โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“กินเจ” สะพัดหมื่นล้าน 9 วันปลุกเศรษฐกิจ “ภูเก็ต-หาดใหญ่-ตรัง”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ต.ค. 2566 เวลา 01.44 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2566 เวลา 02.23 น.
กินเจภูเก็ต

อีกเพียงไม่กี่วันจะก้าวเข้าสู่ช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ระหว่างวันที่ 15-23 ตุลาคม 2566 จำนวน 9 วัน ซึ่งตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน หลายจังหวัดเตรียมจัดกิจกรรมกันอย่างมโหฬาร หลังโรคโควิด-19 เบาบางลง

โดยเฉพาะจังหวัดในภาคใต้อย่างภูเก็ต ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดหลัก ๆ ของไทยที่มีการจัดกิจกรรมอย่างยิ่งใหญ่มาตลอด โดย “ประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต” ได้รับการประกาศขึ้น “บัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ พ.ศ. 2561”

9 วัน “ถือศีลกินผัก” ภูเก็ต

ปีนี้ภูเก็ตได้เตรียมจัดงาน “ประเพณีถือศีลกินผัก” ขึ้น เพื่อสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยมีหน่วยงานภาครัฐภายในจังหวัด และภาคเอกชนผนึกกำลังกัน ทั้งสมาคมอ๊ามภูเก็ต ชมรมอ๊ามภูเก็ต-อันดามัน, องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต, เทศบาลนครภูเก็ต, วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัดภูเก็ต

มีวัตถุประสงค์เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามที่เก่าแก่ของชาวจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้ปฏิบัติสืบเนื่องกันมาเป็นประจำทุกปี โดยการละเว้นการเบียดเบียนสิ่งมีชีวิต รักษาศีล สำรวมกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ ถือเป็นการเจริญเมตตากรุณา นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

โดยจังหวัดภูเก็ตกำหนดจัดกิจกรรมในช่วงงานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วยการจัดขบวนแห่เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยปล่อยขบวนแห่ จากสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี (ลานมังกร) ไปสู่เวทีกลางสะพานหินในวันที่ 16 ตุลาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป และจัดพิธีส่งเก๊ง (สวดมนต์) เพื่อถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณเวทีกลางสะพานหิน ในวันที่ 16 ตุลาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป

นอกจากนี้ อ๊าม (ศาลเจ้า) ต่าง ๆ ได้มีการประกอบพิธีกรรม ระหว่างวันที่ 15-23 ตุลาคม 2566 อาทิ พิธีโข้กุ้น (พิธีเลี้ยงอาหารทหารที่รักษาอ๊าม) พิธีโก้ยห่าน (พิธีสะเดาะเคราะห์) พิธีอิ้วเก้ง (พิธีแห่พระรอบตัวเมืองภูเก็ต) เป็นต้น

ทางจังหวัดภูเก็ตถือโอกาสประชาสัมพันธ์ เพื่อขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนร่วมสืบสานงานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 15-23 ตุลาคม 2566 โดยร่วมแต่งกายด้วยชุดสีขาวเพื่อสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดระยะเวลาของการจัดงานประเพณี

คาดเงินสะพัดกว่า 9,200 ล้านบาท

นายเลิศชาย หวังตระกูลดี ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ททท.สำนักงานภูเก็ต รายงานคาดการณ์ประเพณีถือศีลกินผัก ประจำปี 2566 จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 15-23 ตุลาคม 2566 (9 วัน)

จากการสอบถามกลุ่มตัวอย่างโรงแรมจากร้อยละ 30 ของแต่ละพื้นที่ท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต โดยจำนวนห้องพักทั้งหมด 101,556 ห้อง จำนวนโรงแรม 1,890 แห่ง อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 64.20% วันพักเฉลี่ย 1.93 วัน จำนวนผู้เยี่ยมเยือน 651,180 คน-ครั้ง คาดว่าจะก่อ
ให้เกิดรายได้เฉลี่ย 9,208.27 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2566)

ในช่วงการจัดงานประเพณีถือศีลกินผัก ปี 2566 ระหว่างวันที่ 15-23 ตุลาคม 2566 ณ จังหวัดภูเก็ต ท่าอากาศยานภูเก็ตคาดการณ์จำนวนเที่ยวบินขาเข้า และจำนวนผู้โดยสารขาเข้า ระหว่างวันที่ 15-23 ตุลาคม 2566 จำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศ 545 เที่ยวบิน, (60.55 เที่ยวบินต่อวัน) ผู้โดยสารขาเข้า 83,389 คน (9,265 คนต่อวัน)

จำนวนเที่ยวบินภายในประเทศ 534 เที่ยวบิน, (59.33 เที่ยวบินต่อวัน) ผู้โดยสารขาเข้า 62,917 คน (6,991 คนต่อวัน) (ข้อมูล : ข้อมูลการบิน การท่าอากาศยานภูเก็ต ข้อมูล ณ วันที่ 27 กันยายน 2566) และคาดการณ์อัตราการขนส่งผู้โดยสาร (โหลดแฟ็กเตอร์) อยู่ที่ประมาณ 85

