ย้อนมองประเทศไทย!! น้ำท่วมหาดใหญ่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง เมื่อประเทศอื่นมองคลองเป็น 'สวนที่ยอมท่วมได้' แต่ไทยยังวนอยู่กับปัญหาส้วม-ขยะ-ท่อตัน ชี้รัฐไทยถนัดแก้จุดเล็กมากกว่าโปรเจ็กต์ยาว
THE STATES TIMES
อัพเดต 27 พ.ย. 2568 เวลา 11.01 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 05.00 น. • THE STATES TIMES TEAMทำไมญี่ปุ่น-เกาหลี-ไต้หวันมอง “คลอง = สวนสาธารณะ” แต่น้ำท่วมไทยยังติดอยู่กับ “ท่อระบายน้ำตัน”
เวลาคนไทยเห็นภาพคลอง Cheonggyecheon กลางกรุงโซล-เป็นขั้นบันไดลงไปริมน้ำ มีคนเดินเล่น ปั่นจักรยาน นัดเดต ถ่ายรูป แล้วพออ่านต่อถึงรู้ว่า มันคือโครงสร้างกันน้ำท่วม ด้วย หลายคนอดถามไม่ได้ว่า
“แล้วทำไมบ้านเรา คลอง = ที่ทิ้งขยะ + ท่อระบายน้ำตัน?”
คำถามเดียวกันนี้ยิ่งดังขึ้นทุกครั้งที่น้ำท่วมใหญ่ในหาดใหญ่ กรุงเทพ ภาคใต้ ภาคกลาง บทความนี้เลยชวนดู 4 ประเทศที่อยู่ในเขตพายุ–ฝนหนักเหมือนไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน (สปอนจ์ซิตี้) ว่าเขาออกแบบ “คลอง-แม่น้ำในเมือง” ให้เป็นทั้ง เกราะกันน้ำ + สวนสาธารณะ ได้ยังไง และทำไมไทยยังวนอยู่กับแนวคิด “ขยายท่อ-สูบน้ำ” เป็นหลัก
คลองของเขา = “สวนที่ยอมท่วมได้”
1. เกาหลีใต้: Cheonggyecheon-ทางระบายน้ำที่กลายเป็นแลนด์มาร์กเมือง
Cheonggyecheon เดิมคือคลองธรรมชาติกลางโซล ที่เคยถูกถม-ครอบด้วยทางด่วนลอยฟ้า ก่อนเมืองจะตัดสินใจ รื้อทางด่วนทิ้ง แล้ว “เปิดคลอง” กลับมาอีกครั้งในช่วงปี 2003-2005
วันนี้ Cheonggyecheon ยาวเกือบ 11 กม. เป็นทั้ง - ทางระบายน้ำที่รองรับน้ำท่วมระดับ 200 ปี - ทางเดิน-สวนสาธารณะขั้นบันไดต่ำกว่าระดับถนน 1-2 ชั้น - พื้นที่พักผ่อน–ท่องเที่ยว ที่ช่วยลดอุณหภูมิเมืองและมลพิษได้จริง
ไอเดียสำคัญคือ ชั้นล่างสุด = พื้นที่ที่ “ยอมให้ท่วม”, ชั้นบน = เมือง-ถนน-ออฟฟิศ ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำปลอดภัย
2. ญี่ปุ่น: “Super Levee” - คันกั้นน้ำยักษ์ที่เป็นทั้งสวน-ถนน-ย่านที่อยู่อาศัย
ริมแม่น้ำในโตเกียวหลายสาย เช่น Arakawa มีสิ่งที่เรียกว่า “Super Levee” คือคันกั้นน้ำที่ไม่ได้เป็นแค่กำแพงแคบ ๆ แต่ถูกทำให้กว้างมากและลาดชัน บางช่วงกว้างเป็นร้อยเมตร ใช้เวลาเป็นสิบปีในการสร้าง
บน Super Levee เหล่านี้ ชั้นล่างติดแม่น้ำเป็นสนามกีฬา ลานวิ่ง ปิกนิก (ท่วมได้) ส่วนชั้นบนเป็นถนน–อาคาร–สวน ที่อยู่สูงระดับคันกั้นน้ำ
ข้อดีคือ ถ้าน้ำสูงมาก ๆ น้ำจะไหลกระจายบนคันกั้นน้ำกว้าง ๆ ไม่ซัดกำแพงจนพัง และโครงสร้างกว้างยังทนแผ่นดินไหวได้ดีกว่าคันแคบ ๆ
3. ไต้หวัน: Floodway + Riverside Parks - ทำที่โล่งกลางเมืองให้ท่วมแทนตึก
ในไทเป-นิวไทเป เมืองถูกล้อมด้วยแม่น้ำหลายสาย และเคยท่วมหนักจากไต้ฝุ่นหลายครั้ง รัฐบาลจึงทำทั้ง Erchong Floodway ซึ่งวันนี้กลายเป็น New Taipei Metropolitan Park สวนยักษ์ที่ออกแบบให้ท่วมได้ และ Riverside Parks ตลอดแนว Tamsui-Keelung
ปกติพื้นที่เหล่านี้คือสวน-ทางจักรยาน-ลานกีฬา แต่ระดับต่ำกว่าตัวเมือง และถูกออกแบบให้รับน้ำท่วมตามแผนควบคุม คล้ายกับการบอกว่า “ยอมให้สวนจมน้ำ แต่ไม่ยอมให้ย่านเศรษฐกิจทั้งเมืองจมตาม”.
