(มีคลิป)สาวเจ้าของร้านอาหารแจ้งจับครูส้ม สั่งทำข้าวกล่องแจกเด็กเป็นร้อย สุดท้ายปิดมือถือหนี
เชียงใหม่นิวส์
อัพเดต 13 ก.ย 2566 เวลา 15.15 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2566 เวลา 09.55 น. • Chiang Mai Newsสาวเจ้าของร้านอาหาร แจ้งจับครูส้ม สั่งทำข้าวกล่องแจกเด็กเป็นร้อย สุดท้ายปิดมือถือหนี ทำใจถูกหลอก เปลี่ยนเรื่องร้ายเป็นเรื่องดีหอบข้าวกล่องแจกเด็กนักเรียนแทน พร้อมโพสต์เตือนภัย พบหลายร้านถูกหลอกมาแล้ว เสียหายนับหมื่นบาท
วันที่ 12 ก.ย.66 นางสาวพัชรา อายุ 31 ปี เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ต.แช่ช้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ถูกมิจฉาชีพหลอกสั่งทำอาหารกล่องแต่สุดท้ายโดนเท ทำให้ทางร้านเสียหายไปเป็นเงิน 6,200 บาท โดยช่วงบ่ายวันที่ 10 กันยายน มีหญิงคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “ครูส้ม” แอดไลน์ผู้จัดการร้านบอกว่าต้องการสั่งข้าวกล่องไปมอบให้กับเด็ก ๆ หลังสอบถามรายละเอียดครูส้มได้สั่งเมนูข้าวไก่กระเทียม จำนวน 155 กล่อง ราคากล่องละ 40 บาท รวมเป็นเงิน 6,200 บาท ให้นำข้าวกล่องทั้งหมดไปส่งที่ที่สถานปฏิบัติธรรมวัดสันก้างปลา อ.สันกำแพง ในเวลา 13.00 น. วันที่ 11 กันยายน 66 และบอกให้เขียนบิลค่าอาหารทั้งหมดมาให้เพื่อเบิกธุรการจ่ายเป็นเงินสดให้ในวันส่งอาหาร
หลังได้รับออร์เดอร์ทางร้านจึงไปจัดซื้อวัตถุดิบและได้เริ่มทำอาหารในช่วงเช้าวันที่ 11 กันยายน หลังจากทำเสร็จจึงติดต่อไปยังเบอร์ของครูส้ม แต่ปรากฏว่าปิดเครื่อง เมื่อโทรซ้ำ ๆ หลายครั้ง สายก็ติดปลายสายเป็นผู้ชายรับสายแล้วแจ้งว่า ” ให้ไปส่งสถานที่ตามที่ครูส้มแจ้งไว้ ถ้าถึงแล้วให้ติดต่อเบอร์เดิม”
หลังติดต่อได้ทางร้านก็เริ่มใจชื้น นำอาหารไปส่งให้ที่วัด แต่เมื่อไปถึงก็ติดต่อไม่ได้ เมื่อสอบถามทางโรงครัวของวัดก็บอกว่าไม่มีเด็ก ๆ มาปฏิบัติธรรมหรือกิจกรรมอื่น ๆ และโดยปกติหากมีกิจกรรมทางโรงครัวของวัดจะจัดทำอาหารเลี้ยงเอง เมื่อพยายามโทรศัพท์ไปหาครูส้มก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย ส่วนไลน์ก็บล็อกการติดต่อ จึงชัดเจนว่าเป็นการจงใจกลั่นแกล้งและไม่รับสินค้า ทำให้ทางร้านเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก จึงนำเรื่องเข้าแจ้งความที่ สภ.สันกำแพง ในช่วงเย็นวันเดียวกัน
ส่วนข้าวกล่องที่ทำมาทั้งหมดนางสาวพัชรา บอกว่า บังเอิญว่าคุณพ่อคุณแม่จะเดินทางไปที่ อ.สะเมิง พอดี จึงเปลี่ยนเรื่องร้ายให้เป็นเรื่องดีด้วยการทำบุญ นำข้าวกล่องทั้งหมดไปมอบให้กับเด็ก ๆ นักเรียนที่โรงเรียนวัดงิ้วเฒ่า ต.แม่สาบ อ.สะเมิง ก็ทำให้สบายใจขึ้น
นางสาวพัชรา ยอมรับว่า เป็นเพราะความสะเพร่าและความใจดีของตัวเองที่ไม่เรียกเก็บเงินมัดจำบางส่วนมาก่อน ที่เชื่อใจเพราะเห็นโปรไฟล์ลูกค้าเป็นคุณครูดูน่าเชื่อถือ แต่สุดท้ายเมื่อถูกหลอกก็ถือเป็นบทเรียน หลังจากนี้คงต้องขอมัดจำก่อนทุกครั้ง โดยเรื่องที่เกิดขึ้นทุกคนที่ร้านเสียใจและเจ็บใจ เพราะทางร้านก็เป็นเพียงร้านอาหารเล็ก ๆ ห่างไกลจากในเมือง ทำอาหารกันในครอบครัว ใส่ใจทำทุกออเดอร์ ไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร
เรื่องที่เกิดขึ้นได้นำไปโพสต์แชร์ประสบการณ์ในเฟซบุ๊คส่วนตัว หวังเตือนภัยพี่น้องร้านอาหารจะได้ไม่ถูกหลอก ปรากฏว่ามีทักเข้ามาหลายคนทั้งร้านในจังหวัดเชียงใหม่และทางภาคอีสาน บอกว่าถูกหลอกแบบเดียวกัน แต่ละร้านทำอาหารกล่องเสียต้นทุนไปฟรี ๆ ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น บางร้านเสียไป 3.7 หมื่นบาท บางร้านไม่แจ้งความเพราะไม่อยากเสียเวลา แต่ในส่วนของเธอยืนยันให้ตำรวจตามจับมาดำเนินคดีจะได้ไม่ไปก่อเหตุหลอกลวงใครอีก และอยากรู้ว่าเป็นมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นครู และใช้ภาพคนอื่นมาเป็นโปรไฟล์หรือไม่