด้วยความเอ็นดู

“ขอบคุณมากเลยค่ะป้า” อริสาไม่รอช้ารีบกินหมูปิ้งแสนอร่อยเข้าไป

หลังจากที่ทานจนอิ่มแล้ว ป้าที่มองดูเธออยู่ก็ถามด้วยความสงสัย “หนูชื่ออะไรล่ะ ป้าชื่อณีนะ”

“ฉันชื่ออริสาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

“ชื่อเพราะดีนะ หน้าตาก็สวยมากด้วย” เธอเอ่ยชม “ป้าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย พึ่งจะมาอยู่ที่นี่เหรอ”

“เอ่อ…” อริสาอยากจะบอกเหลือเกินว่าเธอไม่มีที่อยู่ด้วยซ้ำ

ป้าณีมองไปยังผิวพรรณและการแต่งกายของอริสาก็พอจะเดาได้ว่าเธอคงจะเป็นคนมีฐานะ จึงถามไปอย่างไม่คิดอะไร “หนูคงจะอยู่เพนต์เฮาส์ราคาแพงแถวนู้นสินะ ไม่ง่ายเลยที่จะซื้อห้องพวกนั้น เขาว่ากันว่าราคาห้องเล็ก ๆ ก็ร้อยล้านแล้วงั้นเหรอ”

“เพนต์เฮาส์แถวนู้นงั้นเหรอ” อริสาหันไปมองตามมือของป้าและเห็นตึกแห่งหนึ่งสูงเด่นท่ามกลางตึกมากมาย

จู่ ๆ ความทรงจำหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเธอ อริสาจำได้ว่าช่วงที่ตั้งครรภ์ลูกชายเธอได้ของขวัญจากคุณย่าของไอศูรย์ ที่ตอนนั้นยังมีชีวิตอยู่ คุณย่าซื้อเพนต์เฮาส์นั้นไว้ให้เธอห้องหนึ่งและไม่ได้บอกคนอื่นในบ้านด้วย!

แม้หลังจากนั้นไม่นานคุณย่าจะเสียไปแต่ห้องนั้นก็ยังเป็นชื่อของเธออยู่ แต่เพราะต้องอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนั้น ร่างเดิมจึงไม่ได้มาอยู่ที่นี่เลยสักครั้งเดียว มีเพียงแค่นาน ๆ ทีจะแวะมาบ้างบางครั้ง

แต่โชคดียังไม่หมดเท่านั้น อริสาจำได้ว่าค่าส่วนกลางและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของเพนต์เฮาส์ คุณย่าก็จ่ายให้เธอไปแล้วถึงสิบปี ถึงแม้ว่าตอนนี้จะผ่านมาแล้วห้าปีแต่ก็ยังเหลือเวลาอีกตั้งห้าปีเช่นกัน ดังนั้นแม้จะไม่มีเงินแต่ก็ไม่ต้องกังวลอะไรเลย อย่างน้อยก็มีที่ซุกหัวนอนฟรีตั้งห้าปี!

อริสาดีใจมากจนจะหุบยิ้มไม่ได้ ในวันที่โชคร้ายก็ยังมีโชคดีเกิดขึ้น เธอหันมายิ้มให้กับแม่ค้าแล้วพูดด้วยความภูมิใจ “ใช่ค่ะ ฉันพักอยู่ที่เพนต์เฮาส์นั่น”

“สุดยอดไปเลย! เก่งไม่เบาเลย ทั้งสวยทั้งรวย!” ป้าเอ่ยชื่นชมไม่หยุด แม้ว่าจะเคยเห็นคนรวยมาหลายคนแต่ก็ยังไม่มีใครพักอยู่ที่เพนต์เฮาส์นั้นเลยสักคนเดียว การที่มีลูกค้าจากเพนต์เฮาส์นั้นมาซื้อของกับเธอแบบนี้ทำให้เกิดความรู้สึกภูมิใจมากเป็นพิเศษ

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยววันหลังจะมาอุดหนุนใหม่” อริสาจับกระเป๋าแน่น พร้อมเดินทางไปสู่ห้องพักสุดหรูของเธอ

