โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วุฒิสภาสหรัฐฯ จ่อโหวตร่าง “กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต” 15 ม.ค. แต่ยังติด 3 ปม: DeFi / Ethics / Stablecoin Yield

ทันหุ้น

อัพเดต 07 ม.ค. เวลา 03.22 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 03.22 น.

วุฒิสภาสหรัฐฯ จ่อโหวตร่าง “กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต” 15 ม.ค. แต่ยังติด 3 ปม: DeFi / Ethics / Stablecoin Yield

วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้ “จุดเปลี่ยน” ของ กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต (crypto market structure bill) มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา หลังประธานคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภา Sen. Tim Scott ระบุว่าคณะกรรมาธิการเตรียมเดินหน้า ขั้นตอนมาร์กอัป (markup) วันที่ 15 มกราคม ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนผลักดันร่างกฎหมายไปสู่การพิจารณาระดับถัดไป

อย่างไรก็ดี แม้จะมีสัญญาณ “ใกล้ปิดดีล” แต่ประเด็นใหญ่หลายข้อยังคงเป็นจุดขัดแย้ง โดยเฉพาะเรื่อง DeFi, ข้อกังวลด้านจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง (ethics) และคำถามว่า stablecoinสามารถให้ผลตอบแทน/รีวอร์ด (yield/rewards) ได้มากน้อยแค่ไหน

ทำไม “มาร์กอัป 15 ม.ค.” สำคัญ

การมาร์กอัปคือช่วงที่คณะกรรมาธิการจะ เสนอแก้ไข ถกเถียง และลงมติ ว่าจะ “ดันร่างกฎหมาย” ให้ไปต่อหรือไม่ ซึ่งหากผ่าน จะเป็นการเปลี่ยนสถานะจาก “ร่างเจรจา” ไปสู่ร่างที่เริ่มเข้าสู่กระบวนการอนุมัติจริง

และถ้าวุฒิสภาทำร่างคู่ขนานได้สำเร็จ ก็จะเข้าโหมด “ประกบ” กับฝั่งสภาผู้แทนฯ ที่เคยผ่านร่างแนวทางใกล้เคียงอย่าง Digital Asset Market Clarity Act มาก่อนแล้ว

ปมค้างหลัก 3 เรื่อง ที่ยังทำให้เดโมแครต “ไม่รับปาก”

เอกสารเจรจาที่สื่อสหรัฐฯ รายงานระบุว่า คำขอของเดโมแครต “หลายข้อ” ถูกใส่เข้าร่างแล้ว (เช่น แนวทางด้าน illicit finance ที่อ้างอิงการทำงานกับ Treasury และการยกบางส่วนจากร่างฝั่งสภาฯ) แต่ประเด็นหลักยัง “ไม่จบ” ได้แก่

  • Ethics / ความขัดแย้งทางผลประโยชน์: เดโมแครตยังกังวลเรื่องมาตรฐานจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง โดยเชื่อมกับประเด็นความเกี่ยวข้องด้านคริปโตของประธานาธิบดีทรัมป์
  • DeFi: วิธีนิยามและกำกับดูแล DeFi ยังเป็น “เส้นแดง” ของหลายฝ่าย เพราะกระทบทั้งผู้พัฒนา โปรโตคอล และผู้ให้บริการในระบบนิเวศ
  • Stablecoin yield/rewards: คำถามว่าอะไรเข้าข่าย “ดอกเบี้ย/ผลตอบแทน” และใครควรถูกห้าม (ผู้ออกเหรียญ? แพลตฟอร์ม? พาร์ตเนอร์?) ยังเป็นข้อถกเถียงต่อเนื่อง

อุตสาหกรรมคริปโต “ล็อบบี้รอบสุดท้าย” ก่อนเดดไลน์

ฝั่งอุตสาหกรรมกำลังเร่งเกมเช่นกัน โดย Digital Chamber เตรียมพาผู้บริหารและผู้นำวงการไปพบสำนักงานวุฒิสมาชิกจำนวนมากในสัปดาห์นี้ เพื่ออธิบายความสำคัญของร่างกฎหมายและตอบคำถามให้ครบทุกมุม

อย่างไรก็ตาม ฝั่งอุตสาหกรรมเองก็ระมัดระวังที่จะประกาศ “หนุนร่างปัจจุบันเต็มตัว” เพราะบางข้อความที่ยังไม่ตกผลึก—โดยเฉพาะ DeFi และ stablecoin yield—สามารถ “ทำให้ฐานสนับสนุนแตก” ได้เช่นกัน