หาดใหญ่คึกคัก รร.ถูกจองเต็ม

นายทรงชัย มุงประสิทธิชัย เจ้าของ ผู้จัดการ ห้างหุ้นจำกัด นิวเอเชียทัวร์ และนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์ท่องเที่ยวใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาเติบโตดี มีชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวช่วงเทศกาล วันนักขัตฤกษ์ วันหยุดยาวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจ ระหว่างวันที่ 15-24 ตุลาคม 2566 โรงแรมต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ย่านดาวน์ทาวน์ถูกจองเต็มหมดแล้วข้ามไปถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 โดยปกตินักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจะจองที่พักล่วงหน้าข้ามปี

ทาง นายวิทยา แซ่ลิ่ม มัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ชาวมาเลเซีย ได้เดินทางเข้ามาปริมาณมากในแต่ละวัน และปัจจุบันปรากฏว่านักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเชื้อสายมุสลิมมาเลย์ บางเทศกาลจะเข้ามาเป็นอันดับต้นในบางช่วงเทศกาลสำคัญ วันนักขัตฤกษ์ วันหยุดยาว ปริมาณถึง 50% อีก 50% จะเป็นชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนและเชื้อสายอินเดีย ส่งผลให้ร้านอาหารฮาลาล โรงแรมมุสลิมฮาลาล ต่างได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง

นายอำนาจ พฤกษ์พิกุล มัคคุเทศก์อาชีพภาษาไทย-จีน จ.สงขลา เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลกินเจ หาดใหญ่สงขลาปีนี้ ทราบว่าโรงแรมต่างถูกสั่งจองปริมาณมาก และหากห้องพักในตัวเมืองหาดใหญ่ บริษัททัวร์จะสั่งจองห้องพักไปยังตัวเมืองสงขลา และหากเต็มอีกก็สั่งจองห้องพักไปยังตัวเมือง จ.พัทลุงเทศกาลกินเจหาดใหญ่สงขลา ชาวมาเลเซียจะนิยมเดินทางมาทำบุญกินเจ และถือโอกาสท่องเที่ยวไปด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้มีอายุและผู้อาวุโส นักท่องเที่ยวในกลุ่มตนที่พาท่องเที่ยวจะมีค่าใช้จ่าย 4 วัน ประมาณ 8,000 บาท/คน

“ตนเองได้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมา 1 ชุดในช่วงเทศกาลกินเจ โดยจะเข้ามากินเจทำบุญไหว้พระ ช็อปปิ้ง และถือโอกาสท่องเที่ยวด้วย”

ดร.สิทธิพงศ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา เปิดเผยว่า เทศกาลกินเจ จ.สงขลา โรงแรมย่านตัวเมือง ย่านดาวน์ทาวน์จะเต็มก่อน แล้วจะขยายออกสู่ชั้นกลางชั้นนอก โดยย่านชั้นในตัวเมืองจะมีการสั่งจองเต็มก่อน คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดค่าใช้จ่ายทั่วทั้งจังหวัดสงขลา ทั้งของคนไทยและชาวมาเลเซียเป็นหลักหลายร้อยล้านบาทในช่วงเทศกาลกินเจ 10 วัน

กินเจเมืองตรัง “9 วัน 9 คืน”

จังหวัดตรังร่วมกับภาคเอกชนและศาลเจ้าต่าง ๆ จัดใหญ่งาน “สืบสานศรัทธา ตำนานกินเจเมืองตรัง” 9 วัน 9 คืน โดยเตรียมจัดกิจกรรมแปลกใหม่ การละเล่นแปลกใหม่ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นเข้ามาสัมผัส วิถีการกินเจในจังหวัดตรัง ระหว่างวันที่ 14-23 ตุลาคม 2566 ตอนนี้ศาลเจ้าต่าง ๆ ได้ปิดศาลเจ้า เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับจัดงานกินเจของแต่ละศาลเจ้า ในขณะที่ภาคเอกชนเองเตรียมจัดงานเทศกาลกินเจอย่างยิ่งใหญ่เช่นเดียวกัน

งาน “สืบสานศรัทธา ตำนานกินเจเมืองตรัง” จะจัดขึ้น 9 วัน 9 คืน ที่บริเวณตลาดชินตา ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างนายนิธิภาคย์ โล่สถาพรพิพิธ ประธานจัดงาน ตลาดชินตา เทศบาลทุ่งยาว ศาลเจ้าพ่อหมื่นราม ศาลเจ้าอ่องเอี่ย รวมทั้งศาลเจ้าอื่น ๆ ในจังหวัดตรัง และสนับสนุนงบประมาณโดยนายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายก อบจ.ตรัง

สำหรับกิจกรรมเด่น ๆ คือ กิจกรรมลุยไฟในคืน 2 ค่ำ และกิจกรรมที่แปลกใหม่ คือ การแข่งขันเล่น “ไท่เปี๋ยหรือเค่ว” เพื่อสืบสาน สืบทอดไว้ ตลอดจนมีการแข่งขันกินบะหมี่เจ ประกวดจัดโต๊ะรับองค์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับให้ความรู้เกี่ยวกับจัดโต๊ะรับองค์ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกต้อง ประกวดหนูน้อยเจ้าแม่กวนอิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...