“จ้า รีบไปเถอะ เดี๋ยวครั้งหน้าป้าแถมให้เยอะ ๆ เลยนะ” ป้าณี พยักหน้ายิ้มรับ

เธอคิดว่าหญิงหน้าตาสะสวยที่แต่งตัวดูดีมีชาติตระกูลคนนี้คงจะไม่มีเศษเงินมาจ่ายแน่นอน ในกระเป๋าราคาแพงนั่นคงจะมีแต่บัตรเครดิตหลายใบจึงอดภูมิใจไม่ได้ที่อริสามายืนทานหมูปิ้งข้างทางแบบนี้ แต่ดูเหมือนว่าป้าณี จะมองการณ์ไกลไปมากโข ไม่เอะใจเลยสักนิดว่าทำไมคนที่แต่งตัวดูดีแบบนี้ถึงมายืนอยู่ข้างทางพร้อมกับกระเป๋าเดินทางสองใบได้

อริสาพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปตามทาง ไม่นานก็มาถึงที่เพนต์เฮาส์แล้ว เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้ว่าวันนี้จะผ่านเรื่องราวมามากมายแต่อย่างน้อยก็ผ่านพ้นไปและไม่ต้องห่วงอะไรอีกสักพัก ถึงจะได้ทะลุมิติเข้าไปนิยายในร่างของนางร้ายปลายแถวก็ตาม แต่เธอจะขอเปลี่ยนชะตากรรมของนางร้ายคนนี้โดยการที่จะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องนิยายเด็ดขาด

ยอมรับตัวตนใหม่

บทที่ 2 รับภารกิจ

เมื่อเปิดประตูเข้ามาอริสาก็ต้องตกใจกับความหรูหราใหญ่โตของห้องนี้ ทุกอย่างล้วนถูกตกแต่งด้วยสีขาวน้ำเงินและสิ่งของที่อยู่ภายในห้องคงจะมีราคาสูงลิบลิ่วจนยากที่จะจินตนาการถึงมูลค่าแท้จริง อริสาเดินสำรวจรอบห้องด้วยความตื่นตาตื่นใจ แม้ในอดีตจะไม่ได้ใช้ชีวิตยากลำบากอะไรแต่คงไม่ง่ายเช่นกันที่จะมีเงินซื้อห้องราคาแพงขนาดนี้ โดยเฉพาะห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่นี้

“พื้นที่กว้างขนาดนี้ คุณย่าอาจจะวางแผนให้หลานมาวิ่งเล่นก็ได้” อริสาพึมพำ เธอรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ต้องทำให้ความหวังของคุณย่าพังลง

เธอสำรวจไปเรื่อย ๆ ก็พบว่าเพนต์เฮาส์นี้มีสามห้องนอนและทุกห้องมีห้องน้ำในตัวหมด ส่วนห้องครัวก็มีของใช้ครบครัน แม้ว่าบางอย่างจะเก่าไปตามกาลเวลาแต่ก็ถือว่ามีคุณภาพดีใช้ได้ และส่วนที่ชอบมากที่สุดก็คงจะเป็นระเบียงขนาดใหญ่ที่สามารถปลูกผักและดอกไม้ได้เลยทีเดียว แม้จะร้อนไปสักหน่อยแต่หากมีเวลาว่างมานั่งมองพระอาทิตย์ตกดินก็พอจะทำให้มีความสุขไม่น้อย

อริสาชอบที่นี่มาก ทุกอย่างล้วนมีแต่สิ่งที่เธอถูกใจ หากจะบอกว่ามีข้อเสียก็คงจะมีข้อเดียวคือที่นี่กว้างมาก คงจะเหนื่อยไม่น้อยเวลา ทำความสะอาด แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับอริสาเลย เธอคิดเอาไว้แล้วว่าคงจะต้องทำงานหนักเสียหน่อยหากอยากจะอยู่ที่แห่งนี้ไปนาน ๆ

ในช่วงเย็นของวันนั้นอริสาเหม่อมองท้องฟ้าอยู่นาน นึกคิดไปถึงตัวเองในอดีตก่อนที่จะมาอยู่ในร่างนี้ ในตอนนั้นเธอมีชื่อว่าอริสาเช่นกัน และทำงานอิสระเป็นผู้ผลิตคลิปวิดีโอแนวไลฟ์สไตล์ ทั้งปลูกผัก ทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน และสิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้มากสุดก็คือการความสะอาดรังนก