เส้นทางหลังจากนี้ (ถ้าจะให้กลายเป็นกฎหมายจริง)

แม้ 15 ม.ค. จะเป็นก้าวใหญ่ แต่ยังต้องผ่านอีกหลายด่านตามกระบวนการ เช่น

  • คณะกรรมาธิการต้องมาร์กอัปและโหวตให้ร่าง “ไปต่อ”
  • ฝั่ง Senate Agriculture Committee ยังต้องเดินกระบวนการของตัวเอง (เพราะเกี่ยวข้องกับเขตอำนาจกำกับดูแลสินค้าโภคภัณฑ์และ CFTC)
  • รวมร่างให้เป็นฉบับเดียวเพื่อโหวตในวุฒิสภาทั้งสภา ก่อนส่งกลับไปยังสภาผู้แทนฯ และไปถึงขั้นลงนาม

อ้างอิง : coindesk.com

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/senate-crypto-market-structure-bill-defi-ethics

Community Bankers Council จี้สภาคุม “ยีลด์สเตเบิลคอยน์” ผ่านเว็บเทรด หลัง GENIUS Act ห้ามผู้ออกจ่ายดอกเบี้ย

กลุ่มผู้นำ ธนาคารชุมชน (community banks) ในสหรัฐฯ กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อสภาคองเกรสให้ “แก้/อุดช่องโหว่” ของ GENIUS Act โดยชี้ว่ามีช่องทางที่ทำให้ Stablecoin แบบให้ผลตอบแทน (yield / rewards) สามารถดึงเงินออกจากระบบธนาคารได้ แม้กฎหมายจะตั้งใจห้ามผู้ออกเหรียญจ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ถือก็ตาม

กลุ่ม Community Bankers Council ภายใต้สมาคมธนาคารอเมริกัน (American Bankers Association – ABA) ระบุในจดหมายถึงวุฒิสภาว่า ควรปรับความเข้มงวดของกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin ที่ผ่านเมื่อปีก่อน เพื่อป้องกันการ “จ่ายผลตอบแทนทางอ้อม” ให้ผู้ถือเหรียญผ่านพันธมิตร เช่น เว็บเทรดคริปโต หรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง

ช่องโหว่” ที่แบงก์ชี้คืออะไร

สาระหลักของข้อกังวลคือ แม้ GENIUS Act จะ ห้ามผู้ออก Stablecoin จ่ายดอกเบี้ย/ผลตอบแทนให้ผู้ถือ (เพื่อไม่ให้ Stablecoin แข่งขันกับบัญชีออมทรัพย์) แต่กลุ่มธนาคารชุมชนมองว่าบางบริษัท “อาศัยช่อง” โดยให้ บุคคลที่สาม ช่วยสนับสนุนการจ่ายผลตอบแทนแทน

ที่มา: American Bankers Association

ในจดหมาย กลุ่มธนาคารระบุว่า

  • มีบริษัทบางส่วนใช้ “ช่องโหว่ที่ถูกมองว่ามีอยู่” เพื่อให้ผู้ออก Stablecoin สนับสนุนการจ่ายผลตอบแทน ผ่านเว็บเทรดและพาร์ตเนอร์อื่น ๆ
  • ตัวอย่างที่ถูกยกในบทความคือ เว็บเทรดอย่าง Coinbase และ Kraken ที่มีการให้ rewards กับผู้ใช้ที่ถือ Stablecoin บางชนิดบนแพลตฟอร์ม

กลุ่มธนาคารชุมชนสรุปแรง ๆ ว่า “ข้อยกเว้นกำลังกลืนกฎ” เพราะแม้ผู้ออกจะถูกห้ามโดยตรง แต่ถ้ายังมีการจ่ายผ่านเครือข่ายพันธมิตร ผลลัพธ์ก็แทบไม่ต่างจากการให้ดอกเบี้ย

ธนาคารชุมชนกังวลอะไร: กระทบ “เงินฝาก = สินเชื่อ”

ประเด็นที่ธนาคารชุมชนหยิบมาชูคือ หากเม็ดเงินจำนวนมากไหลไปอยู่ใน Stablecoin ที่ให้ผลตอบแทน จะทำให้เงินฝากในธนาคารลดลง และอาจกระทบ “ความสามารถในการปล่อยกู้” ของธนาคารท้องถิ่น

พวกเขาอ้างว่าถ้า “เงินฝากจำนวนมหาศาล” ถูกดึงออกจากระบบธนาคารชุมชน คนที่กระทบจริงอาจเป็นกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก เช่น