4. จีน: “Sponge City” - เมืองที่ออกแบบให้ดูด–ซับน้ำแทนแค่ไล่น้ำ
จีนเริ่มโครงการ Sponge City Program แนวคิดคือ เมืองต้องซับน้ำ-กักน้ำ-ปล่อยน้ำช้า ๆ ให้มากที่สุด ผ่านสวน-สแควร์-ริเวอร์ไซด์พาร์กที่ท่วมเป็นชั้น ๆ พื้นซึมน้ำได้ บ่อพักน้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำในเมือง
เป้าหมายไม่ใช่แค่ “กันน้ำไม่ให้ท่วม” แต่ทำให้เมืองเหมือนฟองน้ำ เวลาฝนมาเยอะก็ซับไว้ก่อน แล้วค่อยปล่อยคืนสู่แม่น้ำหรือชั้นใต้ดิน.
ทำไมของเขา = คลอง+สวน แต่ของเรา = คลอง+ท่อตัน?
คำถามถัดไปที่เลี่ยงไม่ได้คือ “แล้วทำไมประเทศไทยไม่ค่อยมีอะไรแบบนี้?”
1) เราเริ่มจาก “เมืองกินคลอง” แทนที่จะกันพื้นที่ให้คลองตั้งแต่แรก: บ้าน-ตึก-ชุมชนเกาะริมคลองและแม่น้ำมาหลายสิบปี จะทำคันกั้นน้ำแบบกว้างสองสามชั้นต้องรื้อย้ายคนจำนวนมาก.
2) การเมือง-งบประมาณไทยถนัดแก้จุดเล็ก มากกว่าลงทุนยาว 20-30 ปี: โปรเจ็กต์ระดับ Super Levee, Floodway, Sponge City ต้องใช้งบมหาศาลและความต่อเนื่องหลายรัฐบาล ขณะที่ไทยมักเลือกโครงการขยายท่อ-ขุดลอก-ทำแก้มลิงเล็ก
3) ผังเมืองไทยไม่เคยมอง “น้ำ = โครงสร้างหลักของเมือง”: คลอง-แม่น้ำถูกปฏิบัติเป็นเส้นแบ่งเขต/ที่ทิ้งน้ำเสีย มากกว่าจะเป็นแกนกลางของระบบเมืองแบบ blue-green infrastructure
แล้วไทยควรไปทางไหนต่อ?
คำตอบไม่ใช่แค่ “ก็ทำแบบญี่ปุ่นสิ” เพราะบริบทต่างกันมาก แต่มีอย่างน้อย 3 อย่างที่เริ่มได้ทันที:
1) เลือกลำน้ำหลักบางเส้นทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง – ไม่ต้องทำทั้งประเทศ แต่เลือกคลอง/แม่น้ำสายสำคัญ 1–2 เส้น แล้วออกแบบใหม่ให้เป็น Cheonggyecheon หรือ Super Levee เวอร์ชันไทยจริง ๆ
2) ใช้แนวคิดสปอนจ์ซิตี้ในเมืองใหม่-โครงการใหม่-เมืองใหม่/นิคมฯ ควรมีสวนซึมน้ำได้ พื้นที่ท่วมได้ บ่อพักน้ำ เพื่อช่วยรับภาระจากโครงสร้างเก่า
3) เปลี่ยน mindset จาก “ไล่น้ำ” เป็น “อยู่กับน้ำอย่างฉลาด” - เป้าหมายไม่ใช่ไม่ให้น้ำท่วมเลย แต่ทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ที่เราเลือกเอง ระดับและเวลาที่ควบคุมได้
จากท่อระบายน้ำตัน…ไปสู่คลองที่คนอยากเดินเล่น
ภาพคลองในญี่ปุ่น-เกาหลี-ไต้หวัน-จีน (รุ่นใหม่) ไม่ได้เกิดจากการที่ประเทศนั้น “รวยกว่า” อย่างเดียว แต่เกิดจากการตัดสินใจมองคลองเป็นพระเอกของเมือง ไม่ใช่ตัวประกอบที่มีหน้าที่แค่รับขยะและซ่อนน้ำท่วมไว้ใต้ฝาท่อ