ใช่ เธอหมายถึงรังนกที่มีราคาแพงนั่นแหละ

การทำความสะอาดและดึงขนนกออกจากรังนกไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากเชี่ยวชาญเมื่อไหร่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเช่นกัน เธอจึงชอบมากเวลาได้ทำสิ่งนี้เพราะทั้งได้ฝึกสมาธิและเวลาก็ผ่านไปเร็วมากเช่นกัน

อริสาไม่ใช่คนร่าเริงหรืออ่อนหวาน เธอเป็นคนตรงไปตรงมา เก็บตัว ไม่ค่อยพูดและไม่สนใจใคร อีกทั้งยังไม่สนความคิดเห็นของใครเช่นกัน นั่นจึงทำให้เธอไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่นัก เวลาไปไหนก็ชอบไปคนเดียว คิดว่าการรอเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เธออยู่คนเดียวมาตลอดชีวิต

ดังนั้นอาชีพที่ทำได้โดยไม่ต้องพูดคุยกับใครก็มีไม่มากนัก เธอจึงเลือกสร้างวิดีโอขึ้นมาและอาชีพนี้ก็ไปได้สวยเลยทีเดียว เรียกได้ว่าสร้างรายได้ให้กับเธอไม่น้อยจนสามารถซื้อบ้านซื้อรถได้ แต่เพราะเป็นคนไม่ชอบพูดจึงถูกเอาเปรียบและถูกคิดว่าหยิ่งอยู่หลายครั้ง แต่เธอเป็นคนไม่สนใจใครเลยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป สิ่งเดียวที่เธอจะทำคือการส่งหมายศาลไปที่หน้าบ้านของคนเหล่านั้น

ส่วนสาเหตุการตายของเธอก็คงจะคล้ายกับคนอื่น ๆ ที่ได้ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย นั่นก็คืออุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่ของเธอดันโชคร้ายกว่าสักหน่อยเพราะคนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้นคือเหล่าแฟนคลับที่คลั่งไคล้ในตัวเธอมากจนเกินไป คนเหล่านี้ติดตามเธอไปทั่วทุกแห่งจนบางครั้งก็ล้ำเส้นเข้าไปต่อว่าคนที่เข้าใกล้เธอ หรือแม้กระทั่งตามไปถึงที่หน้าประตูบ้าน หรือแอบติดเครื่องติดตามไว้ที่รถยนต์ของเธอด้วย

สิ่งเหล่านี้ทำให้อริสาเครียดมากจนเริ่มสติแตก ในวันนั้นเธอพึ่งไปซื้อของและกำลังขับรถกลับบ้านแต่ก็มีคนแอบติดตามมาเช่นกัน อริสากลัวมากและคิดอยากจะสลัดคนเหล่านั้นออกไปจึงเร่งความเร็วของรถยนต์ให้ได้มากที่สุด และในตอนนั้นก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น สุดท้ายตัวเธอก็ต้องทะลุมาอยู่ที่โลกนิยายแห่งนี้

ที่โลกเดิมเธอไม่มีอะไรต้องห่วง พ่อที่มีอยู่เพียงคนเดียวก็จากไปแล้ว ญาติหรือเพื่อนก็ไม่มีหรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงเช่น หมาหรือแมวก็ไม่มีเช่นกัน ส่วนสมบัติก็ทำพินัยกรรมไว้แล้วว่าให้เอาไปบริจาคให้หมด หากวันใดวันหนึ่งเธอได้จากโลกนี้ไป