  • ธุรกิจขนาดเล็ก
  • เกษตรกร
  • นักเรียน/นักศึกษา
  • ผู้ซื้อบ้านในชุมชนเมืองเล็ก

อีกมุมหนึ่ง กลุ่มธนาคารยังโต้ว่า “เว็บเทรดและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin” ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเติมช่องว่างด้านสินเชื่อ และไม่สามารถให้บริการแบบ มีประกัน/กำกับดูแล ในระดับเดียวกับธนาคาร

ข้อเรียกร้อง: ให้ “พันธมิตรของผู้ออก Stablecoin” ก็ห้ามจ่ายดอกเบี้ยด้วย

Community Bankers Council ขอให้สภานำข้อห้ามไปใส่ใน กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต (crypto market structure bill) ที่กำลังพิจารณาอยู่ โดยระบุให้ชัดว่า บริษัทในเครือ (affiliates) และพาร์ตเนอร์ของผู้ออก Stablecoin ก็ไม่ควรเสนอผลตอบแทนแก่ผู้ถือเหรียญเช่นกัน

ไม่ใช่แค่แบงก์ชุมชน: กลุ่มใหญ่ก็เคยกดดันมาก่อน

บทความระบุว่านี่เป็นหนึ่งในความพยายามต่อเนื่องของฝั่งธนาคาร โดยก่อนหน้านี้ Banking Policy Institute (กลุ่มที่นำโดย Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan) ก็เคยส่งจดหมายขอให้ปิด “loophole” แบบเดียวกัน และอ้างว่าอาจทำให้เงินฝากไหลออกได้มหาศาลถึง $6.6 ล้านล้าน

ฝั่งคริปโตโต้: “Payment stablecoins ไม่ได้เอาไปปล่อยกู้”

ด้านกลุ่มสนับสนุนคริปโต 2 กลุ่มหลัก คือ Crypto Council for Innovation และ Blockchain Association เคยตอบโต้แรงกดดันจากฝั่งธนาคาร โดยให้เหตุผลว่า

  • Payment stablecoins ไม่ได้ถูกใช้เพื่อเป็นแหล่งเงินปล่อยกู้ แบบธนาคาร
  • การปรับกฎหมายให้เข้มเกินไปอาจ บีบนวัตกรรม และลด ทางเลือกของผู้บริโภค

สรุป: ศึก “ยีลด์ Stablecoin” คือสงครามชิงเงินฝากและนิยามของการแข่งขัน

ภาพรวมเรื่องนี้คือการชนกันระหว่าง 2 ฝั่ง:

  • ธนาคาร มองว่า yield/rewards บน Stablecoin คือการแข่งขันกับเงินฝาก และเสี่ยงกระทบสินเชื่อเศรษฐกิจท้องถิ่น
  • ฝั่งคริปโต มองว่าการจำกัดผลตอบแทนจะลดนวัตกรรมและทางเลือก โดยเฉพาะในตลาดการเงินดิจิทัล

จากนี้ต้องจับตาว่า “กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต” ที่กำลังเดินหน้า จะใส่ข้อห้ามแบบขยายไปถึงพาร์ตเนอร์/affiliates หรือไม่ เพราะนั่นจะเป็นตัวกำหนดว่า Stablecoin rewards จะถูกตีความเป็น “ดอกเบี้ยต้องห้าม” หรือเป็น “ฟีเจอร์ตลาด” ในกรอบใหม่ของสหรัฐฯ

อ้างอิง : cointelegraph.com

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/us-community-banks-genius-act-stablecoin-yield-loophole

เอาจริง! Morgan Stanley ยื่น S-1 เปิดตัว “Bitcoin–Solana ETF” รุกคริปโตเต็มตัว

Morgan Stanley ธนาคารเพื่อการลงทุนรายใหญ่ของสหรัฐฯ เดินหน้ารุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลต่อเนื่อง ล่าสุดได้ ยื่นเอกสาร S-1 ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) เพื่อเสนอจัดตั้งกองทุน ETF คริปโต 2 กอง ได้แก่ Morgan Stanley Bitcoin Trust และ Morgan Stanley Solana Trust สะท้อนว่าบริษัทการเงินระดับวอลล์สตรีทกำลังขยายบทบาทสู่ผลิตภัณฑ์คริปโตแบบ “กำกับดูแล” มากขึ้น