แต่อริสาก็ไม่เคยคิดว่าจะได้จากไปจริง ๆ

เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับการเกิดใหม่ของตัวเอง

หลังจากนั่งทบทวนอยู่นานอริสาก็ตัดสินใจเดินกลับมาที่ห้อง เธอมองเห็นตัวเองผ่านกระจกและเมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็ต้องตะลึงกับขนาดหน้าอกของร่างนี้ เพราะวันนี้วุ่นวายมากจนไม่ทันได้สังเกตอะไร แต่ตอนนี้มีเวลามาสำรวจร่างกายเธอก็อดทึ่งไม่ได้เพราะเนื้อนูนเด่นที่ขยายออกมานั้นใหญ่มากเป็นพิเศษ ทั้งความอวบอิ่มและชุดที่รัดแน่นยิ่งขับเน้นให้หน้าอกน่าดึงดูดมากขึ้นไปอีก

อริสาไม่คิดเลยว่าร่างกายที่ผอมเพรียวจะมีหน้าอกที่ใหญ่โตได้มากขนาดนี้ เธอลองจับดูก็พบว่าเป็นของร่างกายนี้จริง ๆ ไม่ได้มีการเสริมปรุงแต่งอะไรขึ้นมา หาแบบนี้ได้ไม่ง่ายเลย

“แก่ตัวไปจะปวดหลังไหมนะ” เธอพึมพำ

ส่วนหน้าตาของร่างนี้ก็จัดว่าสวยใช้ได้ ผมสีแดงเบอร์กันดีช่วยขับผิวพรรณให้ดูผ่องใสอมชมพูสอดรับกับดวงตาสีเขียวมรกตของเธอได้เป็นอย่างดี ทุกอย่างในใบหน้านี้ล้วนลงตัว แต่กลับแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งเอาแต่ใจให้ความรู้สึกเหมือนผู้หญิงใจร้ายในละครเช่นกัน

อริสาได้แต่หวังว่าใบหน้าสวยและหน้าอกใหญ่นี้จะไม่เรียกความซวยมาให้กับเธอ

หลายเดือนผ่านไปชีวิตของอริสาก็ราบรื่นมาโดยตลอด เธอนำเครื่องประดับที่มีในร่างกายตอนนั้นไปขายและได้เงินมาพอสมควร แล้วจึงเริ่มสร้างช่องทางทำมาหากินโดยยึดอาชีพเดิมที่เคยทำมา แม้ว่าจะมีประสบการณ์ไม่ดีเท่าไหร่นัก

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาชีพนี้สามารถทำเงินได้มากขนาดไหน หากเธออยากจะมีชีวิตต่อไปก็คงจะต้องกลับมาทำอาชีพเดิมและแน่นอนว่าผลตอบรับก็ดีมากเช่นกัน เรียกได้ว่าดีมากกว่าเดิมเสียอีก

ในคลิปวิดีโออริสาใช้ชีวิตเรียบง่าย ทำความสะอาดรังนก ทำอาหารกินเอง ซักเสื้อผ้าและทำความสะอาดบ้านเองทุกอย่าง ในตอนเย็นก็ไปรดน้ำดอกไม้และผักที่สวนเล็ก ๆ ที่ระเบียงห้อง แต่ขนาดห้องและความหรูหรากลับขัดแย้งกับวิธีการใช้ชีวิตของเธอ สิ่งเหล่านี้มีความเป็นเอกลักษณ์สามารถเรียกความสนใจจากคนดูได้มากพอสมควร นั่นจึงทำให้อริสามีชื่อเสียงขึ้นมาในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

ในระหว่างนี้เธอก็ได้เห็นความทรงจำของร่างเดิมไปด้วย หญิงคนนี้มีนิสัยที่แตกต่างจากหน้าตามากพอสมควร เธออ่อนแอและใช้ชีวิตเรียบง่ายในคฤหาสน์หลังนั้นทั้งที่เป็นถึงภรรยาของผู้นำตระกูลเก่าแก่ และสาเหตุที่ได้มาแต่งงานกับไอศูรย์ก็เพราะเธอถูกแม่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง

ในวันนั้นไอศูรย์ถูกวางยาจากศัตรู ร่างกายของเขาร้อนรุ่มไปหมดทุกส่วน แม่ของอริสาที่ทำงานอยู่โรงแรมก็เห็นโอกาสนี้เข้าพอดี เธออยากจะให้ลูกสาวได้แต่งงานกับมหาเศรษฐีคนนี้ จึงได้มอมเหล้าลูกสาวและส่งหญิงสาวเข้ามาในห้องของไอศูรย์ ชายหญิงสองคนที่ไม่มีสติจะหยุดความต้องการของตัวเองได้อย่างไร ท้ายที่สุดข้าวสารก็เปลี่ยนเป็นข้าวสุก