ตามเอกสารที่ยื่น กองทุนทั้งสองถูกออกแบบให้เป็น passive investment vehicle คือถือครองสินทรัพย์จริง (spot) และติดตามราคาของ Bitcoin (BTC) และ Solana (SOL) โดยไม่เน้นสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าราคา (ไม่มีการ “เก็งกำไรขาย” เพื่อเอาชนะตลาด)

เอกสาร S-1 ของ Morgan Stanley สำหรับ Bitcoin Trust ที่มา: SEC.gov

จุดสำคัญของการยื่น S-1 ครั้งนี้

ในขั้นตอน S-1 กองทุนยังไม่ได้ระบุชื่อกระดานที่จะไปลิสต์อย่างเป็นทางการ เพราะรายละเอียดนั้นมักจะไปปรากฏในเอกสาร 19b-4 ภายหลัง

ฝั่งโครงสร้างกองทุน:

  • Morgan Stanley Investment Management เป็นผู้สนับสนุน (sponsor) ของทั้ง 2 กอง
  • CSC Delaware Trust Company เป็น Delaware trustee
  • ผู้ให้บริการบางส่วน (รวมถึงรายละเอียด custody บางจุด) ยังไม่ระบุครบในเอกสารเบื้องต้น
  • Morgan Stanley ระบุว่าจะเก็บ private keys ส่วนใหญ่ใน cold storage และอีกส่วนหนึ่งไว้ใน hot wallet

ทำไมต้นปี 2026 ถึง “เหมาะ” กับการดัน ETF คริปโต

รายงานชี้ว่าความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนต่อผลิตภัณฑ์คริปโตที่อยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแล โดยมีการพูดถึงเอฟเฟกต์ต้นปีแบบ “clean-slate effect” ที่ทำให้นักลงทุนเริ่มปรับพอร์ตใหม่และเปิดรับสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น

ข้อมูลในบทความยังระบุว่า Spot Bitcoin ETFs มีเงินไหลเข้า 1.1 พันล้านดอลลาร์ ใน สองวันทำการแรกของปี 2026 ยิ่งตอกย้ำว่าความต้องการ “ช่องทางลงทุนที่ถูกกฎ” กำลังกลับมาคึกคัก

หาก ETF ของ Morgan Stanley ได้รับอนุมัติ ก็อาจเป็นประตูให้เกิดเม็ดเงินใหม่จากฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของบริษัท โดยบริษัทระบุว่ามีลูกค้ากว่า 19 ล้านราย (ผ่านธุรกิจ wealth management ณ เม.ย. 2025)

วอลล์สตรีทเร่งเปิดทาง “Regulated Crypto” พร้อมกันหลายค่าย

การยื่นของ Morgan Stanley เกิดขึ้นท่ามกลางเทรนด์ที่สถาบันการเงินรายใหญ่ทยอย “ปลดล็อก” การเข้าถึงคริปโตให้ลูกค้ามากขึ้น เช่น

  • Bank of America เริ่มให้ที่ปรึกษาในธุรกิจ wealth management แนะนำการลงทุนใน Bitcoin ETFs บางกองได้
  • Vanguard เปิดให้ลูกค้าซื้อขายคริปโต ETF ได้ (ช่วงปลายปี 2025 ตามบทความ)
  • และก่อนหน้านี้มีรายงานว่า BlackRock เคยแนะนำกรอบการจัดสรร Bitcoin ในพอร์ตระดับเล็ก (เชิงสัดส่วน) ให้ลูกค้า

สรุป

การที่ Morgan Stanley ยื่น S-1 สำหรับ Bitcoin ETF และ Solana ETF คืออีกก้าวสำคัญของ “สถาบันการเงินดั้งเดิม” ที่กำลังผลักดันคริปโตสู่กระแสหลัก ผ่านผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล โดยจุดที่ตลาดต้องจับตาต่อคือขั้นตอน 19b-4, รายละเอียดผู้ดูแลสินทรัพย์ (custody) และความเร็วในการพิจารณาของ SEC

อ้างอิง : cointelegraph.com

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/morgan-stanley-files-s1-bitcoin-solana-etfs-crypto-push

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

'เหรียญ' พารวย

X เปิดฟีเจอร์ Starterpacks กู้ชีพ Crypto Twitter หลังยอดเอ็นเกจเมนต์ดิ่ง

Manager Online

ก.ล.ต. จุดพลุปฏิวัติตลาดทุน! ดัน ETF คริปโต-ฟิวเจอร์ส-โทเค็น เขย่าวงการลงทุนไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มสูบ

Manager Online

NKT ชู “ศูนย์สุขภาพเด็ก ”พร้อมบริการ One Stop Service

Manager Online
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...