หลังจากวันนั้นแม่ของอริสาก็มาร่ำร้องต่อหน้าคุณย่าของไอศูรย์ให้เขารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำลงไปแถมยังนำใบการตั้งครรภ์มาแสดงให้ดูอีกด้วย ดังนั้นในเวลาต่อมาทั้งสองคนจึงได้แต่งงานกันและให้กำเนิดลูกชายชื่อจอมทัพขึ้นมา ชีวิตของอริสาในคฤหาสน์หลังนั้นไม่ง่ายและไม่ยาก ทุกคนในบ้านไม่ได้ รวมหัวกันกลั่นแกล้งเธอแต่ก็ไม่มีใครให้ความสนใจเธอเช่นกัน รวมทั้งสามีเก่าอย่างไอศูรย์ด้วย

แต่พอเวลาผ่านไปทั้งคุณย่าและแม่ของอริสาก็ได้ตายจากไป ชีวิตในคฤหาสน์ของอริสาก็ดูเหมือนจะยากขึ้นสักหน่อย เพราะลูกชายตัวดีอย่างจอมทัพคอยมาก่อกวนและรังแกเธออยู่เสมอ จนบางครั้งหญิงสาวทนไม่ไหวต้องแอบมาร้องไห้ ทุกครั้งที่เธอเจอเขาก็มักจะหลีกเลี่ยงเสมอ เด็กคนนั้นไม่มีใครกล้าสั่งสอนหรือขัดใจเลย มีเพียงแต่ผู้เป็นพ่ออย่างไอศูรย์เท่านั้นที่จอมทัพจะยอมรับฟังบ้างบางครั้ง

ส่วนเนื้อเรื่องในนิยายก็มีเพียงนางเอกเท่านั้นที่สามารถสยบความร้ายกาจของจอมทัพได้ อริสาจึงขอยอมแพ้และปล่อยให้เป็นไปตามเนื้อเรื่องในนิยายแทนดีกว่า เธอไม่อยากรับมือกับเด็กดื้อแบบนั้นเลย

ส่วนเรื่องชู้ที่ไอรามาพบเธอกับชายคนนั้นนอนอยู่ด้วยกัน อริสารู้เพียงแค่ว่าสองคนนั้นเคยเจอกันมาก่อนและผู้ชายก็เป็นฝ่ายเข้าหาก่อน แต่เรื่องบนเตียงเธอก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่นักเพราะแม้แต่ตัวร่างเดิมก็ไม่มีสติ ไม่สามารถรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นอริสาที่พึ่งมาอาศัยอยู่ได้เพียงไม่กี่เดือนจึงไม่สามารถรับรู้ได้เช่นกัน

ในวันนั้นหลังจากที่ถูกไอราส่งตัวกลับมาที่บ้าน ร่างเดิมกลัวมากจนนอนไม่หลับ เธอหวาดกลัวไอศูรย์มากว่าเขาจะทำร้ายเธอหรืออาจจะส่งเธอไปชดใช้ความผิดที่ไหนสักแห่งหนึ่งบนโลก หญิงสาวร่ำไห้จนหมดสภาพ ในเช้าวันนั้นเธอถูกแม่บ้านปลุกและไม่รู้ว่าจะต้องไปที่ไหนด้วยซ้ำ ในตอนที่ก้าวขาขึ้นไปบนรถก็กลัวจนเกือบจะเป็นลม แต่ยังถือว่าโชคดีอยู่บ้างที่หลังจากนั้นเขายอมหย่ากับเธอแต่โดยดี

ทว่าถึงอย่างไรก็ตามเธอก็ไม่นึกจะสนใจเรื่องในอดีต อริสาขอใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับตัวละครหลักโดยเด็ดขาด ชีวิตนี้ของเธอขอใช้อยู่อย่างสงบไม่เดือดร้อนใครก็พอแล้ว

แต่เหมือนสวรรค์จะไม่เป็นใจอีกแล้วล่ะ…

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...